ข่าว

'ผบ.ตร.'ประชุมบิ๊กตร.ด่วนชี้สถานการณ์คลี่คลาย

'ผบ.ตร.'ประชุมบิ๊กตร.ด่วนชี้สถานการณ์คลี่คลาย

20 พ.ค. 2557

"ผบ.ตร." ประชุมบิ๊กตร.ด่วนชี้ กฎอัยการศึกช่วยสถานการณ์คลี่คลาย ตร. ทำงานปกติรอคำสั่ง เผย"บิ๊กตู่"นัดเหล่าทัพคุยเที่ยงนี้ บรรยากาศ บช.น.เงียบเหงา

 
          วันที่ 20 พ.ค.57 เมื่อเวลา 06.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังมีการประกาศกฎอัยการศึก พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งอยู่ระหว่างนำคณะนายตำรวจระดับผู้บังคับการขึ้นไปทั่วประเทศสัมมนาประจำปี ได้เรียกประชุมผู้บังคับบัญชาระดับสูงของตำรวจเป็นการเร่งด่วนเพื่อรับทราบและรับมือกับสถานการณ์ 
 
          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผบ.ตร.มีสีหน้าค่อนข้างเคร่งเครียด โดยเวลา 07.00น.ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้เป็นการใช้กฎหมายสูงสุด โดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.จะนั่งเป็น ผบ.กอ.รส.และยุติ ศอ.รส.ส่วนกำลังตำรวจให้ปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ เว้นแต่กำลังที่จะมีการสั่งกำลังขึ้นตรงต่อ กอ.รส.ในอนาคตหากมีการร้องขอ แต่ตอนนี้ยังไม่มี ในส่วนของตำรวจยังรอฟังคำสั่งตามกฎหมาย ส่วนหน่วยควบคุมฝูงชนที่มาปฏิบัติหน้าที่อยู่ก็ให้รอฟังคำสั่ง หากยังไม่มีก็ปฏิบัติหน้าที่ไปตามปกติ ส่วนกรณีที่มีกำลังทหารปิดล้อมหน่วยกำลังตำรวจเช่น ตชด.นั้น ขณะนี้ยังประสานงานกันอยู่ตอนนี้ยังไม่ขอกำลังแต่อาจมีงานบางอย่างที่ต้องให้ตำรวจร่วมปฏิบัติการ ซึ่งการดูแลผู้ชุมนุมทุกกลุ่มในขณะนี้ทหารดูแลอยู่
 
          "การประกาศกฎอัยการศึกตอนนี้ก็เพื่อให้สถานการณ์คลี่คลาย สถานการณ์ก็น่าคลี่คลายขึ้น"ผบ.ตร.กล่าว
 
          เมื่อถามว่า จะทำให้เกิดการพูดคุยหรือไม่ ผบ.ตร.กล่าวว่า น่าจะเป็นอย่างนั้น พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวอีกว่า การสัมนาระดับผู้บังคับการขึ้นไปก็ดำเนินไปตามปกติที่วางไว้ ตอนนี้เพียงแค่ใช้กฎหมายระดับสูงโดยผู้บัญชาการ หรือผบก.ที่ต้องมีหน้าที่ก็กลับไปทำหน้าที่ 08.00น.วันนี้ ตนจะเปิดการสัมมนาและชี้แจงสถานการณ์ให้นายพลทั่วประเทศไก้ทราบ จากนั้นเดินทางกลับกทม.ด่วนโดยเฮลิคอปเตอร์ ซึ่งผบ.ทบ.ได้เชิญผู้นำเหล่าทัพพูดคุยในเวลา12.00 น.ที่พล.1รอ.สถานการณ์ตอนนี้ก็ยังเป็นรัฐบาลเดิม เพียงแต่มีการใช้กฎอัยการศึกเท่านั้น
 

บรรยากาศ บช.น.เงียบเหงา"ตำรวจ"ทำงานบางตา

         เมื่อเวลา 08.30น. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศภายในกองบัญชาการตำรวจนครบาลว่า เป็นไปด้วยความเงียบเหงามีเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางมาทำงานบางตายังไม่มีทหารเข้าควบคุมดูแล รถยังสามารถผ่านไปมาและเข้าออกได้ตามปกติมีกำลังทหารเข้าประจำการตามจุดทางแยกต่างๆ ขณะที่นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ระดับผบช.น.และรองผบช.น.ไม่มีใครเข้ามาด้านในบช.น.แต่อย่างใดอยู่ระหว่างเดินทางเข้ารายงานตัวที่ ศอ.รส.กองทัพบกในเช้านี้ ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจด้านในบชน.ที่มาทำงานบางส่วนต่างเก็บข้าวของเอกสารสำคัญใส่ตู้เอกสารล็อคกุญแจอย่างแน่นหนา

