ข่าว

'บันคีมูน'วิตกต่อสถานการณ์ยึดอำนาจของกองทัพไทย

'บันคีมูน'วิตกต่อสถานการณ์ยึดอำนาจของกองทัพไทย

23 พ.ค. 2557

เลขายูเอ็น แสดงความวิตกกังวลอย่างยิ่งต่อการยึดอำนาจของกองทัพในประเทศไทย

 
 
          วันที่ 23 พ.ค.57 นาย บัน คี มูน เลขาธิการสหประชาชาติ ออกแถลงการณ์เกี่ยวกับประเทศไทย แสดงความวิตกกังวลอย่างยิ่งต่อการยึดอำนาจของกองทัพในประเทศไทย 
 
          เขายังได้วิงวอนให้กลับคืนสู่การปกครองตามรัฐธรรมนูญ โดยพลเรือน และตามระบอบประชาธิปไตยโดยเร็ว และเรียกร้องให้มีการพูดคุยเจรจาโดยทุกฝ่ายเพื่อปูทางไปสู่สันติภาพและความเจริญรุ่งเรืองในระยะยาวสำหรับประเทศไทย
 
          เลขาธิการสหประชาชาติ ยังเรียกร้องให้ทุกฝ่ายทำงานร่วมกันอย่างสร้างสรรค์ ไม่ใช้ความรุนแรง และเคารพต่อสิทธิมนุษยชน
 
          โฆษกกระทรวงกลาโหมสหรัฐ พันเอก สตีเวน วอร์เรน กล่าวเมื่อวานว่า สืบเนื่องจากกรณีกองทัพไทยได้ดำเนินการรัฐประหาร สหรัฐอาจพิจารณาทบทวนความร่วมมือทางทหารกับไทย ซึ่งรวมถึงการซ้อมรบร่วมทางทะเล CARAT 2014 นำโดยสหรัฐที่มีหลายชาติเอเชียแปซิฟิกเข้าร่วมรวมถึงไทย  ที่เริ่มขึ้นเมื่อวันจันทร์และจะสิ้นสุดในวันอังคารหน้า 
 
          ทั้งนี้การรัฐประหารในไทยเมื่อปี 2549 นำไปสู่การระงับความช่วยเหลือทางทหารจากสหรัฐชั่วคราว 
 
          นอกจากนี้โฆษกกระทรวงต่างประเทศสหรัฐ เจน ซากี บอกด้วยว่า ความช่วยเหลือระดับทวิภาคีประจำปีราว 10 ล้านดอลลาร์อาจต้องถูกระงับด้วย 
 
          ตามกฎหมายสหรัฐ จะไม่อนุญาตให้สหรัฐให้ความช่วยเหลือแก่ประเทศใดๆ ที่มีการก่อรัฐประหารโดยกองทัพเพื่อโค่นล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง 
 
          นอกจากนี้ฝ่ายนโยบายต่างประเทศของสหภาพยุโรปออกแถลงการณ์เมื่อวานว่าอียูกำลังติดตามสถานการณ์ในไทยด้วยความกังวลอย่างที่สุด และเป็นสิ่งสำคัญอย่างที่สุดที่ไทยควรจะกลับเข้าสู่กระบวนการประชาธิปไตยที่ชอบธรรมโดยเร็ว และกองทัพต้องยอมรับและเคารพอำนาจตามรัฐธรรมนูญของพลเมือง ที่เป็นหลักการพื้นฐานของการปกครองตามหลักประชาธิปไตย พร้อมกันนี้อียูย้ำถึงความสำคัญในการจัดการเลือกตั้งที่มีความน่าเชื่อถือและทุกฝ่ายมีส่วนร่วมโดยเร็วเท่าที่เป็นไปได้ และขอให้ทุกฝ่ายใช้ความอดทนอดกลั้นและทำงานร่วมกันเพื่อผลประโยชน์ของชาติ 
 
