
ถอดรหัส'บิ๊กตู่'เปิดใจใช้กฎอัยการศึก
ถอดรหัส'บิ๊กตู่'เปิดใจใช้กฎอัยการศึก
หมายเหตุ : เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 20 พฤษภาคม ที่สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดีรังสิต พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ผอ.รส.) พร้อมด้วยผู้บัญชาการเหล่าทัพ ได้ประชุมชี้แจงการประกาศใช้กฎอัยการศึกและกรอบการปฏิบัติงานแก่หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่ระดับปลัดกระทรวงจาก 19 กระทรวง องค์กรตามรัฐธรรมนูญ
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. แถลงหลังการประชุมว่า อยากเรียนให้ทุกคนทราบถึงเหตุผลและความจำเป็นการประกาศใช้กฎอัยการศึกในทุกพื้นที่มีเหตุผลและความจำเป็นอย่างไร อยากเรียนว่า สังคมอย่าตื่นตระหนัก เป็นเพียงการบังคับใช้กฎหมายให้เข้มงวดขึ้น และแสวงหาทางออกอย่างสันติวิธีให้ได้ ลดความขัดแย้งของประชาชนทุกพวกทุกฝ่าย วันนี้อาจจะมีคนที่เดือดร้อนอยู่บ้าง ไม่ว่าจะเป็นสื่อมวลชน อยากขอเวลาสักระยะหนึ่งให้สถานการณ์สงบเรียบร้อย ทั้งนี้ เพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้งอีกต่อไป การประกาศใช้กฎอัยการศึกในครั้งนี้เป็นการประกาศเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง เพื่อให้มีการแสวงหาทางออก โดยที่ไม่มีการกดดันจากฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดทั้งสิ้น
วันนี้ได้เชิญปลัดกระทรวง อธิบดี รวมถึงภาคส่วนเศรษฐกิจ และภาคส่วนสังคม และเอกชน และสหภาพต่างๆ ซึ่งทุกคนมีข้อสรุปว่า บ้านเมืองต้องเดินหน้าไปให้ได้โดยสันติวิธี โดยข้าราชการทุกกระทรวง ทบวง กรม เห็นชอบร่วมกัน และเข้าใจถึงความจำเป็นของทหารในการปฏิบัติหน้าที่ในช่วงนี้ วันนี้สามเหล่าทัพ กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นหนึ่งเดียวในการรักษาความสงบเรียบร้อย เพื่อให้บ้านเมืองเดินต่อไปข้างหน้าได้ เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ประเทศ และมิตรประเทศ ในเรื่องการลงทุน การท่องเที่ยว ว่า พวกเราจะไม่ส่งผลกระทบต่อกิจการใดๆ ทั้งสิ้น
สิ่งที่เราจะดำเนินการเร่งด่วนคือ การบังคับใช้กฎหมายสำหรับผู้ที่ใช้อาวุธสงคราม หรือผู้ที่ตั้งกองกำลังในการทำให้ประชาชนได้รับบาดเจ็บและสูญเสีย ซึ่งสิ่งที่หลายท่านสงสัยในคำพูดของผมที่พูดว่า เมื่อมีการจลาจล แต่จริงๆ แล้ว ที่ผ่านมาได้เกิดการจลาจล เนื่องจากมีการบาดเจ็บและสูญเสียเป็นจำนวนมาก มีประชาชนเสียชีวิต 28 คน และบาดเจ็บ 700 กว่าคน ถือเป็นการเสียชีวิตที่ใหญ่หลวง ซึ่งเสียชีวิตคนเดียวก็มากแล้วสำหรับครอบครัวของเขา