         ส่วนการเข้าออกด้านหน้ายังมีกำลังตำรวจปราบจราจรทำหน้าที่ตรวจตราความสงบเรียบร้อยตามปกติซึ่งวันนี้เป็นที่น่าสังเกตว่ามีรถเข้าออกเพียงไม่กี่คันเท่านั้นส่วนรถประจำตำแหน่งของนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ที่ปกติจะจอดกันเรียงรายหนาแน่นบริเวณหลังเสาธงด้านหน้าทางขึ้นอาคารบช.น.กลับโล่งไปทั้งหมดจนดูแปลกตา ขณะที่นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ในนครบาลแจ้งลูกน้องให้ระมัดระวังตัวให้ดีการประกาศกฎอัยการศึกครั้งนี้อาจมีความรุนแรง
          
         ด้านกองบังคับการตำรวจจราจรรายงานข้อมูลปิดการจราจรหลายเส้นทางภายหลังประกาศกฎอัยการศึกเจ้าหน้าที่ทหารลงพื้นที่ประจำการในจุดทางแยกต่างๆ ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมาส่งผลให้การจราจรเช้านี้ติดขัดเป็นอัมพาตไปทั่วกทม.ทั้งรอบนอกรอบในโดยเฉพาะบนทางด่วนบางนาตราดรถติดยาวไปถึงกม.8 มีประชาชนโทรเข้ามาสอบถามข้อมูลจราจรและร้องเรียนผ่านสายตรง1197และสถานีวิทยุจราจรต่างๆ เป็นจำนวนมากจึงแจ้งการปิดจราจรให้ทราบโดยทั่วกันดังนี้
          
         เส้นทางยกระดับโทลเวย์ขาเข้ามีทหารประจำการ 2 จุด ฝั่งเหนือสโมสรตำรวจและทางลงด่วนดินแดงรถยังสามารถผ่านไปมาได้,ถนนบางนาตราด ขาเข้า แยกบางนา ปิดจราจรไม่สามารถเลี้ยวขวาแยกบางนาไปสุขุมวิทได้ให้ตรงไปสรรพาวุธและขึ้นสะพานข้ามแยกบางนา ไปสุขุมวิทได้ รวมถึงปิดทางขึ้นด่วนบางนา ยกเว้นช่องรถประจำทางขณะที่ทางด่วนอื่นใช้การได้ตามปกติ,ถนนรามคำแหงขาเข้า แยกใต้วงแหวนตะวันออกมีการตั้งจุดทหารทำให้รถสามารถผ่านไปมาได้เพียง 1 ช่องทาง,ถนนพระราม 2 ขาเข้า ช่วงซอย 80 มีเจ้าหน้าที่ทหารตั้งจุดตรวจค้นในช่องทางด่วนปิดการจราจรสามารถใช้ในช่องทางขนานได้,ถนนพุทธมณฑลสาย 4 และถนนเลียบคลองทวีวัฒนาปิดการจราจรตั้งจุดทหารรถไม่สามารถผ่านได้ ถนนราชดำริ ขาออก จากศาลาแดง มุ่งหน้าราชประสงค์ บริเวณใต้ BTS ราชดำริ ก่อนถึงโรงพยาบาลตำรวจ 200 เมตร เจ้าหน้าที่ทหารปิดการจราจรทุกช่องทางทำให้รถที่ผ่านเข้ามาต้องกลับรถกันทุกคัน กลับกัน ขาเข้า ยังผ่านได,ถนนรัตนาธิเบศร์ ขาออก หน้าไทยคม ปิดช่องคู่ขนาน,แยก จปร. เช้านี้ ไม่เปิดจราจร 2 ฝั่งปิดสนิท แต่ลงสะพานพระราม 8 มาแยกวิสุทธิ์กษัตริย์ เข้าถนนราชสีมาได้
 
