ข่าว

'จตุพร'พร้อมถก'ประยุทธ์'

'จตุพร'พร้อมถก'ประยุทธ์'

21 พ.ค. 2557

'จตุพร' พร้อมถก 'ประยุทธ์' บ่ายนี้ อ้าง 'นิติราษฎร์' ชี้ประกาศกฎอัยการศึกไม่ชอบด้วยกฎหมาย แนะทำให้ถูก ซัดปฏิวัติซ่อนรูปปิดสื่อ-นักวิชาการ

 
                     21 พ.ค.57 เมื่อเวลา 10.00 น. ที่เวทีการชุมนุมกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ถ.อักษะ ย่านพุทธมณฑล นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. แถลงว่า สถานการณ์ขณะนี้อยากบอกให้พล.อ.ประยุทธ์ ทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งอาจารย์กลุ่มนิติราษฎร์ชี้ว่า การประกาศกฎอัยการศึกครั้งนี้ผิดกฎหมาย เพราะการประกาศกฎอัยการศึกทั่วราชอาณาจักรต้องเป็นพระบรมราชโองการ เพียงแค่รายงานให้รัฐบาลรับทราบจึงไม่ใช่ทำให้การประกาศกฎอัยการศึกถูกต้อง
 
                     ดังนั้น ถ้าพล.อ.ประยุทธ์ต้องการใช้กฎอัยการศึกมาแก้ไขปัญหาประเทศตามที่ประกาศไว้ การดำเนินการของพล.อ.ประยุทธ์ ต้องถูกต้องก่อน ควรให้นายทหารพระธรรมนูญหรือฝ่ายกฎหมายของกองทัพดำเนินการให้ถูกต้อง ถ้าคำสั่งไม่ชอบมาตั้งแต่ต้นการยกเลิกศอ.รส. ก็ต้องมีปัญหา หรือคำสั่งอื่น ๆ ไม่ถูกต้อง เหมือนการสั่งให้นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เลิกดำเนินคดีกับผู้ชุมนุม พล.อ.ประยุทธ์ก็ต้องยกเลิกกฎหมายอาญาก่อน
 
                     การประกาศกฎอัยการศึกทั่วราชอาณาจักรด้วยเหตุจากความมั่นคงทั้งภายในและภายนอกราชอาณาจักรจะต้องเป็นพระบรมราชโองการ และผู้รับสนองพระบรมราชโองการต้องเป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งอำนาจให้ระดับ ผบ.กองพันที่คุมกำลังนั้นให้เฉพาะในพื้นที่ที่มีจลาจลหรือสงครามเท่านั้น ต้องรายงานนายกฯและรัฐบาลโดยเร็ว การประกาศใช้กฎอัยการศึกครั้งนี้ไม่ชอบด้วยพ.ร.บ.กฎอัยการศึก พล.อ.ประยุทธ์ต้องรีบแก้ไข เพราะถ้ายังเดินหน้าต่อไปจะกลายเป็นกบฏในราชอาณาจักรเสียเอง ตนชี้ช่องเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาต่อไป
 
                     นอกจากนี้ ตนไม่ทราบว่าใครเป็นคนวางแผนในเรื่องนี้จึงไม่ศึกษากฎอัยการศึกให้ถ่องแท้ ขอให้พล.อ.ประยุทธ์ไปดูไม่ว่าการประกาศกฎอัยการศึกโดยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ หรือ จอมพลถนอม กิตติขจร อดีตนายกฯ เป็นพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ทั้งสิ้น โดยมีจอมพลสฤษดิ์ จอมพลถนอมเป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ซึ่งระยะเวลานี้ระหว่างที่มีคำสั่งมากมายยิ่งกว่าคำสั่งคณะรัฐประหาร  นปช.ยืนยันเหมือนเดิมว่า เราจะชุมนุมที่ถ.อักษะ โดยแนวทางสันติ สงบ ปราศจากอาวุธ และยืนยันต่อต้านการรัฐประหาร นายกฯคนนอก หรือนายกฯ มาตรา 7
 
