
ศาลสั่งถอนประกัน'แซมดิน-อมร-พิชิต'
23 พ.ค. 2557
ถอนประกัน 'แซมดิน-อมร-พิชิต' คดีร่วม พธม.ปิดสนามบิน ชี้ นำม็อบ 'คปท.-กปท.' บุก 'บัวแก้ว-สตช.' ตัดไฟ ฝ่าฝืนเงื่อนไขประกัน แจ้งนายประกัน นำตัวส่งศาลภายใน 7 วัน
23 พ.ค. 57 เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ห้องพิจารณาคดี 913 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำสั่งที่ พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล ผู้บัญชาการสำนักกิจการต่างประเทศ และคดีอาชญากรรมระหว่างประเทศ พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ขอให้ศาลพิจารณาเพิกถอนการปล่อยชั่วคราว จำเลยคดีพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ชุมนุมปิดล้อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และดอนเมือง รวม 9 ราย ประกอบด้วย นายพิภพ ธงไชย แกนนำ พธม. , นายสุริยะใส กตะศิลา อดีตผู้ประสานงาน พธม. , นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ แกนนำ พธม. , นายรัชต์ยุตม์ ศิรโยธินภักดี หรือนายอมร อมรรัตนานนท์ แนวร่วม พธม. , น.ส.อัญชะลี ไพรีรัก แนวร่วม พธม. , นายพิชิต ไชยมงคล แนวร่วม พธม. , พล.อ.ปฐมพงษ์ เกษรศุกร์ แนวร่วม พธม. , ร.ต.แซมดิน เลิศบุศย์ ผู้ประสานงานกองทัพธรรม และนายสมบูรณ์ ทองบุราณ อดีต ส.ว.และแกนนำเครือข่ายคนไทยหัวใจรักชาติ เนื่องจากผู้ร้องเห็นว่าจำเลยทั้ง 9 ราย น่าจะกระทำการฝ่าฝืนเงื่อนไขประกันของศาล ซึ่งพวกจำเลยได้ไปร่วมการชุมนุม กปปส.ในการปิดสถานที่ราชการ
โดยศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานชั้นไต่สวนแล้ว มีประเด็นต้องวินิจฉัยว่า จำเลยทั้งเก้า ได้กระทำการฝ่าฝืนเงื่อนไขการปล่อยชั่วคราวหรือไม่ จากทางไต่สวนได้ความว่า แม้นายพิภพ จำเลยที่ 3 , นายสุริยะใส จำเลยที่ 5 , นายสมเกียรติ จำเลยที่ 6 , น.ส.อัญชลี จำเลยที่ 16 , นายสมบูรณ์ จำเลยที่ 21 และ พล.อ.ปฐมพงษ์ ที่ 84 จะได้ขึ้นปราศรัยต่อประชาชนและร่วมกิจกรรมทางการเมืองอยู่บ้างแต่ยังไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าจำเลยทั้ง 6 ราย ได้กระทำการใดๆ ที่น่าจะเป็นการกระทำผิดเงื่อนไขที่ศาลได้กำหนดไว้ในการอนุญาตปล่อยชั่วคราวคดี อ.973/2556 หรือกระทำการใดที่ก่อให้เกิดอันตราย แม้ น.ส.อัญชลี จำเลยที่ 16 จะอยู่ร่วมในกลุ่มผู้ชุมนุมที่เข้าไปในสำนักงาน ดีเอสไอ แต่ขณะนั้นเจ้าหน้าที่ดีเอสไอที่ดูแลก็ยอมให้กลุ่มผู้ชุมนุมเข้าไปได้เฉพาะชั้นล่าง ส่วนชั้นบนของอาคารที่เป็นห้องผู้บริหารผู้ชุมนุมไม่ได้เข้าไปตามที่ได้มีการเจรจากับเจ้าหน้าที่อีกทั้งยังไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 16 ได้เป็นแกนนำที่พาผู้ชุมนุมบุกรุกเข้าไปในอาคาร ในชั้นนี้จึงยังไม่มีเหตุอันสมควรที่จะสั่งเพิกถอนการปล่อยชั่วคราวของจำเลยทั้ง 6 ดังนั้นให้ยกคำร้องของดีเอสไอผู้ร้อง ในส่วนของจำเลยที่ 3 , 5 , 6 , 16 , 21 และ 84 แต่ศาลสั่งกำชับให้จำเลยทั้งหก โดยเฉพาะ น.ส.อัญชลี จำเลยที่ 16 พึงระวังการกระทำที่อาจจะหมิ่นเหม่ต่อการผิดเงื่อนไขปล่อยชั่วคราวของศาลโดยเคร่งครัด
