ข่าว

ไล่แทง!ในสถานีรถไฟ'ไต้หวัน'ตาย4

ไล่แทง!ในสถานีรถไฟ'ไต้หวัน'ตาย4

22 พ.ค. 2557

เกิดเหตุระทึกในไต้หวัน เมื่อนศ.หนุ่มคนหนึ่งก่อเหตุใช้มีดไล่แทงคนไม่เลือกหน้า กลางสถานีรถไฟใต้ดิน ทำให้มีผู้เสียชีวิต 4 คน และบาดเจ็บ 21 คน

 
                         22 พ.ค. 57  หนุ่มคนหนึ่งในไต้หวัน ได้ใช้มีดขนาด 3 นิ้วหนึ่งเล่ม และเกือบ 10 นิ้วอีกเล่ม ซึ่งซื้อมาจากซูเปอร์มาร์เก็ต ไล่แทงคนเสียชีวิต 4 คน และบาดเจ็บ 21 คน ที่สถานีรถไฟใต้ดินเจียงซีกุย ในกรุงไทเปเมื่อวานนี้ เวลาประมาณ 4 โมงเย็นตามเวลาในท้องถิ่น ทำให้ผู้โดยสารหลายร้อยคนแตกตื่นหนีตายจ้าละหวั่น นับเป็นการสุ่มฆ่าครั้งแรกในประวัติศาสตร์ 18 ปีของระบบรถไฟใต้ดินไต้หวัน ที่ปัจจุบันมี่ผู้โดยสารราว 1.85 ล้านคนต่อวัน
 
                         ผู้เสียชีวิตทั้ง 4 คน ได้แก่ ฟาน ผี่ชู หญิงวัย 52 ปี ซึ่งมีวันคล้ายวันเกิดตรงกับวันนี้ ชื่อชิงหยุน ชายวัย 28 ปี จ้างเจิงหาน วัย 26 ปี โดยทั้ง 3 คนนี้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ส่วนหลี่ จุ่ยหยุน หญิงวัย 62 ปี เสียชีวิตที่โรงพยาบาลในเวลาต่อมา ขณะที่ตัวเลขของผู้บาดเจ็บที่สื่อรายงานมีความแตกต่างกันไปตั้งแต่ 21 ถึง 28 คน ซึ่งมีเกือบครึ่งอยู่ในอาการสาหัส เนื่องจากได้รับบาดเจ็บที่หลังและหน้าอก
 
                         หลังก่อเหตุ รถพยาบาล 15 คันได้มาถึงยังที่เกิดเหตุ และเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องสงสัย ซึ่งแต่งกายด้วยเสื้อโปโลสีแดง กางเกงขาสั้นสีดำ และสวมรองเท้าผ้าใบได้ในสภาพมีสติดี ไม่ได้มึนเมาเพราะมีระดับแอลกอฮอล์ในเลือดเพียง 4 เปอร์เซ็นต์ และไม่มีประวัติป่วยทางจิต และนำตัวเข้าพบอัยการเพื่อทำการไต่สวน เบื้องต้นทราบว่า ชายผู้นี้มีชื่อว่าชี่หนิง ฉี นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ เอกสิ่งแวดล้อม ชั้นปีที่สอง ของมหาวิทยาลัยทงไห่ ในเมืองไทชุง โดยเขาให้การว่า เขาต้องการจะก่อการครั้งยิ่งใหญ่มาตั้งแต่เด็ก เขาวางแผนว่าตั้งใจจะก่อเหตุโจมตีหลังจบการศึกษา แต่ตัดสินใจทำลงไปตั้งแต่อยู่ชั้นปีที่ 2 เนื่องจากเมื่อวานนี้เขาไม่มีเรียน ส่วนสาเหตุที่เขาต้องการลงมือยังคงไม่มีการเปิดเผย นอกจากนี้เขายังไม่ยอมรับความผิดที่ได้ก่อขึ้นอีกด้วย
 
                         รายงานข่าวยังบอกอีกว่า เขาได้ประกาศผ่านทางอินเทอร์เน็ต เมื่อเดือนที่แล้วว่าเขามีแผนการที่จะทำสิ่งอันยิ่งใหญ่ และก่อนที่เขาจะเข้ามาเรียนที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้ เขาเคยโดนไล่ออกจากมหาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักรมาแล้วครั้งหนึ่ง
 
 
 
 
 
-------------------------
 
(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AFP , EPA)