ข่าว

'ชัยเกษม'เชื่อ'ผบ.ทบ.'มีข้อยุติ!

'ชัยเกษม'เชื่อ'ผบ.ทบ.'มีข้อยุติ!

20 พ.ค. 2557

'ชัยเกษม' เชื่อ 'ผบ.ทบ.' มีข้อยุติในการแก้ปัญหา 'ภราดร' ชี้ ประกาศกฎอัยการศึกเป็นไปตามกฎหมาย 'จาตุรนต์' ระบุ ไม่ใช่ทางออก 'ส.ป.ป.' ค้านใช้

 
                        20 พ.ค. 57  นายชัยเกษม นิติสิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า รัฐบาลไม่รู้สึกกังวลใจภายหลังการประกาศกฎอัยการศึก เชื่อว่ากองทัพมีการประเมินสถานการณ์แล้ว และเป็นการเข้ามาทำงานแทนศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) เพื่อควบคุมให้สถานการณ์คลี่คลายไปในทางที่ดี ไม่ให้เกิดความรุนแรง และเชื่อว่าพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) จะไม่เปิดทางให้วุฒิสภาได้ดำเนินการเสนอชื่อตั้งนายกฯคนกลาง และมองว่า ผบ.ทบ.จะมีข้อยุติที่ไม่นำไปสู่ความวุ่นวาย
 
                        ขณะที่นายชัชชาติ สิทธิ์พันธุ์ รมว.คมนาคม กล่าวยอมรับว่า ได้มีการพูดคุยกับนายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ ในฐานะปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี หลังมีการประกาศกฎอัยการศึก ทางโทรศัพท์แล้ว ซึ่งนายนิวัฒน์ธำรง ไม่ได้มีการเรียกประชุม ครม.ด่วนแต่อย่างใด เพราะการประกาศกฎอัยการศึก เป็นเรื่องของทหารในการดูแลรักษาความเรียบร้อย 
 
                        นายชัชชาติ กล่าวด้วยว่า อย่างไรก็ตามได้มีการยกเลิกกำหนดการของตนเอง และนายนิวัฒน์ธำรง ที่จะเดินทางไป จ.เชียงใหม่ ในเช้าวันนี้ เพื่อติดตามความคืบหน้าการซ่อมแซมคมนาคมขนส่ง หลังจากเกิดแผ่นดินไหว และอาฟเตอร์ช็อก ทั้งนี้ในส่วนคมนาคมขนส่งใน กทม.ยังคงดำเนินการตามปกติ และได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องดูแลประชาชน ไม่ให้ได้รับผลกระทบ 
 
                        ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบรรยากาศที่สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เมืองทองธานี ถนนแจ้งวัฒนะ ซึ่งเป็นสถานที่ทำงานชั่วคราวของรัฐบาล ไม่มีรัฐมนตรีคนใดเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ ขณะเดียวกันในส่วนของการรักษาความปลอดภัย ไม่มีการตรึงกำลังทหารเพิ่มเติม คงมีสารวัตรทหาร ดูแลตามปกติ แต่มีกำลังทหารได้เตรียมความพร้อม อยู่ภายในอาคารบางกอกแลนด์ ซึ่งอยู่ด้านหลังสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ขณะเดียวกัน มีเจ้าหน้าที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ที่ย้ายมาปฏิบัติหน้าที่ที่สำนักงานปลัดฯ ได้ทยอยมาเก็บเอกสารบางส่วนที่ยังค้างอยู่ออกไปแล้ว
 
 
 
'จาตุรนต์' ระบุ กฎอัยการศึกไม่ใช่ทางออก
 
 
                        นายจาตุรนต์ ฉายเเสง รมว.ศึกษาธิการ โพสต์เฟซบุ๊ก Chaturon Chaisang ระบุว่า
 
                        "20 พฤษภาคม 2557 การประกาศใช้กฎอัยการศึกไม่ใช่ทางออกจากวิกฤตของประเทศ"
 
                        "ผมก็ทราบอย่างที่ปรากฏเป็นข่าวว่าการประกาศใช้กฎอัยการศึกครั้งนี้ ทาง ผบ.ทบ.ไม่ได้หารือหรือแจ้งทางรัฐบาลก่อนแต่อย่างใด และจนกระทั่งบัดนี้ ก็ยังไม่ได้รายงานให้รัฐบาลทราบอย่างเป็นทางการตามที่ พ.ร.บ.กฎอัยการศึก มาตรา 4 บัญญัติไว้ว่า เมื่อประกาศแล้ว จะต้องรายงานให้รัฐบาลทราบโดยเร็วที่สุด ดังนั้นผมจึงยังไม่ค่อยทราบเหตุผลที่แท้จริง และวัตถุประสงค์ในการประกาศใช้กฎอัยการศึกในครั้งนี้ นอกเหนือจากที่ปรากฏเป็นข่าว"
 