ส่วนนายรัชต์ยุตม์ , นายพิชิต และ ร.ต.แซมดิน จำเลยที่ 13 ,17 และ 57 จากทางไต่สวนประกอบคำเบิกความของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พญาไท ได้ความว่า เมื่อวันที่ 25 พ.ย. 56 เวลา 18.00 น. นายรัชต์ยุตม์ จำเลยที่ 13 และนายพิชิต จำเลยที่ 17 ได้เป็นผู้นำนำมวลชนเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ไปยังกระทรวงการต่างประเทศ และได้ปราศรัยให้ผู้ชุมนุมเขย่าประตูจนแตกหักเสียหาย ซึ่งขณะนั้นมีเจ้าหน้าที่บางส่วนอยู่ รวมทั้งยังได้ปราศรัยโจมตีการทำงานของเจ้าหน้าที่รับใช้ระบอบทักษิณ กระทั่งเมื่อวันที่ 26 พ.ย. 56 เวลา 12.00 น. จำเลยทั้งสองจึงได้นำผู้ชุมนุมออกจากกระทรวงการต่างประเทศ ส่วน ร.ต.แซมดิน จำเลยที่ 57 ได้ความว่า เมื่อวันที่ 28 พ.ย. 56 จำเลยนำผู้ชุมนุมกลุ่มกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ (กปท.) ไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) และได้มีการตัดไฟ
ศาลเห็นว่า การที่ศาลอนุญาตปล่อยชั่วคราวจำเลย ก็เป็นไปตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 108 ที่ศาลจะต้องพิจารณาความหนักเบาข้อหารวมถึงพฤติการณ์แห่งคดีและความเสียหายที่จะเกิดจากการปล่อยชั่วคราวว่ามีหรือไม่เพียงใด ดังนั้นได้รับการปล่อยชั่วคราวแล้วจำเลยก็จะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขของศาลอย่างเคร่งครัด ซึ่งตามทางไต่สวนปรากฏข้อเท็จจริง ว่าจำเลยที่ 13 ,17 และ 57 ได้นำมวลชนปิดล้อมกระทรวงการต่างประเทศและ สตช.กระทั่งมีการตัดไฟ ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นการล่วงละเมิดต่อกฎหมาย โดยเฉพาะกฎหมายอาญาที่ได้ใช้บังคับเป็นการทั่วไปกับประชาชนทุกคน และยังทำให้เกิดอนาธิปไตยเพียงเพื่อประโยชน์ทางการเมือง โดยไม่ได้คำนึงถึงข้อกำหนดการปล่อยชั่วคราวที่ศาลกำหนดไว้ ส่วนที่จำเลยอ้างว่ามีสิทธิ์ชุมนุมด้วยความสงบปราศจากอาวุธตามรัฐธรรมนูญแต่การกระทำนั้นก็จะต้องไม่ไปกระทบหรือล่วงละเมิดสิทธิ์ประชาชนคนอื่น
การกระทำของนายรัชต์ยุตม์ , นายพิชิต และ ร.ต.แซมดิน จำเลยที่ 13 ,17 และ 57 จึงฝ่าฝืนเงื่อนไขการปล่อยชั่วคราวที่ศาลกำหนดไว้ ดังนั้นให้เพิกถอนการปล่อยชั่วคราวของจำเลยที่ 13 ,17 และ 57 ตามคำร้อง โดยให้หมายแจ้งนายประกันนำตัวจำเลยทั้ง 3 ส่งศาลภายใน 7 วัน หากไม่ดำเนินการถือว่านายประกันกระทำผิดสัญญาประกัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันนี้ แกนนำพันธมิตรฯ ทั้ง 9 คน ไม่ได้เดินทางมาฟังคำสั่งของศาล แต่ส่งเสมียนทนายความมาฟังแทน ขณะที่ฝ่ายผู้ร้อง มี พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล ผู้บัญชาการสำนักกิจการต่างประเทศ และคดีอาชญากรรมระหว่างประเทศ เดินทางมาฟังคำสั่งศาล
ขณะที่ พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ ผู้บัญชาการสำนักกิจการต่างประเทศฯ ดีเอสไอ ปฏิเสธจะตอบคำถามว่า ดีเอสไอจะดำเนินการเรื่องนี้ต่อไปอย่างไร โดยระบุเพียงว่า จะรายงานให้นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ ทราบคำสั่งศาลต่อไป



