ข่าว

พลังการจับจ่ายเอกชน ประเด็นของศก.ไตรมาส 1

พลังการจับจ่ายเอกชน ประเด็นของศก.ไตรมาส 1

22 พ.ค. 2557

สวัสดีเศรษฐกิจ : พลังการจับจ่ายเอกชน ประเด็นของศก.ไตรมาส 1 : โดย...สุรพล โอภาสเสถียร

 
                        เมื่อสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ ได้แถลงข่าวที่ใครๆ ต่างรอคอยว่าเศรษฐกิจของไทยไตรมาสที่ 1 จะติดลบหรือไม่ ติดลบมากแค่ไหน ในที่สุดตัวเลขก็ออกมาในวันที่ 19 พฤษภาคม 2557 ว่าติดลบลงไป 0.6% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้ว และเมื่อเราได้เอาสิ่งที่เรียกว่าผลของฤดูกาลออกแล้ว เศรษฐกิจไทยในไตรมาสแรกของปีแห่งความวุ่นวายได้ปรับตัวลดลง 2.1% จากไตรมาสสุดท้ายของปี 2556 อัตราการว่างงานอยู่ที่ระดับ 0.9% 
 
                        จากถ้อยแถลงที่สภาพัฒน์ได้ระบุออกมากล่าวว่า "เศรษฐกิจที่ติดลบในไตรมาสแรกมีสาเหตุสำคัญมาจากการลดลงของอุปสงค์ภาคเอกชน (หรือความต้องการที่จะซื้อหามากินมาใช้ของภาคเอกชน-ผู้เขียนอธิบาย) ภายในประเทศเป็นส่วนใหญ่" 
 
                        ส่วนปัจจัยสนับสนุนให้เศรษฐกิจไม่ลดลงมากมี 2 ปัจจัย คือ ประการแรก การใช้จ่ายภาครัฐ (หรือความต้องการของภาครัฐ หน่วยงานรัฐ รัฐวิสาหกิจ ที่จะเอาเงินจากงบประมาณไปใช้จ่ายในเรื่องต่างๆ ตามที่ได้กำหนดไว้) การใช้จ่ายส่วนนี้ที่ภาครัฐเบิกจ่ายนั้นยังคงมีการเบิกจ่ายเม็ดเงินงบประมาณของทั้งส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง (ผ่านการจัดซื้อจัดจ้าง-ผู้เขียนอธิบาย) และปัจจัยหนุนประการที่สอง การส่งออกเริ่มขยายตัว อย่างไรก็ดี ยังเป็นการฟื้นตัวที่ช้าและไม่เพียงพอที่จะชดเชยให้เศรษฐกิจโดยรวมขยายตัวได้
 
                        ในการแถลงข่าวยังระบุต่อไปว่า เรื่องของการใช้จ่ายภาคครัวเรือนที่ลดลงไป 3% นั้น มาจากการที่ค่าใช้จ่ายในหมวดสินค้าคงทนลดลง (หมายถึงการที่คนทั่วไปลดการซื้อสินค้าที่มีอายุมากกว่า 1 ปี เช่น รถยนต์) เห็นชัดๆ คือปริมาณการจำหน่ายรถยนต์นั่งที่ลดลงมากจากฐานของปี 2556 ที่ผ่านมา เพราะเหตุว่า ในไตรมาสแรกของปี 2556 นั้น เป็นช่วงที่ยังมีการส่งมอบรถยนต์ตามโครงการรถยนต์คันแรกและการส่งมอบนั้นยังไม่ปิดโครงการ 
 
                        ประเด็นต่อมาคือความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ลดลงและระมัดระวังในเรื่องการใช้จ่าย เนื่องจากปัจจัยสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศ ภาระหนี้สินของครอบครัว และท้ายสุดคือการชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง ด้านรายได้และการคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจโดยรวมจะชะลอตัวลงมาจากปัจจัยลบที่กล่าวมาทั้งหมด
 
                        บรรยากาศแบบนี้ ความเชื่อมั่นแบบนี้ ตัวเลขทางเศรษฐกิจแบบนี้ ในฐานะผู้คนที่อาศัยในประเทศแห่งนี้คงต้องตั้งคำถามไปยังคนที่มีอาชีพ นักการเมืองว่า ถ้าความหายนะทางเศรษฐกิจ สังคม การเมืองการปกครอง คือเป้าหมายสุดท้ายของท่านแล้วละก็ ผมขอแสดงความยินดีด้วยว่า ท่านกำลังทำเข้าใกล้เป้าหมายที่ท่านต้องการแล้วเวลานี้...ท่านที่กล่าวคำถามนี้คนแรกคือ อดีตประธานสภาหอการค้าไทยที่ได้ล่วงลับไปแล้ว...ผมขออนุญาตนำมากล่าวอีกครั้ง เพื่อกระตุ้นเตือนถึงความรับผิดชอบของผู้คนในสังคมแห่งนี้
 
 
 
 
---------------------------
 
(สวัสดีเศรษฐกิจ : พลังการจับจ่ายเอกชน ประเด็นของศก.ไตรมาส 1 : โดย...สุรพล โอภาสเสถียร)