
จับไม้เถื่อนในรีสอร์ทแม่ฮ่องสอน
จับไม้เถื่อนในรีสอร์ทแม่ฮ่องสอน 'วิเชษฐ์-ผู้ว่าฯสระบุรี'บุกจับพะยูงแก่งคอย
เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม พ.อ.สุจินต์ ทรัพย์สิน ผู้บังคับกองร้อยทหารราบที่ 7 กองพันที่ 5 ค่ายโสณบัณฑิตย์ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน ร่วมกับ พ.ต.อ.วรพล พลมณี ผกก.สภ.ปาย นำกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 50 นาย เข้าตรวจยึดไม้แปรรูปจำนวนมากภายในบริเวณรีสอร์ทแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ ต.แม่นาเติง อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน หลังจากได้รับแจ้งจากเบาะแสว่า มีการลักลอบแปรรูปไม้มานาน
จากการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่พบว่า มีไม้แปรรูป เช่น ไม้ประดู่ ไม้แดงและไม้สักท่อนจำนวนมาก มีสภาพทั้งเป็นไม้เก่าและไม้ใหม่ คิดเป็นมูลค่าไม่น้อยกว่า 10 ล้านบาท โดยในพื้นที่ยังพบว่ากำลังสร้างบ้านด้วยไม้สักขนาดใหญ่อีก 1 หลัง ส่วนอุปกรณ์การแปรรูปและก่อสร้างไม่พบในพื้นที่
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังตรวจพบวัตถุระเบิดและชิ้นส่วนอาวุธสงครามอีกหลายรายการ รวมทั้งสัตว์ป่าสงวนที่พบ อาทิ เก้ง กวางและไก่ป่า
จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ดูแลรีสอร์ทให้การว่า เจ้าของสถานที่ที่แท้จริงเป็นลูกชายนักการเมืองระดับชาติคนหนึ่ง ซึ่งเคยเป็นอดีตรัฐมนตรีกระทรวงหนึ่งด้วย โดยจะเดินทางมาพักบ้างเป็นครั้งคราว รวมทั้งสัตว์ป่าสงวนดังกล่าวด้วย
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดของกลางทั้งหมดไว้ดำเนินคดี ส่วนสัตว์ป่าที่พบจะได้ประสานกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช เพื่อตรวจสอบการอนุญาตให้มีครอบครองไว้หรือไม่ต่อไป
วันเดียวกัน นายเกรียงศักดิ์ ถนอมพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 อ.แม่สะเรียง ได้สั่งการให้นายจีรศักดิ์ พิพยวงศ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสาละวิน ประสานไปยังเจ้าหน้าที่ทหารพรานจากหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 36 และ เจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดน 337 พร้อมด้วย ตำรวจ สภ.แม่ลาหลวง นำกำลังเข้าปิดล้อมพื้นที่เป้าหมายบริเวณบ้านห้วยไก่ป่า หมู่ 6 ต.แม่ลาหลวง
เมื่อกำลังเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึงหมู่บ้านดังกล่าวและเข้าตรวจค้นภายในป่านอกหมู่บ้าน เจ้าหน้าที่พบไม้สักท่อนถูกเอาไม้มาปิดบังซ่อนเร้นเอาไว้เป็นจำนวนมาก จากการตรวจนับพบว่า เป็นไม้สักที่มีความยาวขนาด 3-4 เมตร เส้นรอบวงตั้งแต่ 50 เซนติเมตรขึ้นไป รวมทั้งหมด 380 ท่อน แต่ไม่พบผู้กระทำความผิด เจ้าหน้าที่จึงยึดไม้ดังกล่าวนำไปเก็บไว้ที่เขตอนุรักษ์บ้านแม่สุ ก่อนที่จะนำไปเก็บไว้ที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่สุต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เหตุการณ์ชาวบ้านบุกรุกลักลอบตัดไม้ในเขตพื้นที่หมู่บ้านทุ่งป่าคา ตั้งแต่วันที่ 6 พฤษภาคม 2557 เป็นต้นมา ถึงวันนี้ที่บ้านทุ่งป่าคา หมู่ 8 มีชาวบ้านกระทำผิดพระราชบัญญัติป่าไม้ ในหมายค้น 40 คดี นอกหมายค้น 10 คดี ร่วมไม้สักท่อนที่ยึดได้ 744 ท่อน ปริมาตร 312.52 ลูกบาศก์เมตร และพบวันนี้ตรวจยึดได้อีก 380 ท่อน ถือว่าเป็นการลักลอบตัดไม้สักจำนวนมูลค่ามหาศาล
“วิเชษฐ์-ผู้ว่าสระบุรี”บุกจับพะยูงแก่งคอย
ขณะที่นายวิเชษฐ์ เกษมทองศรี อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยนายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี ได้ร่วมกันตรวจไม้ที่ได้จับกุมโดยหน่วยงาน กอ.รมน.สระบุรี ร่วม เจ้าหน้าที่สำนักบริหารจัดการพื้นที่อนุรัษ์ที่ 1 (สาขาสระบุรี) จนท.สำนักจัดการป่าไม้ที่ 5 (สระบุรี) และ เจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจจังหวัดสระบุรี ร่วมกันบุกจับกุมการลักลอบตัดไม้พะยูงและแปรรูปที่หมู่ 7 บ้านโคกกระชาย ต.ชะอม อ.แก่งคอย จ.สระบุรี โดยมีไม้พะยูงกองกระจัดกระจาย อยู่ในบริเวณพื้นที่ 10 ไร่ และมีไม้พะยูงท่อนบรรจุในลังจำนวน 11 ลัง และลังเปล่าเพื่อบรรจุอีก 3 ลัง โดยมีรถบรรทุกตู้ทึบมาบรรทุก รถหมายเลขทะเบียน 79-7981 กรุงเทพ ยี่ห้อ ISUZU ป้ายเหลือง โดยมีพ่อค้าคนกลางพูดภาษาใต้หวัน และล่ามคนไทยที่มาซื้อ โดยขับรถยี่ห้อ ฟอร์จูนเนอร์ สีขาว(โตโยต้า) ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน
ทั้งนี้ขบวนการค้าไม้พะยูงเริ่มทำมาตั้งแต่ เม.ย.57 จนถึงปัจจุบัน โดยมีผู้ช่วยผู้นำท้องถิ่นเป็นผู้ดำเนินการร่วมกับพวกประมาณ 8 คน ที่ดินที่ไม้พะยูงกองอยู่มีเนื้อที่ประมาณ 10 ไร่ เป็นของนางบัวทอง แสงเงิน คิดไม้พะยูงเป็นลูกบาศก์เมตรจำนวน 18 ลูกบาศก์เมตร บรรจุในลัง จำนวน 11 ลัง และลังเปล่าอีก 3 ลังเพื่อรอการบรรจุคิดเป็นมูลค่าความเสียหายโดยประมาน 1,100,000 บาท คาดว่าจะมีการลำเลียงไม้พะยูงไปลงที่ท่าเรือแหลมฉบัง จ.ชลบุรี อย่างไรก็ตาม ที่มาของไม้พะยูงนั้นจะมีกระบวนการการลักลอบตัดไม่พะยูงที่บริเวณเขาใหญ่แล้วลำเลียงมาซ่อนไว้ในบ่อน้ำใกล้ที่เกิดเหตุ เมื่อได้ไม้พะยูงเป็นจำนวนมาก จึงจะได้มาขนลำเลียงออกนอกประเทศ
นายวิเชษฐ์ กล่าวว่าป่าไม้ประเทศไทยเราลดลงปีละ 1 ล้านไร่ ถือว่าเป็นเรื่องวิกฤติ แต่จากการสนธิกำลังระหว่างทหาร ฝ่ายปกคอง อุทยานป่าไม้การจับกุมปราบปรามที่ผ่านมาได้ผลดีขึ้นตามลำดับ พร้อมขอให้พี่น้องในพื้นที่ช่วยเป็นหูเป็นตาช่วยกันรักษาป่าให้กับประเทศชาติ นอกจากนี้มีแผนการทำงานเชิงรุกโดยการรณรงค์ฟื้นฟูป่าด้วยการปลูกป่าและปลูกจิตสำนึกเพื่อความยั่งยืนในระยะยาวต่อไป