ที่ประชุมมีมติร่วมกันในการหาทางออกให้แก่ประเทศให้ได้ ซึ่งข้าราชการทุกกระทรวงต้องมีความเข้มแข็ง ในฐานะปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายด้วยความชอบธรรมมีคุณธรรมจริยธรรม ซึ่งทุกคนให้สัญญากันไว้ สำหรับการแก้ไขปัญหาต้องให้ทุกกระบวนการได้ทำงาน โดยไม่ไปกดดัน
ส่วนผู้ชุมนุมทั้งสองฝ่ายอยู่ในความสงบและสันติวิธี จะมาต่อสู้ด้วยอาวุธทำลายกันและกัน พวกเรายอมไม่ได้ เพราะเป็นหน้าที่ของพวกเราที่ต้องดูแลคนไทยทุกคน เราพยายามให้ความเป็นธรรมกับทุกพวกอยู่แล้ว ไม่ว่าใครจะถูกจะผิดก็ต้อไปว่ากันในกระบวนการยุติธรรม ผมไม่สามารถตัดสินได้ว่าใครผิดมาก ผิดน้อย แต่การดำเนินการดังกล่าวเป็นเรื่องของศาล ทุกคนก็ต้องเข้าไปสู่กระบวนการทั้งสิ้น
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า หลังจากการประกาศกฎอัยการศึกถือเป็นการนับหนึ่งว่าบ้านเมืองต้องเดินไปในทางที่สงบและสันติโดยเร็ว เราจะไม่เอาเรื่องเก่ามาพูดกันให้แก้ปัญหาไม่ได้อีก เราต้องมองวันข้างหน้าว่าจะเดินต่อไปอย่างไร ขอร้องสื่อ และทุกภาคส่วน ขอให้ช่วยกันสร้างความเข้าใจกับประชาชนในประเทศว่า เขาจะขัดแย้งต่อไปไม่ได้อีกแล้ว เราจะไปหวังพึ่งใครไม่ได้อีกแล้ว นอกจากคนไทยทุกคน ไม่ว่าสีใคร เราต้องสลายสีเสื้อไปให้ได้ และอย่าไปสนับสนุนให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพื่อให้เกิดความรุนแรง เราจำเป็นต้องระงับการเผยแพร่ของสื่อหลายช่อง ก็ต้องขออภัย เนื่องจากมีความจำเป็นในเรื่องความมั่นคง ขอให้ทุกคนอดทน
การประกาศใช้กฎอัยการศึกนั้น จะใช้เพียงบางมาตราเท่านั้น เพื่อรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ไม่ต้องการให้เกิดผลกระทบในวงกว้างและจะสร้างปัญหาต่อไปในอนาคต พวกเรามีความตั้งใจอันดีที่จะให้ชาติบ้านเมืองเดินไปข้างหน้า ส่วนการประกาศกฎอัยการศึกนี้ต้องการให้เกิดความสงบและปลอดภัยจะไม่มีใครประกาศไว้นาน แต่อยากให้หาทางออกได้โดยเร็ว ทั้งนี้ เหตุการณ์สงบเมื่อใด และบ้านเมืองปลอดภัยเมื่อใด มีเสถียรภาพเมื่อใด ก็เมื่อนั้น
เมื่อถามว่า สังคมตั้งคำถามว่า กองทัพต้องการให้มีการเลือกตั้ง หรือต้องการได้นายกรัฐมนตรี มาตรา 7 พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่มีการพูดถึงเรื่องนี้ ทุกอย่างเป็นกระบวนการ เป็นกฎหมายที่ต้องดำเนินการกันไป หากทำได้ก็ทำไป หากทำไม่ได้ก็ต้องขจัดข้อขัดแย้งก่อนถึงจะทำได้ หากข้อขัดแย้งยังไม่มีการแก้ไขก็ไม่สามารถทำอะไรได้ทั้งนั้น ดังนั้นทหารจึงมีความจำเป็นต้องประกาศใช้กฎอัยการศึก