                        "อย่างไรก็ตาม จากการติดตามสถานการณ์การเมืองมาตลอด และจากประสบการณ์ที่ผ่านมา ผมคิดว่า การประกาศใช้กฎอัยการศึก ไม่ใช่ทางออกจากวิกฤตของประเทศ การประกาศนี้อาจช่วยระงับยับยั้งความรุนแรง หรือความไม่สงบได้บ้างชั่วคราว แต่ต่อไป ก็อาจจะสร้างปัญหาที่ใหญ่กว่าตามมา เช่น เกิดการจำกัดการใช้สิทธิเสรีภาพของประชาชน หรือกระทั่งปราบ หรือใช้ความรุนแรงต่อประชาชน ขัดขวางการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย หรืออาจทำให้สถานการณ์บานปลายที่ทางทหารเองไม่มีทางลงนอกจากจะต้องทำรัฐประหารในที่สุด"
 
                        "ปัญหาความขัดแย้งในสังคมไทยมาถึงขณะนี้ เป็นปัญหาที่ซับซ้อน มีการสะสมปัญหามาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการทำลายหลักการประชาธิปไตย การกระทำที่ขัดต่อหลักนิติธรรม การบังคับใช้กฎหมายไม่ได้ การเลือกปฏิบัติ และการกระทำที่เป็นสองมาตรฐาน นอกจากนั้น สังคมยังอยู่ในสภาพที่มีการสร้างความเกลียดชัง เกิดความแตกแยกอย่างรุนแรงชนิดที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน"
 
                        "ปัญหาเหล่านี้โดยพื้นฐานแล้ว คือปัญหาการเมืองที่ต้องแก้ด้วยกระบวนการทางการเมืองตามระบอบประชาธิปไตย ใช้ความรู้ประสบการณ์ในการแก้ปัญหาความขัดแย้งแตกต่างทางความคิดที่อารยประเทศเขาทำกัน จะอาศัยมาตรการทางการทหาร หรือความมั่นคง ย่อมไม่สามารถแก้ได้"
 
                        "นอกจากนี้ยังมีข้อสงสัยด้วยว่า การประกาศใช้กฎอัยการศึกในครั้งนี้ มีเหตุผลเพียงพอ และสอดคล้องกับเจตนาของกฎหมายนี้เองหรือไม่ กฎหมายนี้มีไว้ใช้เมื่อมีสงคราม หรือมีเหตุจลาจล มีความจำเป็นที่ใด ก็ประกาศที่นั่น แต่จังหวัดส่วนใหญ่ของประเทศไม่ได้มีเหตุความจำเป็นดังกล่าว การประกาศจึงไม่สอดคล้องกับเจตนาของกฎหมาย และการจำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชนในพื้นที่ที่ไม่ได้เกิดจลาจล ซึ่งก็คือพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศ จึงเป็นการจำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชนที่พึงได้รับการคุ้มครองโดยรัฐธรรมนูญ โดยไม่มีเหตุผลความจำเป็นรองรับ"
 
                        "ปัญหาที่สำคัญอีกประการหนึ่ง คือ ตาม พ.ร.บ.กฎอัยการศึก มาตรา 2 ระบุว่า จะต้องมีประกาศพระบรมราชโองการให้ใช้กฎอัยการศึก แต่ที่ประกาศกันไปนี้ ยังไม่เห็นมีประกาศพระบรมราชโองการแต่อย่างใด"
 
                        "การประกาศใช้กฎอัยการศึกครั้งนี้ จึงมีปัญหาทั้งในเรื่องความมีเหตุผล ความจำเป็น และประโยชน์ที่จะเกิดขึ้น คือ ปัญหาความชอบธรรมของการประกาศ และยังมีปัญหาข้อสงสัยเกี่ยวกับความชอบด้วยกฎหมายอีกด้วย"
 
                        "ในประการหลังนี้ เมื่อมีการประชุม ครม. ซึ่งหวังว่าจะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ ผมจะลองสอบถามทางกฤษฎีกา และรัฐมนตรี ผู้สันทัดกรณีดูครับ"
 
 
 
'ภราดร' ชี้ 'ผบ.ทบ.' ประกาศใช้กฎอัยการศึก เป็นไปตามกฎหมาย
 
 
                        พล.ท ภราดร พัฒนถาบุตร ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การประกาศกฎอัยการศึก โดย พล.อ ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก นั้นเป็นไปตามอำนาจทางกฎหมาย ทางทหารสามารถประกาศใช้ได้เอง และรายงานให้คณะรัฐมนตรีทราบโดยเร็ว ซึ่งทางกองทัพน่าจะมีการพิจารณาแล้ว ว่าสถานการณ์ในประเทศไทยมีความจำเป็น จึงประกาศใช้กฎอัยการศึก ทั้งนี้ทางกองทัพได้รายงานให้คณะรัฐมนตรีทราบโดยเร็วแล้ว จึงเป็นไปตามกฎหมายไม่มีอะไรน่าห่วง
 