 
แจ้งเส้นทางปิดการจราจร"กทม."รอบนอกรอบ


          ที่กองบังคับการตำรวจจราจรรายงานข้อมูลปิดการจราจรหลายเส้นทางภายหลังประกาศกฎอัยการศึกเจ้าหน้าที่ทหารลงพื้นที่ประจำการในจุดทางแยกต่างๆ ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมาส่งผลให้การจราจรเช้านี้ติดขัดเป็นอัมพาตไปทั่วกทม.ทั้งรอบนอกรอบในโดยเฉพาะบนทางด่วนบางนาตราดรถติดยาวไปถึงกม.8 มีประชาชนโทรเข้ามาสอบถามข้อมูลจราจรและร้องเรียนผ่านสายตรง1197และสถานีวิทยุจราจรต่างๆ เป็นจำนวนมากจึงแจ้งการปิดจราจรให้ทราบโดยทั่วกันดังนี้
          
          เส้นทางยกระดับโทลเวย์ขาเข้ามีทหารประจำการ 2 จุด ฝั่งเหนือสโมสรตำรวจและทางลงด่วนดินแดงรถยังสามารถผ่านไปมาได้,ถนนบางนาตราด ขาเข้า แยกบางนา ปิดจราจรไม่สามารถเลี้ยวขวาแยกบางนาไปสุขุมวิทได้ให้ตรงไปสรรพาวุธและขึ้oสะพานข้ามแยกบางนา ไปสุขุมวิทได้ รวมถึงปิดทางขึ้นด่วนบางนา ยกเว้นช่องรถประจำทางขณะที่ทางด่วนอื่นใช้การได้ตามปกติ,ถนนรามคำแหงขาเข้า แยกใต้วงแหวนตะวันออกมีการตั้งจุดทหารทำให้รถสามารถผ่านไปมาได้เพียง 1 ช่องทาง

          ถนนพระราม 2 ขาเข้า ช่วงซอย 80 มีเจ้าหน้าที่ทหารตั้งจุดตรวจค้นในช่องทางด่วนปิดการจราจรสามารถใช้ในช่องทางขนานได้,ถนนพุทธมณฑลสาย 4 และถนนเลียบคลองทวีวัฒนาปิดการจราจรตั้งจุดทหารรถไม่สามารถผ่านได้ ถนนราชดำริ ขาออก จากศาลาแดง มุ่งหน้าราชประสงค์ บริเวณใต้ BTS ราชดำริ ก่อนถึงโรงพยาบาลตำรวจ 200 เมตร เจ้าหน้าที่ทหารปิดการจราจรทุกช่องทางทำให้รถที่ผ่านเข้ามาต้องกลับรถกันทุกคัน กลับกัน ขาเข้า ยังผ่านได้,ถนนรัตนาธิเบศร์ ขาออก หน้าไทยคม ปิดช่องคู่ขนาน
                 
          ขณะเดียวกันกองบังคับการตำรวจจราจรแจ้งปิดการจราจรเส้นทาง 14 สายในพื้นที่กทม.ชั้นในและรอบนอกเป็นผลกระทบจากการชุมนุมทางเมืองตั้งแต่วันที่ 16 พ.ค.ที่ผ่านมาจนถึงขณะนี้ ได้แก่ถนนราชสีมา ตั้งแต่แยกสวนรื่นฤดี ถึงแยกประชาเกษม,ถนนพิษณุโลก ตั้งแต่แยกวังแดง ถึงแยกยมราช,ถนนอู่ทองใน ตั้งแต่แยกอู่ทองใน ถึงลานพระราชวังดุสิต (ด้านหลังพระบรมรูปทรงม้า),ถนนลิขิต,ถนนพระราม 5 ตั้งแต่สะพานอรทัย ถึงแยกสุโขทัย,ถนนสุโขทัย ตั้งแต่แยกสวนรื่นฤดี ถึงแยกสุโขทัย,ถนนราชวิถี ตั้งแต่แยกการเรือน ถึงแยกราชวิถี,ถนนราชดำเนินนอก ตั้งแต่แยกพระรูป ถึงแยก จปร.,ถนนลูกหลวง ตั้งแต่สะพานวิศุกรรมนฤมาณ ถึงสะพานเทวกรรม,ถนนพิชัย ตั้งแต่แยกขัตติยานี ถึงถนนราชวิถี,ถนนนครสวรรค์ ตั้งแต่แยกพิษณุโลก ถึงสะพานเทวกรรม,ถนนศรีอยุธยา ตั้งแต่แยกวัดเบญจมบพิตร ถึงแยกกองพล 1,ถนนนครปฐม,ถนนกรุงเกษม ตั้งแต่แยกประชาเกษมถึงแยกเทวกรรม