
'ยู้'ศุภรินทุ์'โยคะ'จิตนิ่งปิ๊งไอเดีย
22 พ.ค. 2557
ขอเวลานอก : 'ยู้' ศุภรินทุ์ 'โยคะ' จิตนิ่ง ปิ๊งไอเดีย... : เรื่อง กอบแก้ว แผนสท้าน/ ภาพ สุกล เกิดในมงคล
"จริงๆ แล้วร่างกายเราสำคัญที่สุดรึเปล่า มีเงินเยอะไปทำอะไรได้ถ้าวันหนึ่งต้องตาย เอาเงินมารักษาตัวเองตอนป่วยเหรอก็ไม่ใช่ เราต้องมีชีวิตดีที่สุดเวลาที่มีอยู่"
ภายใต้กฎเกณฑ์ธรรมชาติของโลกทุกอย่างจำเป็นต้องมีความสมดุล เมื่อมีมืดก็ต้องมีสว่าง หรือ เมื่อมีความเร็วก็ต้องมีความช้าไว้เอาคอยชะลอ ถือเป็นเรื่องปกติ เช่นเดียวกับหลักการดำเนินชีวิตของนักธุรกิจสาวคนรุ่นใหม่ไฟแรงคิดไวทำไว "ยู้" ศุภรินทุ์ ชวนะเวสน์ แบรนด์เมเนเจอร์ บริษัท เมี้ยนเต็ก จิวเวลรี่ เอกซ์ปอร์ต ผู้ส่งออกจิวเวลรี่ระดับลักชัวรี่ และเจ้าเจ้าเครื่องประดับแบรนด์ “ชาวานา" (CHAVANA) เธอจึงต้องมีกิจกรรมนอกเวลางานเอาไว้ทำเพื่อคอยฉุดความปรู๊ดปร๊าดทั้งด้านความคิดและร่างกายเอาไว้บ้าง และนั่นก็คือ การหาเวลาเข้าคลาสเรียน "โยคะ"
ที่ คลีโยคะ โกลด์ ชั้น 5 ตึกเปอร์ติโก้ ย่านหลังสวน ทายาทคนโตในจำนวน 4 คนพี่น้องของ คุณพ่อสิทธิโชค-คุณแม่อัปสรสรวง ชวนะเวสน์ เล่าให้ฟังว่า ผู้ที่ปลูกฝังและจุดประกายการเล่นโยคะมาตั้งแต่เด็กๆ คือคุณแม่ โดยเวลาท่านไปเรียนก็พาลูกๆ ไปด้วย ส่วนที่เหลือก็จะปล่อยให้ตัดสินใจเองว่าลูกชอบหรือไม่ หากชอบก็ทำต่อ ไม่ชอบก็ไม่ต้องทำ
"ความจริงคุณแม่เป็นคนเริ่มพาเล่นโยคะตั้งแต่เด็กๆ จนถึงทุกวันนี้กว่า 10 ปีแล้ว คุณแม่ชอบนั่งสมาธิ เล่นโยคะ เขาก็จะลากเราไปด้วยตั้งแต่ยังไม่รู้เรื่องว่ามันจะดียังไงกับตัวเอง ก็เล่นมาเรื่อยๆ พอทราบว่าครูท่านไหนดีก็ไปลองเล่น จนไปเรียนที่นิวยอร์กที่นั่นก็เขาฮิตเล่นกัน ก็ทำให้เรายังเล่นเรื่อยมาก ส่วนที่ทำให้ติดใจเล่นยาวมาถึงวันนี้ เพราะสังเกตตัวเองจากการเล่นกีฬาชนิดต่างๆ ว่าเป็นคนชอบว่ายน้ำ ชอบเล่นโยคะ กีฬาอะไรก็ตามที่ได้อยู่กับตัวเอง บางคนอาจจะชอบเล่นกีฬาที่แข่งขันมีอินเตอร์แอค อย่าง ตีเทนนิส ต่อยมวย ส่วนตัวเองกลับชอบกีฬาที่อยู่กับตัวเอง ไม่ต้องเล่นกับคนอื่น เพราะทั้งวันเราเจอกับผู้คนมาทั้งวันแล้วรู้สึกว่าเราร้องมีเวลาอยู่กับตัวเองบ้างนอกจากการนอน สำหรับตัวเองการชาร์จแบตกึ่งๆ ทำสมาธิแล้ว การเล่นโยคะยังส่งผลดีทั้งข้างในข้างนอกอยู่แล้วถ้าได้เล่นก็จะรู้ว่าเส้นทุกเส้นในร่างกายได้ผ่อนคลาย" ศุภรินทุ์ เล่าข้อดี
