
บิ๊กตู่จ่อเรียก'นิวัฒน์ฯ-สุเทพ-ตู่-สุรชัย'ถก
'ประยุทธ์'จัดโครงสร้างกำลังทหารใหม่ ตั้งแม่ทัพเป็น กกล.รส. 4 ภาค คุมความสงบทั่วประเทศ จ่อเรียก 'นิวัฒน์ธำรง-สุเทพ-จุตพร-สุรชัย' ร่วมหาทางออกประเทศ
20พ.ค.2557 รายงานข่าวแจ้งว่า หลังจากมีคำสั่งกองทัพบกฉบับที่ 2/2557 จัดตั้งกองอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย(กอ.รส.) และให้ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) ยุติการปฏิบัติหน้าที่ พร้อมให้กำลังของหน่วยต่างๆ ตามโครงสร้าง การจัดของ ศอ.รส.เคลื่อนย้ายกลับที่ตั้ง เพื่อไปปฏิบัติภารกิจของแต่ละหน่วยนั้น ทำให้กองกำลังทหารที่จัดตั้งขึ้นเพื่อปฏิบัติภารกิจตามที่ ศอ.รส.ร้องขอต้องยุติลงไปด้วย ทางด้านพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ในฐานะ ผอ.รส. จึงได้ได้มีคำสั่งจัดตั้งกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยกองทัพภาค1 ,2 ,3, 4 มี แม่ทัพภาคทั้ง 4 เป็นผู้บัญชาการกองกำลัง ฯเพื่อดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยในทุกภาคของประเทศ โดยสามารถขอกำลังจากข้าราชการในส่วนของความมั่นคงมาสนับสนุนด้วย โดยมีการกำหนดพื้นที่รักษาความปลอดภัย ทั้งสถานที่สำคัญ เขตพระราชฐาน สื่อขั้วความขัดแย้ง เส้นทางคมนาคม ที่สุ่มเสี่ยงจะเกิดเหตุร้าย เป็นต้น
มีรายงานด้วยว่า กอ.รส.ยังได้มีการจัดโครงสร้างการบริหารงานเพื่อเอื้ออำนวยให้การบริหารงานเกิดความคล่องตัว โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ เป็น ผอ.รส. พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รอง ผบ.ทบ. เป็น รองผอ.รส. พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา และ พล.อ.ฉัตรชัย สาลิกัลยะ ผช.ผบ.ทบ. เป็น ผช.ผอ.รส และ พล.อ.อักษรา เกิดผล เสนาธิการทหารบก เป็น เลขาฯ รส. กรมฝ่ายเสนาธิการร่วมเป็นคณะทำงาน รวมทั้งมี ผบ.สส. ผบ.ทร.ผบ.ทอ.และ ผบ.ตร.เป็นที่ปรึกษา โดยกอ.รส.จะประชุมช่วงเช้าเวลาประมาณ9.00 น. ที่ บก.กอ.รส.ภายใน ร.1 รอ.และ จะมีการแถลงข่าวทุกวันหลังจากประชุมเสร็จ ที่สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดีรังสิต
มีรายงานด้วยว่า ในวันที่ 21 พ.ค. จะมีการมอบหมายให้คณะทำงานไปประสานงานแกนนำคู่ขัดแย้งและองค์กรที่มีบทบาทในการแก้ไขปัญหา ขอเชิญตัวแทนแต่ละส่วนร่วมหารือ โดยมีนายนิวัฒน์ธำรง นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส. นายจุตพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. นาย-สุรชัย รักษาการประธานวุฒิสภา เพื่อมาหารือกับ กอ.รส.เพื่อร่วมกันหาทางออกอย่างเร็วที่สุด
“จตุพร”ลั่นพร้อมเจรจาคู่ขัดแย้ง
