
คสช.ประกาศให้รธน.สิ้นสุดลงชั่วคราว
คสช.ประกาศให้รธน.สิ้นสุดลงชั่วคราว ยกเว้นหมวด2พระมหากษัตริย์ ส.ว. ศาล องค์กรอิสระ ให้อดีตรมต.รักษาการรายงานตัวภายใน22พ.ค.นี้ และให้ผู้ชุมนุมกลับบ้าน
เมื่อเวลา 19.13 น.วันที่ 22 พ.ค.2557 พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกทบ.อ่านคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ระบุว่าตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ประกาศยึดอำนาจการปกครองประเทศ ตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม เวลา 16.30 น.เป็นต้นไปนั้น เพื่อให้การบริหารประเทศสามารถดำเนินการได้ จึงให้ดำเนินการดังนี้ 1.ให้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 สิ้นสุดลงชั่วคราว เว้นหมวด 2 พระมหากษัตริย์ 2.คณะรัฐมนตรีรักษาการสิ้นสุดการปฎิบัติหน้าที่ 3. วุฒิสภายังปฎิบัติหน้าที่ตามจำนวนสมาชิกวุฒิสภาที่มีอยู่ 4.ศาลทั้งหลายมีอำนาจพิจารณาพิพากษาอรรถคดี 5.องค์กรอิสระและองค์กรอื่นตามรัฐธรรมนูญ ยังคงปฎิบัติหน้าที่ต่อไป
คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ยังได้แต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งในคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ดังนี้ 1.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.เป็นหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ 2.พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฎิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นรองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ 3.พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย ผบ.ทร.เป็นรองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ 4.พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผบ.ทอ.เป็นรองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ 5.พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.เป็นรองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ 6.พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รองผบ.ทบ.เป็นเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
สั่ง18 รมต.ที่เหลือรายงานตัว
คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ยังให้บุคคลที่มีรายชื่อดังต่อไปนี้มารายงานตัว ณ กองบัญชาการรักษาความสงบแห่งชาติ (ร.1รอ.) ภายในวันที่ 22 พ.ค.ดังนี้ 1.นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล 2.นายพงษ์เทพ เพกาญจนา 3.นายจาตุรนต์ ฉายแสง 4.นายวิเชษฐ์ เกษมทองศรี 5.นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงษ์ไพศาล 6.นายจารุพงษ์ เรืองสุวรรณ 7.นายยุคล ลิ้มแหลมทอง 8.นางเบญจา หลุยเจริญ 9.นายสมศักดิ์ ภูรีศรีศักดิ์ 10.นางปวีณา หงสกุล 11.พล.อ.พฤณฑ์ สุวรรณทัต 12.นายพ้อง ชีวานัน 13.นายยรรยง พวงราช 14.นายวิศาล เตชะธีราวัฒน์ 15.นายสนธยา คุณปลื้ม 16.นายประดิษฐ์ สินธวณรงค์ 17.นายสรวงค์ เทียนทอง 18.นายประเสริฐ บุญชัยสุข
ห้ามม็อบชุมนุม-ฝ่าฝืนคุก1ปีปรับ2หมื่น
ขณะเดียวกันอาศัยอำนาจตามมาตรา 8 และมาตรา 11 แห่ง พ.ร.บ.กฎอัยการศึก ห้ามมั่วสุมชุมนุมทางการเมืองที่มีตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป ผู้ฝ่าฝืนต้องระวังโทษจำคุก 1 ปี ปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ สำหรับผู้ชุมนุมที่ภูมิลำเนาในต่างจังหวัด ให้เดินทางกลับ ทั้งนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