ภายหลังเรียนจบด้านการตลาดแล้วอยู่ฝึกฝนวิทยายุทธ์กับแบรนด์ดังระดับอยู่ในสหรัฐอเมริกานาน 2 ปี "เพอร์เฟคชั่นนิสสาว" ตัดสินใจบินกลับมา รับช่วงสานต่อกิจการเครื่องประดับของครอบครัว ซึ่งนับได้ว่าเธอเป็นรุ่นที่ 4 และด้วยความที่เป็นคนจริงจังกับการทำงาน ภายใต้หลักการ "ทำทุกวันให้ดีที่สุด" ส่งผลให้เครียดจนเป็นไม่อันหลับอันนอน แต่ก็ได้ "วิชาดัดตัว" ช่วยผ่อนหนักให้เป็นเบา
"ตอนกลับมาทำงานแรกๆ เครียดมากถึงกับนอนไม่หลับ เพราะเราเคยผ่านงานซึ่งเป็นระบบมากๆ ทุกอย่างต้องเป๊ะ มันต่างจากธุรกิจแบบครอบครัวของเรา ครั้นจะเปลี่ยนแปลงอะไรทีเดียวก็ทำไม่ได้ เพราะคนเก่าเขาชินกับการทำงานแบบเดิม ก็ต้องปรับวิธีคิดและแนวการทำงาน เรียกว่าจูนกันใหม่ ยิ่งตอนนี้เพิ่งจะร่วมทุนกับต่างประเทศเพื่อรีแบรนดิ้งใหม่ ยังไม่รวมที่เพิ่งเปิดช็อปใหม่ในห้างเซ็นทรัลแอมบาสซี่ เหมือนจังหวะชีวิตเร็วขึ้น ทำให้เราก็ต้องมีสติ การเล่นโยคะเป็นอะไรที่ช่วยมาก ประการแรกช่วยผ่อนคลายความเครียดให้น้อยลง เพราะตอนเล่นท่าต่างๆ จิตต้องอยู่กับตัวเอง เราต้องไม่คิดเรื่องอื่น ฉะนั้นจึงเป็นการสร้างสมาธิแบบเคลื่อนไหว ไม่ใช่แค่นั่งนิ่งๆ อีกข้อหนึ่ง การที่เราจะทำงานได้ดีร่างกายต้องแข็งแรง ซึ่งต้องดีมาจากข้างใน และนั่นก็ได้มาจากการออกกำลังกาย และสิ่งนี้เรียนรู้มาจากคุณแม่ มีช่วงไม่สบายทำให้หวนคิดว่า จริงๆ แล้วร่างกายเราสำคัญที่สุดรึเปล่า มีเงินเยอะไปทำอะไรได้ถ้าวันหนึ่งต้องตาย เอาเงินมารักษาตัวเองตอนป่วยเหรอก็ไม่ใช่ เราต้องมีชีวิตดีที่สุดเวลาที่มีอยู่ สรุปแล้วเป็นเรื่องของความสมดุลหรือ การบาลานซ์ชีวิต" สาวเจ้าของดีกรีเกียรตินิยมอันดับ 1 ปริญญาโทด้าน ไดเรค แอนด์ อินเตอร์แอคทีฟ มาร์เก็ตติ้ง จากมหาวิทยาลัยนิวยอร์ก ให้แนวคิด
คนที่ยังไม่รู้จักไม่เคยทดลองเล่นโยคะอาจคิดว่าทำงานมาทั้งวันก็เหนื่อยแล้ว หากต้องเล่นโยคะซึ่งต้องใช้พลังครั้งละมากๆ ร่างกายจะรับไม่ไหว เรื่องนี้ "ทายาทธุรกิจส่งออกจิวเวลรี่ระดับไฮเอนด์นานนับ 100 ปี" การันตีข้อดี ที่สำคัญต้องเลือกช่วงเวลาและเลือกชนิดให้เหมาะกับตัวเอง
