ข่าว

รวบแล้ว!มือปืนยิงดาราประกอบช่อง3

รวบแล้ว!มือปืนยิงดาราประกอบช่อง3

24 พ.ค. 2557

รวบแล้ว มือสังหารดาราสาวตัวประกอบละครช่อง 3 เป็นแก๊งลักรถจยย. อีกคดีตร.จับแก๊งรุมตื้บคนขับรถปิกอัพในคลิปฉาว ที่แท้ลูกศิษย์พระวัดดังย่านฝั่งธนฯ

 
                           24 พ.ค. 57  พล.ต.ต.สมิทธิ มุกดาสนิท ผบก.ภ.จ.ปทุมธานี พ.ต.อ.นราเดช ทิพย์รักษ์ ผกก.สภ.คูคต พร้อมชุดสืบสวน ร่วมกันแถลงข่าวจับกุม นายกิตติชัย หรือ กิต สวัสดี อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 136/2 หมู่ 10 ต.ห้วยร่วม อ.หนองบัว จ.นครสวรรค์ และ นายธวัชชัย หรือ เหม่ง ไม้จันทร์ อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 35/4 ถนนสุขาภิบาล 5 ซอย 82 แขวงออเงิน เขตสายไหม กรุงเทพมหานคร ตามหมายจับศาลจังหวัดธัญบุรี ลงวันที่ 23 พฤษภาคม ข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นและพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา 
 
                           พล.ต.ต.สมิทธิ กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม เวลาประมาณ 22.00 น. มีคนร้าย 2 คน สวมหมวกปิดบังใบหน้าใช้อาวุธปืนสั้นขนาด .45 ยิง น.ส.จุฑามาศ เคียงศรี อายุ 21 ปี นางแบบและดารานักแสดงตัวประกอบละครช่อง 3 เรื่องหัวใจใกล้รุ่ง เสียชีวิต และ นายชูชาติ ธิบดี ได้รับบาดเจ็บ ก่อนพากันหลบหนีไป 
 
                           พล.ต.ต.สมิทธิ กล่าวว่า ปมเหตุของคดี เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนจนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ นายชูชาติถูกคนร้ายซึ่งไม่ทราบว่าเป็นใครลักรถจักรยานยนต์ไป ต่อมานายชูชาติพบเห็นหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งอยู่ในกลุ่มของนายกิตติชัย ใช้รถจักยานยนต์ที่คล้ายกับรถจักรยานยนต์คันที่ถูกขโมยไป จึงเฝ้าติดตามพฤติการณ์ของหญิงสาวคนนั้น จนแน่ใจว่ารถจักรยานยนต์คันดังกล่าวเป็นรถของตนจริง จึงชวน น.ส.จุฑามาศ พร้อมพวกตามไปทวงคืน
 
                           พล.ต.ต.สมิทธิ กล่าวต่อว่า เมื่อหญิงสาวคนดังกล่าวเห็นกลุ่มของนายชูชาติตามมาทวงรถจักรยานยนต์คืน จึงโทรศัพท์บอกนายกิตติชัย เมื่อนายกิตติชัย และนายธวัชชัย มาถึงก็เกิดการทะเลาะวิวาทกับกลุ่มของนายชูชาติ และใช้ปืนยิงเข้าใส่จนนายชูชาติบาดเจ็บ ส่วน น.ส.จุฑามาศ เสียชีวิต ก่อนที่นายกิตติชัย และนายธวัชชัย จะหลบหนีไป ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนเชื่อมโยงความสัมพันธ์ของบุคคล กลุ่ม แก๊งลักทรัพย์รถจักยานยนต์ และเฝ้าซุ่มดูพฤติการณ์ของนายกิตติชัยและนายธวัชชัย จนทราบที่อยู่ของบุคคลทั้งสอง ก่อนรวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับ และเข้าจับกุมตัวไว้ได้เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม  
 
                           พล.ต.ต.สมิทธิ กล่าวต่อว่า จากการตรวจค้นที่บ้านของผู้ต้องหาพบของกลาง ปืนพกกึ่งอัตโนมัติ ยี่ห้อสมิธแอนด์เวสสัน ขนาด .45 จำนวน 1 กระบอก ปืนพกกึ่งอัตโนมัติ แบบประดิษฐ์เอง ขนาด 9 มม. เครื่องกระสุนปืน ขนาด .45 จำนวน 49 นัด เครื่องกระสุนปืน ขนาด 9 มม. จำนวน 36 นัด ซองพกหนังสีดำ 2 อัน ยาบ้า จำนวน 180 เม็ด และรถจักรยานยนต์ที่ขโมยมาอีกกว่า 10 คัน
 
 
 
จับแก๊งรุมตื้บคนขับรถปิกอัพในคลิปฉาว ที่แท้ลูกศิษย์พระวัดดังย่านฝั่งธนฯ
 
 
 
รวบแล้ว!มือปืนยิงดาราประกอบช่อง3
 
 
 