          นอกจากนี้ทำเนียบประธานาธิบดีฝรั่งเศส ออกแถลงการณ์ระบุว่า ประธานาธิบดีฟรังซัวส์ โอลลองด์ ประณามการรัฐประหารในไทย และเรียกร้องให้กลับคืนสู่การปกครองภายใต้รัฐธรรมนูญโดยทันทีและจัดการเลือกตั้ง  รวมถึงจำเป็นต้องเคารพสิทธิและเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชนชาวไทย 
 
          ขณะเดียวกันวิลเลียม เฮก รัฐมนตรีต่างประเทศอังกฤษ ออกแถลงการณ์ระบุว่า เขามีความกังวลอย่างที่สุดต่อการรัฐประหารในไทย และอังกฤษเรียกร้องให้ไทยกลับมามีรัฐบาลพลเรือนที่มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย ทำเพื่อผลประโยชน์ของประชาชน และเคารพสิทธิมนุษยชนของประชาชน นอกจากนี้เขาเรียกร้องให้ทางการไทยกำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนโดยเร็วเรื่องการจัดการเลือกตั้งเพื่อให้กลับมามีการปกครองตามระบอบประชาธิปไตย
 
          นายจอห์น แคร์รี่ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ ออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคมว่า "ผมผิดหวังกับการตัดสินใจของกองทัพไทยในการระงับใช้รัฐธรรมนูญและยึดอำนาจรัฐบาลหลังเกิดความวุ่นวายทางการเมืองมาเป็นเวลานาน และไม่มีความชอบธรรมสำหรับการทำรัฐประหารในครั้งนี้" 
 
          เขาบอกว่า "ผมรู้สึกกังวลต่อรายงานข่าวที่ว่า มีผู้นำทางการเมืองระดับอาวุโสจากพรรคการเมืองหลักของประเทศไทย ถูกควบคุมตัวและขอเรียกร้องให้ปล่อยตัวพวกเขา "
 
          "ผมยังรู้สึกกังวลที่สื่อมวลชนถูกระงับการออกอากาศ ผมขอเรียกร้องให้กลับคืนสู่ภาวะการปกครองของรัฐบาลพลเรือนโดยทันที  กลับคืนสู่ประชาธิปไตย และเคารพสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพขั้นพื้นฐาน เช่น เสรีภาพสื่อเส้นทางข้างหน้าสำหรับประเทศไทย จะต้องรวมถึงการจัดให้มีการเลือกตั้งโดยเร็ว ที่สะท้อนถึงความต้องการของประชาชน 
 
          แม้ว่าเราจะตระหนักในคุณค่ากับความสัมพันธ์อันยาวนานกับคนไทย การกระทำครั้งนี้ย่อมส่งผลกระทบทางลบต่อความสัมพันธ์สหรัฐ-ไทย โดยเฉพาะสำหรับความสัมพันธ์กับกองทัพไทย  เราจะทบทวนการช่วยเหลือและข้อตกลงทางการทหารและด้านอื่นๆ โดยพิจารณาจากกฎหมายของสหรัฐ"
 
          จูลี่ บิช็อป รัฐมนตรีต่างประเทศออสเตรเลีย ได้แสดงความวิตกอย่างยิ่งเกี่ยวกับสถานการณ์ในประเทศไทย หลังได้รับรายงานยืนยันเรื่องการรัฐประหาร โดยเธอได้กล่าวผ่านทางสถานีวิทยุ ABC ในวันนี้ว่า เรารู้สึกวิตกอย่างยิ่งที่ผู้บัญชาการทหารบก ประกาศว่า กองทัพได้เข้ายึดอำนาจทั้งหมดจากรัฐบาลในประเทศไทย ซึ่งเธอมองว่า เป็นสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน และกำลังจับตาอย่างใกล้ชิด แต่ชาวออสเตรเลียก็จำเป็นต้องให้ความใส่ใจติดตามอย่างใกล้ชิดเพื่อความปลอดภัยของตนเองและในเรื่องการวางแผนการเดินทางด้วย