"การทำงานไม่ได้ใช้ร่างกายแต่เป็นการใช้สมองซะส่วนใหญ่ ที่เราเหนื่อยคือเหนื่อยสมอง ใช้ความคิด การพูดจา โยคะ คือการหยุดความคิดให้อยู่กับร่างกาย มันคือการพักผ่อน อีกอย่างเหงื่อออกก็เหมือนการขับเอาของเสียออกจากร่างกาย อย่างน้อยๆ ทำได้สัปดาห์ละ 3-4 ครั้งๆ ละชั่วโมงถึงชั่วโมงครึ่ง จะเล่นช่วงเวลาไหนก็ได้ ส่วนตัวชอบเล่นโยคะตอนเช้าก่อนไปทำงาน เพื่อให้สมองตื่นตัวดี เหมือนเรานอนมาทั้งคืนเซลส์ในร่างกายหลับอยู่ก็ต้องปลุกกันหน่อย นอกจากนี้ก็เพียงแค่ว่าเราต้องรู้ขีดจำกัดตัวเอง ดังนั้นโยคะนอกจากได้อยู่กับตัวเองยังได้รู้จักตัวเองด้วย เพราะการเล่นแต่ละท่าผู้เล่นต้องพุชตัวเอง ครูผู้ฝึกสอนเขาจะไม่ฝืนเราแต่ละคนไม่เท่ากันอยู่แล้วได้เท่าไหนก็เท่านั้น" ผู้บริหารสาวร่างกะทัดรัดปันประสบการณ์
นอกจากโยคะ "ยู้" ศุภรินทุ์ เล่าว่าเธอยังมีทางเลือกในการพักผ่อนตัวเองจากงานประจำอีกหลายอย่างทั้งไปท่องเที่ยว, ว่ายน้ำ, เดินดูมิวเซียม, ดูละครเวที หรือ เดินดูเฟอร์นิเจอร์ของแต่งบ้าน, ไปวัดทำบุญ นั่งสมาธิ ทำบุญ ตามประสา...
"ถึงแม้ว่าปีนี้จะต้องลุยงานเยอะหน่อยเพราะเพิ่งมีโปรเจกท์ต่างๆ เกิดขึ้นหลายอย่าง แต่ถึงกระนั้นก็ไม่ได้อยากให้ร่างกายต้องอยู่กับงานไปตลอดชีวิต อีกอย่างการไปต่างจังหวัดที่ไปประจำใกล้ๆ ก็หัวหิน ไปนอน ไปว่ายน้ำ ไปฟังเสียงคลื่น ไปหายใจ ไปกิน ฟังเพลง อ่านหนังสือ กลับมาก็มีแรงลุยงานต่อทำให้เราเกิดแรงบันดาลใจบางทีก็คิดงานออกได้เลย ไม่จำเป็นต้องนั่งอยู่แต่ในออฟฟิศเท่านั้น ยิ่งงานเกี่ยวกับลักชัวรี่โปรดักส์ที่ต้องใช้จินตนาการมากๆ ยิ่งต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ บางครั้งได้เห็นของสวยๆ หรือได้คุยกับคนใหม่ๆ ก็ช่วยให้เกิดไอเดียได้ ถ้าอยู่เฉยๆ กลับไม่มีไอเดีย เพราะเวลาเดินทางเราได้เห็นอะไรมากมาย" นักบริหารไฟแรงกล่าว พร้อมกับทิ้งท้ายว่า ถึงตัวเองจะติดใจโยคะมานานนับสิบปี ยังไม่รู้สึกว่าทั้งชีวิตจะมีแต่โยคะ นั่นเพราะเป็นคนที่ชอบความหลากหลาย อีกทั้งยังกิจกรรมสนุกให้เราได้ทำได้เรียนรู้อีกเยอะ เรียกว่า เอาแค่พอดีๆ ตรงกลางก็พอแล้ว