คสช.ประกาศให้รธน.สิ้นสุดลงชั่วคราว
เมื่อเวลา 19.20 น. พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกทบ.อ่านแถลงการณ์คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ฉบับที่ 5 เรื่อง ให้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 2550 สิ้นสุดชั่วคราว ยกเว็นหมวด 2 พระมหากษัตริย์ ส.ว. ศาล องค์กรอิสระ พร้อมกับประกาศให้อดีตรัฐมนตรีรักษาการรายงานตัวภายในวันที่ 22พ.ค.นี้ และให้ผู้ชุมนุมกลับบ้าน
"กิตติพงษ์"ปัดถูกเสนอชื่อนั่งนายกฯ
เมื่อเวลา 17.00 น. นายกิตติพงษ์ กิตยารักษ์ โพสผ่านเฟซบุ๊ค Kittipong Kittayarak ว่า ตามที่มีข่าวปรากฏว่า ผมเป็นผู้หนึ่งที่อาจถูกเสนอชื่อให้ทำหน้าที่ "นายกฯคนกลาง" และมีเพื่อนๆสื่อมวลชนหลายท่านกรุณาให้ความสนใจสอบถามในเรื่องนี้นั้น เนื่องจากขณะนี้ผมเดินทางมาราชการต่างประเทศ ไม่สามารถพูดคุยกับเพื่อนๆสื่อมวลชนได้ทั่วถึง ผมจึงขอเรียนในเบื้องต้นผ่านทาง facebook ว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเพียงกระแสข่าวลือ ไม่ได้มีการปรึกษาหารือ ทาบทาม หรือวางแผนในเรื่องนี้แต่อย่างใด
ผมเห็นว่าการให้ความสำคัญกับการได้มาซึ่ง "นายกฯคนกลาง" ที่ "เก่ง ดี และเหมาะสม" ในขณะนี้อาจจะไม่ตอบโจทย์ปัญหาความขัดแย้งของประเทศไทยได้ตรงจุด เพราะปัญหามีความซับซ้อนกว่านั้นมาก ประเด็นสำคัญที่สมควรมีการดำเนินการอย่างจริงจังและเป็นประเด็นที่ผมและเพื่อนสมาชิก "เครือข่ายเดินหน้าปฏิรูป" ได้ย้ำมาโดยตลอดคือ เราต้อง "หยุดความรุนแรง เริ่มเจรจา เดินหน้าปฏิรูป" จึงเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่ท่านพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ได้เข้ามาช่วยดูแลบ้านเมืองในช่วงวิกฤตนี้เพื่อลดการเผชิญหน้าและความรุนแรงไม่ให้รุกลามบานปลาย และยังได้เสริมสร้างบรรยากาศในการเจรจาระหว่างคู่ขัดแย้ง สอดคล้องกับความพยายามของท่านสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ว่าที่ประธานวุฒิสภาที่ได้พยายามดำเนินการในห้วงเวลาที่ผ่านมาอีกด้วย
เราเห็นว่าหนทางที่เป็นทางออกของการแก้ปัญหาความขัดแย้งอย่างยั่งยืนคือการที่คู่ขัดแย้งทุกฝ่ายยอมลดข้อเรียกร้องของตนเอง ถอยคนละก้าวโดยเอาผลประโยชน์ของประเทศโดยรวมเป็นที่ตั้ง และประเด็น "การปฏิรูปประเทศ" น่าจะเป็นประเด็นร่วมที่คู่ขัดแย้งทุกฝ่ายเห็นตรงกัน ที่นอกจากจะแก้ปัญหาความขัดแย้งที่ต้นเหตุแล้ว ยังสามารถสร้างความเข้มแข็งให้ประเทศไทยอย่างยั่งยืนด้วย
ผมและสมาชิกเครือข่ายเดินหน้าปฏิรูปได้แสดงความเห็นต่อสาธารณชนเสมอมาว่า ทางออกของปัญหาวิกฤตความขัดแย้งต้องอยู่บนวิถีประชาธิปไตย และสามารถทำได้โดยการสร้าง "หลักประกัน" ให้ทุกฝ่ายเชื่อมั่นว่าการเลือกตั้งอันเป็นกติกาพื้นฐานของระบอบประชาธิปไตยที่กำลังจะเกิดขึ้น จะนำไปสู่ "รัฐบาลเพื่อการปฏิรูป" อันเป็นรัฐบาลที่ทุกฝ่ายร่วมมือกันสร้างความปรองดองและปฏิรูปประเทศ ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งอีกครั้งหนึ่งตามกติกาใหม่ที่ปรับปรุงแล้วร่วมกัน ในห้วงเวลาที่บ้านเมืองของเราได้เข้าสู่สภาวะปกติแล้ว ผมและสมาชิกเครือข่ายเดินหน้าปฏิรูปขอสนับสนุนการเจรจาเพื่อหาทางออกให้ประเทศไทยของเราในทุกๆเวที และพร้อมที่จะนำเสนอและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับทุกฝ่ายถึงแนวทางที่ "เครือข่ายเดินหน้าปฏิรูป" ได้เสนอไว้
ทหารเข้าควบคุมตัวพุทธะอิสระเข้ากรมปตอ.