เมื่อถามว่า หากบ้านเมืองไม่สงบนาน 3-6 เดือน จะยังคงใช้ต่อได้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า "คงไม่ถึงตรงนั้น ทุกอย่างถ้าเป็นกระบวนการ หรือกฎหมายถ้าทำได้ก็ทำไป แต่ถ้าทำไม่ได้ก็ต้องแก้ไขปัญหาข้อขัดแย้งก่อน เพื่อให้ทำให้ได้ หากข้อขัดแย้งไม่ได้แก้ไขก็ไม่สามารถทำอะไรได้ทั้งนั้น แต่ถ้าเงื่อนไขความขัดแย้งไม่จบก็ยังไม่กลับทั้งคู่ เพราะฉะนั้นคนที่เกี่ยวข้องกับเงื่อนไขทั้งหมดต้องมาแก้ปัญหา ส่วนสถานการณ์จะมีการพัฒนาไปถึงการรัฐประหารหรือไม่นั้น เป็นคำถามที่ใครก็ไม่ตอบ ผมไม่เคยตอบอะไรสักอย่าง อย่ามาสรุปเอง"
ผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่จะเชิญคู่ขัดแย้งมาพูดคุย ผบ.ทบ.กล่าวว่า ก็อยู่ในกระบวนการที่ต้องดำเนินการอยู่แล้ว แต่วันนี้ได้พูดคุยกับข้าราชการก่อน และหลังจากนั้นจะทำอย่างไรให้คู่ขัดแย้งมาพูดคุยกัน ท่ามกลางความสงบ ถ้าไม่สงบและมีการเคลื่อนไหว หรือยุยง ปลุกปั่น หรือสร้างภาพจนทำให้เกิดความรุนแรงก็จะพูดกันไม่รู้เรื่อง ฉะนั้นทุกพวกทุกฝ่ายต้องหยุดก่อน
"ถ้าผมเรียกทุกฝ่ายก็ต้องมาอยู่แล้ว ซึ่งเป็นการปฏิบัติตามภายใต้กฎอัยการศึก ไม่อย่างนั้นทั้งสองฝ่ายก็ไม่ฟัง อย่างไรก็ตาม ก็ต้องติดตามดูสถานการณ์ต่อไปว่าจะเกิดเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นอีกหรือไม่ แต่พวกผมจะไม่ยอมให้มีการนองเลือดขึ้นมาในแผ่นดินไทยเป็นอันขาด"
ส่วนคำถามที่ว่า ขณะนี้รัฐบาลอยู่ในสถานะใด พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า "คุณก็รู้คำตอบของคุณอยู่แล้ว ถ้าไม่รู้ก็ไปถามคนที่เขารู้ ทั้งนี้ผมมีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อย"
เมื่อถามย้ำว่า กองทัพจะดำเนินการอย่างไร ต้องถามความเห็นรัฐบาลรักษาการหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวย้อนว่า "ตอนนี้รัฐบาลอยู่ที่ใด ผมก็ไม่ทราบ แต่ถ้าทำงานได้ก็ทำไปกันไป ประเทศชาติก็ต้องทำงาน ตอนนี้ขอให้ข้าราชการประจำกับทหารทำงาน ผมไม่ไปยุ่งกับใคร ไม่ไปยุ่งกับรัฐบาล โดยข้าราชการประจำและทหารจะทำงานเพื่อบ้านเมือง อย่าไปกังวล ทุกอย่างจะดำเนินการไปอย่างปกติ และจะไม่พยายามไปละเมิดสิทธิมนุษยชนให้มากนัก หรือให้ประชาชนเดือดร้อน ซึ่งยังมีอีกหลายมาตราที่ไม่ได้ใช้ รวมถึงการประการใช้เคอร์ฟิว (การประกาศห้ามประชาชนออกจากเคหสถานในบริเวณพื้นที่ที่กำหนด) ก็ยังไม่มีการประกาศใช้"
----------------------------
(หมายเหตุ : 'บิ๊กตู่'ใช้กฎอัยการศึกจนกว่าสงบ : คำต่อคำ)