                     นายจตุพร กล่าวอีกว่า สถานการณ์เวลานี้ทั้งหมดอยู่ที่การตัดสินใจของพล.อ.ประยุทธ์ เพราะคนที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาเขารู้ว่านี่ไม่ใช่เพียงแค่การประกาศกฎอัยการศึก หลายเรื่องราวยิ่งการรัฐประหาร การปิดกั้นสื่อหรือการประกาศห้ามไม่ให้นักวิชาการแสดงความคิดเห็นผ่านสื่อต่าง ๆ เท่ากับพาประเทศไทยถอยหลังเข้าคลอง แต่การปิดปากนักวิชาการที่เขามีสิทธิแสดงความคิดเห็น ยิ่งสะท้อนให้เห็นว่าการรัฐประหารซ่อนรูปเกิดขึ้นมาแล้ว ไม่ใช่การประกาศใช้กฎอัยการศึกธรรมดา ซึ่งพวกตน คนไทยและมิตรประเทศ ต้องการความชัดเจนว่า พล.อ.ประยุทธ์ต้องการอะไร ต้องการหาทางออก ต้องการรัฐประหาร หรือต้องการนายกฯ มาตรา 7 คนไทยก็จะได้ตัดสินใจกันได้ ไม่ต้องอยู่ในสภาพที่มีความอึดอัดโดยมีทหารรายล้อมตามจุดต่าง ๆ ใน กทม. ทั้งนี้การนำรถทหารไปที่หน้าสโมสรตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) นั้นเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสม เมื่อชวนพล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.มาเป็นที่ปรึกษาแล้วก็ควรจะให้เกียรติตำรวจด้วย
 
                     ทั้งนี้ การแสดงออกของนายสุเทพ มีความรู้สึกว่าการกระทำของพล.อ.ประยุทธ์ เห็นด้วยสนับสนุน นายสุเทพชวนทหาร ข้าราชการ ร่วมกัน ในการจัดการตั้งนายกคนนอก ถ้าวุฒิไม่ทำให้ เพราะฉะนั้นการนัดหมายของนายสุเทพยังดำรงอยู่เหมือนเดิม โดยไม่สนใจการประกาศกฎอัยการศึก คนไทยจะได้เห็นว่า ทฤษฏีสมคบคิดกัน ไม่ว่าจะเป็น กปปส. ส.ว. องค์กรอิสระ และหมากที่กำลังดำเนินการอยู่นี้ ที่พล.อ.ประยุทธ์ กำลังรักษาภาพพจน์ ทำตัวให้เป็นกลางอยู่ท้ายที่สุดจะเป็นพวกเดียวกับนายสุเทพหรือไม่ เพราะการแสดงอากาศดีใจของแกนนำกปปส. เหมือนว่าพล.อ.ประยุทธ์ ได้เข้ามาช่วยกปปส.เหมือนกรณีศาลรัฐธรรมนูญ หรือป.ป.ช. หรือสว.กำลังเดินเกมนายกฯมาตรา 7
 
                     นอกจากนี้ ตนพอทราบเป็นการภายในถึงความมุ่งหมาย ที่จะได้นายกฯมาตรา 7 นั้น ยังไม่เปลี่ยนแปลงและการรัฐประหารสามารถเกิดขึ้นได้ เพราะกำลังที่วางไว้ขณะนี้สามารถเปลี่ยนแปลงจากกฎอัยการศึก กลายเป็นการรัฐประหารได้โดยทันที
 
                     จากนั้นเวลา 11.45 น. นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. พร้อมแกนนำนปช. ร่วมกันแถลงข่าว โดยนายจตุพร แถลงว่า นปช.ได้รับการประสานจากตัวแทนพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. โดยนัดหมาย ไปที่สโมสรทบ. เวลา 13.30 น. ซึ่งตัวแทนจะประกอบด้วยตน ,นางธิดา ถาวรเศรษฐ ,นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ,นายวีระกานต์ มุกสิกะพงษ์ ,นายก่อแก้ว พิกุลทอง ซึ่งการไปเจรจาหาทางออกให้กับประเทศ เพื่อสร้างความเข้าใจกับกลุ่มต่าง ๆ นปช.ยืนยันว่าต้องให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน ไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้งหรือการทำประชามติ ส่วนจะรูปแบบใด เป็นกระบวนการที่เป็นไปได้ทั้งสิ้น แต่ต้องไม่มีการเว้นวรรคประชาธิปไตย