
'เหมืองทองเลย'ทวีรุนแรงเสียงเรียกร้องที่รัฐเมินเฉย
'เหมืองทองเลย'ทวีรุนแรง เสียงเรียกร้องที่รัฐเมินเฉย : สุมาลี สุวรรณกรรายงาน
ไม่น่าเชื่อว่า "ยุทธการล้อมจับแกนนำ" ที่กลุ่มชายลึกลับเอาผ้าปิดหน้าปิดตากว่า 100 คน แถมมีอาวุธครบมือ ทั้ง ปืน มีด ไม้ กระบอง บุกเข้าไปจับแกนนำชาวบ้านกว่า 25 คน ที่เฝ้ายามป้อมรักษาการณ์ของชาวบ้านนาหนองบง ต.เขาหลวง อ.วังสะพุง จ.เลย เมื่อคืนวันที่ 15 พฤษภาคม ต่อเนื่องถึงเช้าวันที่ 16 พฤษภาคม ทั้ง 3 จุดได้ผลเกินคาด
เพราะการกระจายกำลังโอบล้อม เหมือนคนชำนาญการในการปฏิบัติการซุ่มโจมตีอย่างดี ในช่วงเวลาค่อนดึกที่มีความมืดปกคลุมช่วยในการพรางตัว ซึ่งในเวลานั้นชาวบ้านที่เฝ้ายามได้หลับไหลเพราะความอ่อนเพลีย และเป็นจังหวะเดียวกันกับที่บางครอบครัวไปกรีดยางในสวนยางอยู่ห่างจากบ้านกว่า 2-3 กิโลเมตร ทำให้การเข้าล็อกตัวแกนนำชาวบ้านแบบซุ่มเงียบได้ผลเกินคาด
โดยเฉพาะป้อมยามแต่ละแห่งที่ตั้งขึ้น เพื่อสกัดไม่ให้รถบรรทุกสารเคมีและขนแร่เข้า-ออกได้ แต่ละวันคืนจะมีคนเฝ้าประตูอยู่ประมาณ 10 คน ทั้งหญิงและชาย แต่ก็มีจุดอ่อนเพราะผู้เฝ้ายามทั้งหมดเป็นเพียงชาวบ้าน ไม่มีอาวุธ แถมส่วนใหญ่เป็นคนสูงวัยแทบทั้งสิ้น
ก่อนเกิดเหตุ สถานการณ์ในพื้นที่ตึงเครียดมาหลายวัน หลังจากมีข่าวว่า ทางเอกชนจะเอารถบรรทุกขนแร่ออกไปให้ได้ เพราะหนังสือขออนุญาตขนแร่จากสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเลยจะหมดเวลาวันที่ 23 เมษายน ทำให้ตลอดทั้งเดือนเมษายน ที่ผ่านมา ชาวบ้านต้องเฝ้าระวังกันเต็มที่ และทุกวันจะมีชายฉกรรจ์ขี่รถจักรยานยนต์วนเวียนเข้าออกหมู่บ้านเหมือนดูลู่ทางตลอด
เช่นเดียวกับคืนเกิดเหตุ ที่ชาวบ้านได้ประจำจุดป้อมยามทั้ง 3 จุด เต็มกำลัง เพราะเกรงจะมีปฏิบัติการอะไรเกิดขึ้น และก็มีขึ้นจริงเสียด้วย โดยถูกจู่โจมแบบสายฟ้าแลบจากชายฉกรรจ์นับร้อยโอบล้อมและจับแกนนำชาวบ้านมัดมือไพล่หลัง และมีการทำร้ายร่างกาย ทั้งทุบ ตี เตะ ต่อย พร้อมกับพูดจาข่มขู่ ใช้วิธียิงปืนขึ้นฟ้าเพื่อให้หวาดกลัว และเสียงปืนนี่เองที่ทำให้ชาวบ้านที่นอนอยู่ในหมู่บ้านไม่ห่างป้อมยาม ลุกฮือกันขึ้นมา และกรูกันเข้ามาจนเกิดปะทะซ้ำเป็นเหตุให้มีคนเจ็บเพิ่มขึ้นอีกรวมเกือบ 50 คน
ช่วงชุลมุนนั้นเอง มีรถแบ็กโฮบุกเข้าไถกำแพงที่ชาวบ้านร่วมกันสร้างเอาไว้ โดยใช้ท่อซีเมนต์และเหล็กทำเป็นโครงหลังคากั้นปิดถนนที่เป็นทางเชื่อมระหว่างถนนของเหมืองที่ทำขึ้นเพื่อขนแร่และถนนของหมู่บ้าน เมื่อกำแพงทลายลงแล้ว รถบรรทุก 18 ล้อขนแร่ทองแดงก็ทยอยวิ่งออกจากเหมือง โดยนับรวมๆ ได้ประมาณ 13 คัน ชาวบ้านที่ถูกจับมัดทำได้เพียงยืนมองด้วยน้ำตานองหน้า
เบื้องหลังปฏิบัติการครั้งนี้ ว่ากันว่ามี "คนมีสีระดับชั้นนายพล" อยู่เบื้องหลัง !