เมื่อเวลา 18.00 น. นายจตุพร ได้แถลงว่า ตนไม่ได้มีความขัดแย้งเป็นการส่วนบุคคลกับนายสุเทพหรือบุคคลใดก็ได้ในเครือข่ายอำมาตย์ แต่ทั้งหมดเป็นเรื่องหลักการประชาธิปไตย ซึ่งตนไม่ขัดข้อง แต่จะยึดแนวทางประชาธิปไตยเท่านั้น จึงไม่ขัดข้องที่จะเอาคู่ขัดแย้งไปเจรจา ทั้งนี้ตนไม่ทราบว่า การกระกาศกฎอัยการศึกษาจะนานเท่าใด แต่ยิ่งนานจะสร้างความเสียหายให้กับประเทศเท่านั้น เวลานี้ฝ่ายนายสุเทพและพวกไม่พร้อมที่จะเลือกตั้ง เพราะเลือกอย่างไรก็แพ้ ฉะนั้นวิธีเดียวที่ให้นายสุเทพยอมรับคือการทำประชามติถามว่า คนไทยเห็นด้วยกับข้อเสนอของสุเทพหรือไม่ ถ้าคนไทยเห็นด้วย ตนยอมรับ การปฎิรูปก่อนเลือกตั้ง
"นิวัฒน์ธำรง"เผยพร้อมนัดกองทัพหารือในสัปดาห์นี้
นายนิวัฒน์ธำรง กล่าวว่ารัฐบาลของยืนยันว่า บทบาทของรัฐบาลต้องการให้เกิดความสงบเรียบร้อยกับประเทศ และประชาชนโดยยึดหลักนิติรัฐ นิติธรรม อย่างไรก็ตามภายหลังการประชุมร่วมกับรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทยก็ได้มีการปรึกษาหารือว่าวันนี้ก็เหมือนกับวันอื่นๆ ที่เคยปฏิบัติหน้าที่มาคือรัฐบาลยังคงต้องทำหน้าที่ของอย่างเต็มที่ในการบริหารราชการแผ่นดินตามที่กฎหมายบัญญัติ ซึ่งวันนี้เราควรจะมีการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) แต่ก็มีการประกาศกฎอัยการศึกก่อน ซึ่งทางพล.อ.ประยุทธ์ เองได้มีหนังสือส่งมายังรัฐบาลเรื่องการออกกฎอัยการศึกแล้ว และนอกจากนี้ในที่ประชุมยังเห็นเราควรจะร่วมกันหารือกันทุกฝ่ายในการร่วมกันทำงาน ซึ่งตนเห็นว่าเป็นสิ่งที่ดีที่จะหลายฝ่ายรวมถึงกองทัพจะมาร่วมหารือเพื่อบริหารราชการแผ่นดินให้เกิดความสงบสุขในประเทศและประชาชน ส่วนเรื่องการเลือกตั้งนั้นเราก็ได้รับความร่วมมือจากฝ่ายปกครองและฝ่ายเจ้าหน้าที่ทหารซึ่งเป็นเรื่องที่ดี เพราะจะทำให้การเลือกตั้งประสบความสำเร็จ ส่วนเรื่องการปฏิรูปประเทศก็จำเป็นที่จะต้องได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานต่างๆ ทุกภาคส่วนด้วย
เมื่อถามว่าพล.อ.ประยุทธ์ได้นัดหารือหรือยัง นายนิวัฒน์ธำรง กล่าวว่า กำลังประสานกันอยู่ และคิดว่าภายในสัปดาห์นี้น่าจะได้หารือ เพราะวันนี้เพิ่งจะวันอังคาร
"พท."ออกแถลงการณ์กฎอัยการศึกขัดรธน.หรือไม่
เมื่อเวลา 18.00 น. แกนนำพรรคเพื่อไทย นำโดยนายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย นายโภคิน พลกุล นายชูศักดิ์ ศิรินิล คณะทำงานฝ่ายกฎหมายของพรรค และนายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ กรรมการกิจการพรรค ร่วมกันอ่านแถลงการณ์พรรคเพื่อไทยถึงกรณีการประกาศใช้กฎอัยการศึกทั่วราชอาณาจักร โดยนายโภคินเป็นตัวแทนในการอ่านแถลงการณ์ของพรรค ว่า การประกาศกฎอัยการศึกน่าจะมีปัญหาว่าชอบด้วยรัฐธรรมนูญมาตรา 188 และพ.ร.บ.กฎอัยการศึก พ.ศ. 2457 มาตรา 2 และมาตรา 4 หรือไม่