                        พล.ท ภราดร กล่าวว่า ในส่วนการดูแลความมั่นคงทั้งหมด ทหารจะเป็นเจ้าภาพหลัก ส่วนฝ่ายตำรวจ ฝ่ายพลเรือนกระทรวงมหาดไทย ต้องขึ้นอยู่กับยุทธการทางทหาร และหน่วยราชการอื่นก็สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ตามปกติ อย่างไรการประกาศใช้กฎอัยการศึก ทางรัฐบาลไม่ได้มีผลกระทบ ยังต้องทำภารกิจต่อไป และการที่ทหารออกมา ก็เพื่อช่วยทำให้เกิดความเข้มแข็งมากขึ้น จัดระเบียบความเรียบร้อย แต่การประกาศใช้กฎอัยการศึก จะทำให้ประเทศสงบหรือไม่ ต้องดูตั้งแต่ตอนนี้ ว่าฝ่ายทหารดำเนินการอย่างไร หากดำเนินการเรียบร้อยก็ส่งเสริมฝ่ายการเมือง ทั้งนี้ยืนยันไม่ใช่การปฏิวัติเป็นการใช้กฎหมายตามกฎอัยการศึกของการแก้ไขปัญหาความสงบเรียบร้อย นอกจากนี้ทาง ศอ.รส. ได้ยุติปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่เวลา 03.00 น.ของวันนี้ โดยกองกำลังทั้งหมดให้กลับที่ตั้งของตนเองเหลือเพียงเจ้าหน้าที่ทหาร เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งของกองอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (กอ.รส.) แต่อย่างไรเจ้าหน้าที่ตำรวจและพลเรือนต้องเตรียมพร้อมรอรับคำสั่งหากทาง กอ.รส.ต้องการสนธิกำลังเพิ่มเติม 
 
 
 
ส.ป.ป.ค้านใช้กฎอัยการศึก
 
 
                        ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  ตามที่มีการประกาศใช้กฎอัยการศึก สมัชชาปกป้องประชาธิปไตย (ส.ป.ป.) ได้ออกแถลงการณ์ ระบุว่า  
 
                        "ตามที่ผู้บัญชาการทหารบก พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ประกาศกฎอัยการศึก ในรุ่งเช้าของวันที่ 20 พฤษภาคมนี้ ส.ป.ป. ขอแถลงว่า 
 
                        1. ส.ป.ป.ไม่เห็นด้วยกับการประกาศใช้กฎหมายที่ขัดกับหลักการประชาธิปไตย และมอบอำนาจเบ็ดเสร็จให้กับทหาร อีกทั้งยังเป็นการประกาศใช้ที่มีอาณาเขตครอบคลุมพื้นที่ทั้งประเทศ ซึ่งไม่มีความจำเป็นแต่ประการใด เพราะพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศยังอยู่ในภาวะปกติ ประการสำคัญ ส.ป.ป.เห็นว่า กฎอัยการศึกไม่สามารถใช้แก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองในขณะนี้ได้อย่างแท้จริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากมีการเลือกปฏิบัติต่อประชาชนที่ยืนยันในหลักสิทธิเสรีภาพที่เท่าเทียมกัน
 
                        2. ผู้บัญชาการทหารบกพึงตระหนักว่าการประกาศใช้กฎอัยการศึกนี้ ยังอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญที่บัญญัติให้ประเทศไทยปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข การกระทำใดๆ ของกองทัพ จะต้องส่งเสริมต่อระบอบการปกครองของประเทศ ฉะนั้น กองทัพจึงมีหน้าที่เพียงรักษาความสงบเรียบร้อยของประเทศ โดยให้ความร่วมมือกับรัฐบาลรักษาการ และคณะกรรมการการเลือกตั้ง ผลักดันให้เกิดการเลือกตั้งทั่วไปโดยเร็ว
 
                        3. ส.ป.ป.เห็นว่า กฎอัยการศึก มีผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตอันเป็นปกติของประชาชน มีผลจำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชน ส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรงดังที่ได้เกิดขึ้นแล้วจากความไม่มั่นใจของนักลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศ ผู้บัญชาการทหารบกจะต้องจำกัดขอบเขตและเวลาของการใช้อำนาจกฎอัยการศึกอย่างชัดเจนว่าเพื่อรักษาความสงบแก่ประชาชน
 
                        4. ขณะนี้รัฐบาลรักษาการ ยังมีอำนาจในการบริหารราชการแผ่นดิน ดังนั้น รัฐบาลรักษาการ จะต้องติดตามการบังคับใช้กฎอัยการศึกอย่างเคร่งครัด หากมีการบังคับใช้ที่นำไปสู่การละเมิดสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองอย่างสันติ ตลอดจนสิทธิ์ด้านอื่นๆ ของประชาชน รัฐบาลรักษาการ มีอำนาจที่จะดำเนินการสนองพระบรมราชโองการต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเพื่อยกเลิกกฎอัยการศึกโดยเร็ว"