เมื่อเวลา 18.45 น. ที่เวทีกปปส.แจ้งวัฒนะ ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังนำมวลชนสวดมนต์ทำวัตรเย็นเสร็จสิ้น หลวงปู่พุทธะอิสระได้ลงมาพบกับพ.อ.วรวุฒิ วุฒิศิริ ผบ.ปตอ. เพื่อมอบพิมพ์เขียว 3 สภา เพื่อให้ทหารช่วยผลักดัน จากนั้นทหารพร้อมอาวุธครบมือได้เคลื่อนกำลังเข้ามาเชิญตัวหลวงปู่ฯขึ้นรถตู้ที่จอดเตรียมไว้และได้เคลื่อนรถเข้าไปภายในกรมทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 1 โดยไม่มีเหตุขัดขืนจากมวลชนและการ์ดเวทีแจ้งวัฒนะ นอกจากนี้ทหารได้เร่งประชาสัมพันธ์ให้มวลชนเก็บสัมภาระเพื่อแยกย้ายกลับบ้านโดยทหารจะจัดรถบัสจำนวน 20 คันส่งมวลชนกลับบ้าน และภายในคืนนี้จะเคลียพื้นที่เวทีแจ้งวัฒนะทั้งหมดให้กลับสู่ภาวะปกติตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
คปท.ยุติการชุมนุมแกนนำ-ผู้ชุมนุมทยอยเก็บสัมภาระ
เมื่อเวลา 18.00 น. ภายหลังทราบข่าวการเข้าควบคุมการปกครองประเทศโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) บรรยากาศที่เวทีเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย(คปท.) เป็นไปอย่างคึกคัก ผู้ชุมนุมต่างโห่ร้องด้วยความดีใจ และในเบื้องต้นยังปักหลักอยู่ในที่ตั้ง อย่างไรก็ตาม จากกรณีการเข้าเคลียร์พื้นที่การชุมนุมของคนเสื้อแดงที่ถนนอักษะ ทาง แกนนำ คปท. และฝ่ายรักษาความปลอดภัย จึงได้เริ่มเก็บสัมภาระของใช้ส่วนตัว และของสำคัญ ของมีค่าต่างๆ ด้วยความเร่งรีบ
ต่อมาเวลา 18.45 น. นายสุริยันต์ ทองหนูเอียด ทีมโฆษก คปท. ขึ้นเวทีปราศรัยประกาศให้ผู้ชุมนุมเก็บสัมภาระส่วนตัวๆต่างๆ โดยเวลา 22.00 น. จะมีรถมารับที่ลานพระบรมรูปทรงม้าเพื่อส่งพี่น้องกลับภูมิลำเนา จากนั้น นายอุทัย ยอดมณี ผู้ประสานงาน คปท. กล่าวขึ้นเวทียุติการชุมนุมและย้ำว่า หากคณะ คสช. ไม่ดำเนินการปฏิรูปประเทศไทยตามที่ คปท. ตั้งใจไว้ จะกลับมาชุมนุมอีกแน่นอน ทั้งนี้รวมระยะเวลาที่ชุมนุมมาเป็นจำนวน 225 วัน ถ้าไม่มีการปฏิรูปจะกลับมาชุมนุมทำลายสถิติแน่นอน
แกนนำเสื้อแดงขอนแก่นปิดโทรศัพท์หนีเงียบ
เมื่อเวลา 16.30 น. โดยบรรยากาศทั่วไปในเขตเทศบาลนครขอนแก่น ยังคงเป็นไปตามปกติ แต่มีประชาชนบางส่วนจับกลุ่มพูดคุยกันด้วยความสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น บางกลุ่มดีใจที่ทหารยึดอำนาจเพื่อจะได้ทำให้บ้านเมืองสงบ แต่บางคนไม่พอใจเพราะเกรงจะทำให้ประเทศไทยไม่ก้าวหน้า ในขณะที่มณฑลทหารบกที่ 23 ค่ายศรีพัชรินทร์ ได้มีคำสั่งให้หัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่เข้าไปรายงานตัวในเวลา 18.30 น.วันที่ 22 พ.ค. เพื่อรักษาความเรียบร้อย
นครราชสีมาตรึงทหารรักษาหน้าบ้าน"ป๋าเปรม"
ที่บ้านแม่ทัพ เลขที่ 1885 ถ.สืบศิริ ตรงข้าม กองบัญชาการช่วยรบที่ 2 ( บชร. 2 ) เขตเทศบาลนคร ( ทน. ) นครราชสีมา ซึ่งเป็นบ้านพักของ พล.อ เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โพธิ์กลาง อ.เมือง จ.นครราชสีมา ได้สนธิกำลังผลัดเปลี่ยนเวรยามรักษาความปลอดภัย 10 นาย ต่อ 8 ชั่วโมง พร้อมนำแผงเหล็กซึ่งเป็นป้ายหยุดตรวจ และ เตรียมเคลื่อนย้ายแบริเออร์คอนกรีตมาวางกั้น เพื่อตั้งด่านตรวจยานพาหนะที่สัญจรผ่านไปมาอย่างเข้มงวด
ส่วนสถานที่เชิงสัญลักษณ์ จุดสายล่อฟ้าการเมือง เช่นหอประชุมเปรมติณสูลานนท์ ด้านหลังศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา เจ้าหน้าที่อาสาสมัครรักษาดินแดน ( อส. ) พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมือง ได้เปิดประตูเข้าออก เพียงช่องเดียว และตั้งด่านตรวจค้นยานพาหนะ จากนั้นได้ประสานรถดับเพลิง รถไฟฟ้าส่องสว่าง ของ ทน.นครราชสีมา มาจอดเตรียมพร้อมที่ประตูทางเข้ากองทัพภาคที่ 2 ค่ายสุรนารี เจ้าหน้าที่สารวัตรทหาร มณฑลทหารบกที่ 21 ( มทบ.21 ) ได้นำรั้วไม้ซึ่งมีลวดหนามพันรอบมาวางเพิ่ม พร้อมเสริมกำลังยืนเข้าเวรยามรักษาการอย่างเข็มแข็ง
ส่วนการเคลื่อนไหวของแกนนำทั้ง กปปส. และ นปช. เพื่อความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สิน ได้ปิดโทรศัพท์มือ พร้อมเดินทางไปกบดานที่เซฟเฮ้าท์แห่งหนึ่ง สำหรับมวลชน นปช. โคราช ที่ตกค้างอยู่ที่เวทีปราบกบฏ ถนนอักษะ ซึ่งถูกทหารเข้ายึด ประเมินเบื้องต้นมากกว่า 3 พันคน แกนนำในพื้นที่ได้ประสาน นปช.ส่วนกลาง ให้ช่วยจัดรถโดยสาร พาเดินทางกลับมาภูมิลำเนาเดิมแล้