"สุเทพ"ย้ำ4ชัยชนะของประชาชน
เมื่อเวลา 19.45 น. นายสุเทพปราศรัยบนเวทีถนนราชดำเนินนอก ว่า พี่น้องมวลมหาประชาชนอย่านึกว่าชนะ เราต้องออกมาเพิ่มกันอีก เรายังไม่ชนะเลย เพราะจำนวนคนที่ออกมายังเท่าเดิม และต้องทำความเข้าใจให้ชัด เวลาจะพูดถึงชัยชนะ ต้องหมายถึงชัยชนะของประเทศไทย ซึ่งชัยชนะของประชาชนทั้งประเทศ ได้แก่ 1.ระบอบทักษิณต้องหมดสิ้นไปจากแผ่นดินนี้ 2.เมื่อระบอบทักษิณหมดไปแล้ว ต้องมีนายกฯ ที่มีอำนาจเต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ เพื่อแก้ปัญหาประเทศ 3.จัดตั้งรัฐบาลใหม่ที่ไม่มีนักการเมืองมาเอี่ยวด้วย เป็นนอมินีก็ไม่ได้ และ 4.นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลของประชาชน ต้องทำการปฏิรูปประเทศไทยตามมติของมวลมหาประชาชน
นายสุเทพ กล่าวต่อว่า เมื่อทำได้ครบดังที่กล่าวไว้จึงจะถือเป็นชัยชนะของประเทศ ชัยชนะของประชาชน แต่วันนี้ประเทศไทยยังไม่มีนายกฯ ไม่มีรัฐบาลมาบริหารแผ่นดิน ไม่มีใครมารับผิดชอบบ้านเมือง วันนี้ฝ่ายทักษิณยังมีอำนาจอยู่ ยังไม่หมดไป วุฒิสภาก็ยังไม่หานายกรัฐมนตรีคนใหม่ จึงยังไม่มีใครเข้ามาแก้ปัญหาให้ประเทศ
“ฉะนั้นมวลมหาประชาชนจึงต้องผนึกกำลังกันต่อไปอย่างมหาศาล เพื่อให้ได้ชัยชนะ สู้เพื่อขับไล่กากเดนทรราชที่เหลืออยู่ เอาพวกกากเดนทั้งหลายไปให้หมด สู้เพื่อให้ได้นายกฯ คนใหม่ ถ้าวุฒิสภาเขาไม่เลือก เราก็ต้องสู้ด้วยมือ ถ้าพูดถึงชัยชนะ หมายถึงชัยชนะของประเทศไทยของประชาชนทั้งประเทศ"
เลขาฯกกต.เผย“ผบ.ทบ.”ไม่อยากให้มีเลือกตั้งนองเลือด
นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ให้สัมภาษณ์ถึงแนวทางการจัดการเลือกตั้งในภาวะการประกาศใช้กฎอัยการศึกว่า พล.อ.ประยุทธ์ ได้เน้นย้ำเรื่องความสงบของประเทศ ดังนั้นหากการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นใหม่ มีการเสียเลือดเสียเนื้อก็ไม่ควรจะเกิดขึ้น ซึ่งตนจะนำเรื่องนี้ไปหารือกับกกต.ชุดใหญ่ โดยในวันพรุ่งนี้กกต.ยังมีการประชุมตามปกติในเวลา 10.00 น. ส่วนกระบวนการทางกฎหมายเลือกตั้ง กกต.ก็ดำเนินการตามปกติ แต่ยอมรับว่ากฎอัยการศึกษามีความสำคัญที่จะต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัด
ขณะที่ นายธงทอง จันทรางศุ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ผบ.ทบ.ได้ชี้แจงว่า กฎอัยการศึกจะทำให้บ้านเมืองเกิดสงบเรียบร้อย ขณะที่ส่วนราชการ กระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ รัฐบาลก็ยังเป็น รัฐบาล และขอให้หน่วยงานราชการทำงานปกติ เพื่อให้บ้านเมืองสงบโดยเร็ว



