
ดันช่องสายตะกูเป็นด่านถาวร หนุนท่องเที่ยว-
21 พ.ค. 2557
ดันช่องสายตะกูเป็นด่านถาวร หนุนท่องเที่ยว-คาดทำรายได้เข้าบุรีรัมย์อื้อ
ไทยและกัมพูชาเห็นร่วมกันที่จะเพิ่มวันเปิดจุดผ่อนปรนการค้าชายแดน “ช่องสายตะกู” อ.บ้านกรวด เพิ่มเป็นสัปดาห์ละ 3 วัน โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 14 มิถุนายน 2557 เป็นต้นไป เตรียมผลักดันให้เป็นด่านการค้าชายแดนถาวร หวังกระตุ้นการท่องเที่ยวรองรับเออีซี คาดจะสร้างรายได้ให้ จ.บุรีรัมย์ จากการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นเป็นปีละ 2 พันล้านบาท
นายธงชัย ลืออดุลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ เปิดเผยว่า ได้นำคณะหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องและหน่วยงานทางด้านความมั่นคงเดินทางไปร่วมเจรจาหารือกับผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรมีชัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของประเทศกัมพูชาที่ จ.อุดรมีชัย โดยการเจรจาของตัวแทนจาก 2 ประเทศต่างเห็นชอบร่วมกันที่จะเพิ่มวันเปิดจุดผ่อนปรนการค้าชายแดนไทย-กัมพูชาที่บริเวณช่องสายตะกู ต.จันทบเพชร อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ เพิ่มเป็นสัปดาห์ละ 3 วัน คือ วันศุกร์ เสาร์และวันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 08.00-15.00 น.ซึ่งก่อนหน้านี้เปิดเพียงสัปดาห์ละ 2 วันเท่านั้น คือวันศุกร์และวันเสาร์
การเพิ่มวันเปิดจุดผ่อนปรนการค้าชายแดนไทย-กัมพูชาที่บริเวณช่องสายตะกู จะเริ่มเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 14 มิถุนายน 2557 เพื่อให้ประชาชนของทั้ง 2 ประเทศ ได้นำสินค้ามาซื้อขายแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกันและส่งออกสินค้าได้เพิ่มมากขึ้นด้วย ทั้งนี้จากข้อมูลพบว่าในช่วงแรกที่มีการเปิดจุดผ่อนปรนช่องสายตะกู มียอดเงินสะพัดจากการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าเฉลี่ยสัปดาห์ละ 4-5 แสนบาท แต่ปัจจุบันมียอดเงินสะพัดเพิ่มขึ้นเป็นสัปดาห์ละกว่า 1 ล้านบาทซึ่งเพิ่มขึ้นกว่า 100 เปอร์เซ็นต์ ทำให้พ่อค้าแม่ค้าและประชาชนที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดนของทั้ง 2 ประเทศ ได้นำสินค้ามาซื้อขายแลกเปลี่ยนกัน มีรายได้เพิ่มมากขึ้นและยังคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นด้วย
ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวอีกว่า หลังจากมีการเพิ่มวันเปิดจุดผ่อนปรนดังกล่าวเพิ่มเป็น 3 วันแล้ว จ.บุรีรัมย์ จะติดตามประเมินผลตลอดว่ามีปัญหาและอุปสรรคหรือได้รับการตอบรับอย่างไรบ้าง ทั้งนี้เพื่อนำไปเป็นแนวทางในการที่จะผลักดันให้จุดผ่อนปรนการค้าชายแดนไทย-กัมพูชาที่ช่องสายตะกูยกระดับขึ้นเป็นด่านการค้าชายแดนถาวรไทย-กัมพูชา รองรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 เพื่อเป็นด่านการค้าขายในเชิงพาณิชย์เหมือนกับจังหวัดอื่นๆ ที่มีพื้นที่ติดชายแดนไทย-กัมพูชา
ทางจังหวัดเชื่อว่าหากเปิดเป็นจุดการค้าชายแดนถาวรแล้วจะเป็นกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทย-กัมพูชา อีกทั้งยังกระตุ้นเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยว ทั้งระดับจังหวัดและระดับประเทศให้กระเตื้องขึ้นมาก ทั้งนี้จากสถิติพบว่าปัจจุบัน จ.บุรีรัมย์ มีรายได้จากธุรกิจด้านการท่องเที่ยวปีละประมาณ 1,400 ล้านบาท หากยกฐานะจุดผ่อนปรนการค้าชายแดนไทย-กัมพูชาที่บริเวณช่องสายตะกูขึ้นเป็นจุดผ่านแดนถาวรได้ ก็จะทำให้รายได้จากการท่องเที่ยวเข้า จ.บุรีรัมย์ พุ่งขึ้นเป็นปีละ 2 พันล้านบาทแน่นอน