พ่อยนต์ คุณนา หนึ่งในแกนนำที่ถูกกระทำจากกลุ่มชายฉกรรจ์ เล่าว่า ไม่ได้ตั้งตัวเลย มีคนหนึ่งใช้เท้าเหยียบที่หน้าและทำร้ายจนสู้ไม่ไหว และนอกจากตนแล้ว ยังมีเพื่อนอีก 5-6 คน ที่ถูกทำร้ายเช่นกัน พอชาวบ้านที่อยู่ในหมู่บ้านได้ยินก็วิ่งออกมาดูเหตุการณ์และวิ่งออกมาช่วยก็ถูกจับมัดหมด หากใครทำท่าฮึดสู้ก็จะถูกทำร้ายทุกคน โดยคนที่เข้ามานั้นบอกว่า "อยู่นิ่งๆ ถ้าไม่อยากตาย" พ่อยนต์เล่าด้วยเสียงสั่นเครือ พร้อมกับบาดแผลที่ใบหน้า มีร่องรอยฟกช้ำ แถมตาสองข้างบวมบูด ตาข้างขวามีผ้าก๊อซปิดอยู่
ขณะที่ พ่อไม้ หรือ สุรพันธ์ รุจิไชยวัฒน์ แกนนำ "กลุ่มรักษ์บ้านเกิด" คนสำคัญในการต่อสู้เรียกร้องผลกระทบจากเหมืองมาตลอดระยะ 7 ปีที่ผ่านมา ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม มลภาวะฝุ่น มลภาวะเสียง สารพิษตกค้าง และการปนเปื้อนในแหล่งน้ำ โดยชาวบ้านหลายรายตรวจเลือดพบปนเปื้อนสารหนู สารตะกั่ว ตลอดจนวิถีชีวิตของชุมชนก็ได้รับผลกระทบอย่างมาก โดยภาครัฐไม่ได้ช่วยแก้ไขหรือยับยั้งปัญหาแต่อย่างใด ยึดหลักการที่ว่า เหมืองดำเนินการอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ได้รับสัมปทานอย่างถูกต้อง ทำให้ผลกระทบที่ชาวบ้านได้รับเป็นเพียงแค่ "โรคอุปทาน" เท่านั้น
"คนที่มัดและจับผมไว้บอกว่า ขอดีๆ ไม่ให้ ก็ต้องเจอแบบนี้แหละ ผมก็เลยมั่นใจว่าเป็นกลุ่มไหน มีคนโทรศัพท์แจ้งตำรวจทั้งระดับท้องถิ่นและระดับชาติ แต่มีตำรวจท้องที่มาแค่ 2 นาย" สุรพันธ์ เล่าด้วยน้ำเสียงขมขื่นต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ขณะเดียวกันชาวบ้านที่ถูกทำร้ายได้ไปแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมาย แต่ดูเหมือนว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานด้วยความล่าช้า จนชาวบ้านเกิดความไม่พอใจไปชุมนุมหน้าสถานีตำรวจเพื่อกดดันเจ้าหน้าที่ และลุกลามไปจนถึงขั้นปิดถนนสี่แยกวังสะพุง พร้อมออกแถลงการณ์ 3 ข้อ ให้ตำรวจมีมาตรการดูแลความปลอดภัย ให้จับกุมผู้กระทำผิดมาลงโทษ และให้ยุติการกระทำอันเป็นการเลือกปฏิบัติ
หลังคืนเลวร้ายผ่านพ้นไป แกนนำและกลุ่มคนรักษ์บ้านเกิดมองซากปรักหักพังของกำแพงที่เคยเป็นปราการด่านสำคัญ ที่ใช้เป็นสัญลักษณ์ต่อสู้เรียกร้องแบบ "อารยะขัดขืน" แต่บัดนี้เหลือเพียงเศษซากเท่านั้น
แต่กลุ่มชาวบ้านไม่ได้ย่อท้อ เมื่อทางราชการและหน่วยงานเกี่ยวข้องยังไม่ขยับเข้ามาช่วยเหลือ ทั้งที่ได้เรียกร้องมาตลอด และที่ผ่านมาเกิดความรุนแรงหลายครั้ง แต่เหตุเมื่อคืน 15 พฤษภาคม ถือว่ารุนแรงมากขึ้นอีกด้วย
กลุ่มรักษ์บ้านเกิดยังผนึกกันเหนียวแน่น เตรียมหาวิธีรับมือสถานการณ์ เพราะไม่รู้ว่าปฏิบัติการจู่โจมแบบสายฟ้าแลบจะเกิดขึ้นอีกหรือไม่ และไม่รู้ว่าอนาคตพวกเขาจะต้องสูญเสียอะไรบ้าง แต่สิ่งที่พวกเขามีตอนนี้ คือ หัวใจแห่งการปกป้องบ้านเกิด
-------------------------------
(หมายเหตุ : 'เหมืองทองเลย'ทวีรุนแรง เสียงเรียกร้องที่รัฐเมินเฉย : สุมาลี สุวรรณกรรายงาน)



