
ปลูกป่า...แบบ 'แม่ฟ้าหลวง'
23 พ.ค. 2557
ปลูกป่า...แบบ 'แม่ฟ้าหลวง' : คอลัมน์ รักษ์น่าน
การปลูกป่าที่เริ่มจากการปลูกคน ตามแนวพระราชดำริของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชนนี ตามมาด้วยวิธีปลูกป่าตามศาสตร์ของพระราชา คือ "ปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง" "การปลูกไม้โตช้าและไม้โตเร็ว" และ "การปลูกป่าแบบไม่ปลูก" ร่วมกับศาสตร์ของพระราชินี คือ "ปลูกป่าเสริมธรรมชาติ" และการบริหารจัดการทรัพยากรป่าไม้ โดยแก้ปัญหาทั้งลุ่มน้ำเป็นหลัก ตามแนวพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงในพระบรมราชูปถัมภ์ ดำเนินการ "ปลูกป่า" อย่างเข้มแข็งในพื้นที่โครงการปิดทองหลังพระ จังหวัดน่าน ภายใต้แผนงานที่จะดำเนินการะหว่างปี 2556-2560 ด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมจากการปลูกป่าของมูลนิธิตั้งแต่โครงการพัฒนาดอยตุง โครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติ ที่ ต.เทอดไทย และโครงการศึกษาและพัฒนาการปลูกชาน้ำมันและพืชน้ำมันอื่นๆ บ้านปูนะ ต.เทอดไทย อ.แม่ฟาหลวง จ.เชียงราย
ซึ่งพบว่าอัตราส่วนป่าอนุรักษ์ ร้อยละ 60 ป่าใช้สอย ร้อยละ 8 ป่าเศรษฐกิจ ร้อยละ 20 พื้นที่ทำกินและที่อยู่อาศัย ร้อยละ 12 อัตราส่วนที่เหมาะสมให้คนอยู่ร่วมกับป่าได้อย่างอย่างยืน
โครงการปลูกป่าจังหวัดหน่าน ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ 250,000 ไร่ จึงกำหนดพื้นที่การปลูกและดูแลป่า แบ่งเป็นป่าอนุรักษ์ 15,000 ไร่ ใช้วิธีปลูกป่าแบบปลูกเสริมด้วยไม้โตช้าและไม้โตเร็ว บนพื้นที่ 42,894 ไร่ และปลูกป่าแบบไม่ปลูก ในพื้นที่ที่เหลือพันธุ์ไม้ที่จะปลูกในโครงการ ได้แก่ ประดู่ป่า พระเจ้าห้าองค์ พระยอม มะค่าโมง และยางนา
อีกส่วนคือป่าใช้สอย 20,000 ไร่ จะส่งเสริมให้มีการปลูกป่าเพิ่มอีก 17,717 ไร่ จากพื้นที่ป่าใช้สอยที่มีอยู่แล้วบางส่วน พันธุ์ไม้ที่จะปลูกได้แก่ โพบาย ขี้แหล็ก มะกอก เหมือดโลด และเสี้ยวดอกขาว ส่วนป่าเศรษฐกิจ 50,000 ไร่ จะเน้นพันธุ์ไม้ที่มีผลผลิต ซึ่งสามารถสร้างรายได้สูง เช่น มะม่วงหิมพานต์ ไผ่ หวาย และจามจุรี
มีการสร้างโรงเรือนเพาะกล้าที่อำเภอปัว เป็นสถานที่เพาะเมล็ดพันธุ์ให้ได้ต้นกล้าขนาดตามต้องการก่อนส่งไปยังโรงเรียนเพาะกล้าที่ อ.ท่าวังผา อ.สองแคว และอ.เฉลิมพระเกียรติ ซึ่งเป็นสถานที่สำหรับนำกล้าลงถุง และดูแลรักษากล้าให้มีคุณภาพ พร้อมที่จะนำลงปลูกในแปลงป่าต่อไป
มูลนิธิได้เก็บรวบรวมเมล็ดพันธุ์ไม้ในท้องถิ่นมาเพราะเป็นกล้าไม้ โดยมีเป้าหมายที่จะเพาะกล้าไม้ 107 ชนิด 11 ล้านกล้า เพื่อใช้ในการปลูกป่าอนุรักษ์ 44 ต้นต่อไร่ ทั้งไม้โตช้าและไม้โตเร็ว ป่าเศรษฐกิจ 164 ต้นต่อไร่ และป่าใช้สอย 22 ต้นต่อไร่
การเพาะกล้า 5 ล้านกล้าในปีแรก ค่อยๆ เก็บรวบรวมเมล็ดพันธุ์ไม้ทั้งหมดของจังหวัดน่านที่มีอยู่ในแต่ละฤดูกาล ทั้งไม้โตเร็ว ไม้โตช้า และบันทึกด้วยจีพีเอสทั้งหมด เพื่อให้รู้ถิ่นฐานของไม้ชนิดนั้นๆ เมื่อเพาะที่โรงเพาะกล้า อ.ปัว แล้ว จึงจะกลับไปปลูกในพื้นที่เดิมเพื่อรักษาพันธุ์ไม้เดิมและระบบนิเวศ
ส่วนการปลูกป่านั้น ได้กำหนดให้มีการปลูกป่าในพื้นที่บ้านยอด 22,800 ไร่ บ้านน้ำป้าก 14,7000 ไร่ และต.ขุนน่าน จะปลูกป่า 73,100 ไร่ เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่ป่าถูกทำลายมากที่สุด อีกทั้งยังเป็นพื้นที่ป่าต้นน้ำข้างบน
ข้อมูล-มูลนิธิปิดทองหลังพระ
.......................................
ปลูกคน...เพื่อปลูกป่า
หัวใจของความสำเร็จในการปลูกป่าที่ปิดทองหลังพระ และมูลนิธิแม่ฟ้าลวงเชื่อมั่น คือ "คน" ที่จะเป็นแรงขับเคลื่อนสู่เป้าหมายและวัตถุประสงค์ด้วยการให้ชุมชนมีส่วนร่วม ตั้งแต่เริ่มต้นสำรวจสภาพป่าไม้รวมทั้งพันธุ์ไม้ นอกจากจะทำให้ได้ข้อมูลเชิงลึกแล้ว ยังทำให้ชาวบ้านเห็นข้อมูลจริง ตระหนักและเข้าใจพื้นที่ต้นทุนทรัพยากรของตน วัตถุประสงค์โครงการ รวมทั้งศักยภาพ โอกาสทางเลือกและข้อจำกัดของชุมชน
เพื่อให้เกิดความยั่งยืน จึงส่งเสิรมให้ชุมชนมีส่วนร่วมในกิจกรรมทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเพาะกล้าไม้ จนถึงการสนับสนุนให้ชุมชนในพื้นที่จัดตั้งคณะกรรมการดูแลป่าและจัดทำกฎระเบียบชุมชนว่าด้วยการใช้ประโยชน์และดูแลรักษาป่าอนุรักษ์และป่าใช้สอย เพื่อให้ชุมชนรู้สึกถึงความเป็นเจ้าของ สามารถบริหารจัดการทรัพยากรในพื้นที่ของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน
ผลของการ "ปลูกป่าน่าน ปลูกคนน่าน" ตั้งแต่ปี พ.ศ.2552 จนถึงปัจจุบัน ยังประโยชน์ให้ชาวบ้านในพื้นที่โครงการทั้ง 3 อำเภอ ต้นน้ำน่าน มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ได้รับการพัฒนาทั้งเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม มีศักดิ์ศรีในการพึ่งพาตนเอง และที่สำคัญ คือ กลับสู่วิถีสมดุลแห่งธรรมชาติที่คนและป่าสามารถอยู่ร่วมกันได้
ดังนั้นเป้าหมายที่ท้าทายต่อไปคือ โครงการ "ปลูกป่าน่าน" เพื่อต่อยอดการที่คนจะอยู่ร่วมกับป่าและป่าอยู่ร่วมกับคนได้อย่างยั่งยืน
.......................................
(หมายเหตุ ปลูกป่า...แบบ 'แม่ฟ้าหลวง' : คอลัมน์ รักษ์น่าน)