                           เมื่อเวลา 13.00 น.  พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย ผบก.น.7 พร้อมด้วย พ.ต.อ.เมธี รักพันธ์ รองผบก.น.7 พ.ต.อ.ธนกฤต ไชยจารุวุฒิ ผกก.สน.บางกอกน้อย พ.ต.ท.ณฐกร คุ้มทรัพย์ รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.อดิเรก อติสัจจา สว.สส. ตำรวจฝ่ายสืบสวน ร่วมกันแถลงผลการจับกุม นายสุชาติ ช้างเดช หรือ “โอ๋ บางแวก” อายุ 36 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดตลิ่งชัน ลงวันที่ 23 พฤษภาคม 2557 ในข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่ร่างกาย, ร่วมกันเกินกว่า 5 คนขึ้นไปข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใดหรือจำยอมต่อสิ่งใดโดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิตร่างกาย, ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นหรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย, ร่วมกันทำให้เสียทรัพย์
 
                           พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า สืบเนื่องจากกรณีเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจากพระสุรพจน์ ปาวโณ อายุ 54 ปี พระลูกวัด แขวงคูหาสวรรค์ เขตภาษีเจริญ กทม. ว่า มีเรื่องทะเลาะวิวาทกับนายโสภณ ไทยจีน ลูกศิษย์ของพระประสิทธิ์ บุญมาเลิศ จนกระทั่งมีพระในวัดมาห้ามจึงเลิกรากันไป จากนั้นพระสุรพจน์เดินทางไปลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ไม่ให้เกิดเรื่องขึ้นอีก ต่อมานายโสภณกับพวกร่วม 7 คน เดินทางด้วยรถยนต์เข้าไปแจ้งความที่ สน.บางเสาธง แต่มีกลุ่มของนายสุชาติ ช้างเดช พร้อมพวกอีกกว่า 20 คน เข้ามาขัดขวาง และรุมทำร้ายนายโสภณ โดยใช้ท่อนไม้และก้อนอิฐทุบกระจกรถยนต์แตกเสียหาย นายโสภณจึงขับรถหลบหนีออกมา บริเวณด้านหน้าร้านวัชรโภชนา กลุ่มของนายสุชาติขับรถตามมารุมทำร้ายกลุ่มนายโสภณได้รับบาดเจ็บ ก่อนจะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางกอกน้อย มาระงับเหตุ ดังที่ปรากฏในคลิปที่เผยแพร่ทางโลกโซเชียลเน็ตเวิร์ก
 
                           "ตำรวจฝ่ายสืบสวนสามารถจับกุมนายชัยชนะ หรือแป๋ว วงศ์คำจันทร์ อายุ 30 ปี ได้เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม และนำตัวส่งศาล ส่วนช่วงสายวันนี้ (24 พ.ค.) นายสุชาติเดินทางมามอบตัว โดยปฏิเสธข้อกล่าวหา แต่เดินทางไปที่ สน.บางเสาธง จริง เพื่อพาพระสุรพจน์ไปแจ้งความ และเห็นเหตุการณ์นายโสภณถูกลูกศิษย์พระสุรพจน์ คนอื่นๆ ตะโกนไล่ ก่อนขับรถหนี และมีการขับรถไล่ตามไป ซึ่งนายสุชาติไม่ได้ไปด้วย" พล.ต.ต.ปิยะ กล่าว
 
                           ผบก.น.7 กล่าวอีกว่า พนักงานสอบสวนดำเนินการออกหมายจับนายมนตรี หรือเหนียว นันทกาญจน์ อายุ 28 ปี และเต๋า อายุ 18 ปี ผู้ที่ร่วมกันก่อเหตุและหลบหนี เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีต่อไป
 
                           ขณะที่ นายธมนันท์ ผาสุม อายุ 29 ปี สาวประเภทสอง แฟนของนายโสภณ เล่าว่า วันเกิดเหตุตนนั่งอยู่เบาะหลังคนขับ โดยมีแฟนหนุ่มเป็นคนขับ พอรถไปจอดที่ สน.บางเสาธง ทันใดนั้นมีลูกศิษย์ของพระสุรพจน์วิ่งกรูกันเข้ามาตะโกนโวยวายไม่พอใจ พร้อมกับทุบรถ บางคนนำอาวุธมาด้วย จนทำให้พวกตนเกรงว่าจะเกิดอันตราย จึงรีบขับรถหนี กระทั่งมาจอดติดไฟแดง แต่ลูกศิษย์พระสุรพจน์ขับรถตามมาทัน พยายามจะให้พวกตนที่โดยสารมาด้วยลงจากรถ แต่พวกตนหวาดกลัวจึงไม่ยอมเปิดประตูรถออกไป ทำให้กลุ่มคนเหล่านั้นไม่พอใจ นำอิฐที่ตกอยู่ใกล้เคียงมาทุบกระจกรถ จนกระทั่งเปิดประตูรถและนำตัวแฟนหนุ่ม และเพื่อนนั่งอยู่กระบะหลังอีก 2 คน ไปรุมทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บ ก่อนพากันหลบหนีไป
 
                           อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การของนายสุชาติ ต้องสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง กรณีดังกล่าวเป็นคดีที่สร้างความตกใจให้แก่สังคม โดยเฉพาะโลกโซเชียลเน็ตเวิร์ก ซึ่งทางตำรวจไม่ได้นิ่งนอนใจ หลังจากนี้จะเร่งรัดติดตามจับกุมคนร้ายที่หลบหนีมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป