ข่าว

'ประยุทธ'ประกาศกฎอัยการศึก

'ประยุทธ'ประกาศกฎอัยการศึก

20 พ.ค. 2557

"พล.อ.ประยุทธ์"ประกาศใช้"กฎอัยการศึก"ทั่วประเทศไทยตอนตี3ตั้งกองอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อยสั่งยุบ"ศอ.รส."ให้"ทหาร-ตร.-มท"ส่งมอบกำลังขอทุกฝ่ายหยุดเคลื่อนไหว

 
 
 
          วันที่ 20 พ.ค.57  เมื่อเวลา 03.00 น.  ได้มีประกาศกองทัพบก ฉบับที่ 1/ 2557 เรื่องการประกาศใช้ พ.ร.บ.กฎอัยการศึก พ.ศ.2457  โดยมีเนื้อหาว่า ตามสถานการณ์ที่มีกลุ่มผู้ชุมนุมทางการเมืองหลายกลุ่ม ได้ทำการชุมนุมประท้วงในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เขตปริมณฑล ตลอดจนพื้นที่ต่างๆ ของประเทศ และมีกลุ่มผู้ไม่หวังดีสร้างสถานการณ์ความรุนแรง ด้วยการใช้อาวุธสงครามต่อประชาชน และสถานที่สำคัญอย่างกว้างขวาง เป็นผลให้ประชาชนผู้บริสุทธิ์เสียชีวิต ได้รับบาดเจ็บและเกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวมีแนวโน้มจะก่อให้เกิดเหตุการณ์จลาจล และความไม่สงบเรียบร้อยอย่างรุนแรงในหลายพื้นที่  อันกระทบต่อความมั่นคงของชาติ และความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินของประชาชนโดยรวมนั้น เพื่อให้การรักษาความสงบเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และนำความสงบสุข กลับคืนสู่ประชาชนทุกกลุ่มทุกฝ่ายโดยเร็ว จึงอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 2 และ มาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พ.ศ. 2457 ประกาศใช้กฎอัยการศึกทั่วราชอาณาจักร ตั้งแต่วันที่ 20 พฤษภาคม 2557 ตั้งแต่เวลา 03.00 น. เป็นต้นไป ลงนามโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก(ผบ.ทบ.)
 
           เวลาต่อมาได้ออกคำสั่งฉบับที่ 2/2557 เรื่อง การจัดตั้งกองอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย(กอ.รส.) ระบุว่า ตามที่ได้มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติกฎอัยการศึกในทุกท้องที่ของประเทศ ตั้งแต่วันที่ 20 พ.ค.2557 ไปแล้วนั้น เพื่อให้มาตรการรักษาความสงบเรียบร้อยและการดูแลความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สิน ให้แก่ประชาชนทุกกลุ่มทุกฝ่ายเป็นไปด้วยความเรียบร้อยโดยอาศัยอำนาจตามความ ในมาตรา 2 และมาตรา 6 แห่งพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พุทธศักราช 2557 และที่แก้ไขเพิ่มเติม จึงให้ดำเนินการดังนี้1.จัดตั้งกองอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย(กอ.รส.) ดังนี้
 
          1.1 ผู้บัญชาการทหารบกเป็นผู้อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย(ผอ.รส.) 1.2 ให้ กอ.รส. มีหน้าที่ความรับผิดชอบดังนี้ 1.2.1 ป้องกัน ระงับ ยับยั้ง และแก้ไขสถานการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อความเรียบร้อย และความมั่นคงของประเทศ ในทุกท้องที่ของประเทศ1.2.2 มีอำนาจบังคับใช้กฎหมายทุกมาตราในพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พุทธศักราช 2557 และที่แก้ไขเพิ่มเติม เพื่อให้การรักษาความสงบเรียบร้อยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และนำความสงบสุขกลับคืนสู่ประชาชนทุกกลุ่มทุกฝ่ายโดยเร็ว1.2.3 มีอำนาจในการเชิญบุคคลมารายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่ หรือมาให้ถ้อยคำ หรือส่งมอบเอกสาร หรือหลักฐานใด เพื่อประโยชน์ในการรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่รับผิดชอบได้
                
          2. ให้หน่วยเกี่ยวข้องดำเนินการดังนี้ 2.1 ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) ที่จัดตั้งขึ้นตามประกาศเรื่องพื้นที่ปรากฏเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคง ภายในราชอาณาจักร ลงวันที่ 28 เม.ย.2557 ยุติการปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่ 20 พ.ค.2557 เวลา 03.00 และให้กำลังของหน่วยต่างๆ ตามโครงสร้าง การจัดของ ศอ.รส. (เว้น กำลังของกองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ) เคลื่อนย้ายกลับที่ตั้ง เพื่อไปปฏิบัติภารกิจของแต่ละหน่วย 2.2 ให้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ กระทรวงมหาดไทย และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ส่งมอบกำลังในอัตราให้ขึ้นควบคุมทางยุทธการกับ กอ.รส. เมื่อได้รับคำสั่ง เพื่อให้การรักษาความสงบเรียบร้อย เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และนำความสงบสุขกลับคืนสู่ประชาชน ทุกกลุ่มทุกฝ่ายโดยเร็ว
            
          ต่อมาเวลา 06.00 น. พล.อ.ประยุทธ์  ได้อ่านประกาศ พ.ร.บ.กฎอัยการศึกผ่านสถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย โดยมีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 (ททบ.5) เป็นแม่ข่ายกระจายสัญญาณทั่วประเทศถึงการประกาศใช้ พ.ร.บ.กฎอัยการศึก ว่า กองทัพบกมุ่งหวังที่จะนำพาความสงบสุขเรียบร้อยมาสู่บ้านเมืองอันเป็นที่รักยิ่งมาสู่คนไทยทุกคนโดยเร็วที่สุด ขอให้ทุกพวกทุกฝ่ายหยุดความเคลื่อนไหว เพื่อเข้าสู่กระบวนการในการแก้ไขปัญหาของชาติอย่างยั่งยืนโดยเร็ว อำนาจตามความในมาตราต่างๆ พ.ร.บ.กฎอัยการศึก พ.ศ.2457 จะแจ้งให้ทราบโดยทั่วกัน ขอให้ประชาชนทั่วไปอย่าตื่นตระหนกยังคงทำหน้าที่ปฏิบัติงานไปตามปกติทุกประการ ทั้งนี้ กองทัพบกมุ่งหวังที่จะให้สถานการณ์คลี่คลายลงโดยเร็ว
         
          ผู้สื่อข่าวรายงานว่าขณะที่ พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ปลักกระทรวงกลาโหม ได้เดินทางไปประชุมรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียนที่สาธารณรัฐแห่งสหภาพพม่า ตั้งแต่เมื่อวันที่ 19 พ.ค.โดยมีกำหนดการเดินทางกลับในวันที่ 20 พ.ค. ขณะเดียวกัน พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผบ.ทหารสูงสุดได้เดินทางไปอำลาตำแหน่งที่ประเทศปากีสถาน ตั้งแต่เมื่อวันที่ 19 พ.ค.เช่นกัน
 
 
ประกาศกองทัพบก ฉบับที่ 1 / 2557
เรื่อง การประกาศใช้ พรบ.กฎอัยการศึก
 
          ตามสถานการณ์ที่มีกลุ่มผู้ชุมนุมทางการเมืองหลายกลุ่ม ได้ทำการชุมนุมประท้วงในพื้นที่กรุงเทพมหานคร  เขตปริมณฑล ตลอดจนพื้นที่ต่างๆของประเทศ และมีกลุ่มผู้ไม่หวังดีสร้างสถานการณ์ความรุนแรง ด้วยการใช้อาวุธสงครามต่อประชาชน และสถานที่สำคัญอย่างกว้างขวาง เป็นผลให้ประชาชนผู้บริสุทธิ์เสียชีวิต ได้รับบาดเจ็บและเกิดความเสียหายต่อทรัพย์สิน อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวมีแนวโน้มจะก่อให้เกิดเหตุการณ์จลาจล และความไม่สงบเรียบร้อยอย่างรุนแรงในหลายพื้นที่  อันกระทบต่อความมั่นคงของชาติ และความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนโดยรวมนั้น
 
          เพื่อให้การรักษาความสงบเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และนำความสงบสุข กลับคืนสู่ประชาชนทุกกลุ่มทุกฝ่ายโดยเร็ว จึงอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 2 และ มาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พ.ศ. 2457 ประกาศใช้กฎอัยการศึกทั่วราชอาณาจักร ตั้งแต่วันที่ 20 พ.ค. 2557 ตั้งแต่เวลา 03.00 น. เป็นต้นไป
 
ประกาศ ณ วันที่ 20 พ.ค. 2557
 
 
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
 ผู้บัญชาการทหารบก
 
 
 
ประกาศกองทัพบก ฉบับที่ 2 / 2557
 
เรื่อง การจัดตั้งกองอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (กอ.รส)
 
          ตามที่ได้มีการประกาศ ใช้พระราชบัญญัติกฎอัยการศึกในทุกท้องที่ของประเทศ ตั้งแต่วันที่ 20 พ.ค.  2557 ไปแล้วนั้น เพื่อให้มาตรการรักษาความสงบเรียบร้อยและการดูแลความปลอดภัย ในชีวิตและทรัพย์สินให้แก่ประชาชนทุกกลุ่มทุกฝ่าย เป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 2 และมาตรา 6 แห่งพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก 2457 และที่แก้ไขเพิ่มเติม จึงให้ดำเนินการดังนี้
 
          1.จัดตั้งกองอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (กอ.รส)  ดังนี้
          1.1.ผู้บัญชาการทหารบก เป็น ผู้อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ผอ.รส.)
          1.2.ให้ กอ.รส.มีหน้าที่ความรับผิดชอบดังนี้
          1.2.1.ป้องกันระงับ ยับยั้ง และแก้ไขสถานการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อย และความมั่นคงของประเทศ ในทุกท้องที่ของประเทศ
          1.2.2.มีอำนาจบังคับใช้กฎหมายทุกมาตรา ใน พรบ.กฎอัยการศึก พ.ศ.2457 และที่แก้ไขเพิ่มเติม เพื่อให้การรักษาความสงบเรียบร้อยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และนำความสงบสุขกลับคืนสู่ประชาชนทุกกลุ่มทุกฝ่ายโดยเร็ว
          1.2.3.มีอำนาจในการเชิญบุคคลมารายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่หรือมาให้ถ้อยคำหรือส่งมอบเอกสาร หรือหลักฐานใด เพื่อประโยชน์ในการรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่รับผิดชอบได้
 
          2.ให้หน่วยเกี่ยวข้องดำเนินการดังนี้
          2.1.ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย(ศอ.รส.)ที่จัดตั้งขึ้นตามประกาศ เรื่องพื้นที่ปรากฏเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ลงวันที่ 28 เม.ย. 2557 ยุติการปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่วันที่ 20 พ.ค. 2557 เวลา 03.00 น. และให้กำลังของหน่วยต่างๆ ตามโครงสร้างการจัดของ ศอ.รส.(เว้น กำลังของกองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ) เคลื่อนย้ายกลับที่ตั้งเพื่อไปปฏิบัติภารกิจตามปกติของแต่ละหน่วย
          2.2. ให้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ กระทรวงมหาดไทย และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ส่งมอบกำลังในอัตราให้ขึ้นควบคุมทางยุทธการกับ กอ.รส. เมื่อได้รับคำสั่ง เพื่อให้การรักษาความสงบเรียบร้อยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และนำความสุขกลับคืนสู่ประชาชนทุกหมู่ทุกฝ่ายโดยเร็ว
 
ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ 20 พ.ค. 2557
 
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก





ร.1พัน1รอ.ตรวจเข้มหลังใช้เป็น กอ.รส.
 
          จากกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ได้ลงนามในประกาศกองทัพบก ฉบับที่ 1/2557 เรื่องการประกาศใช้พระราชบัญญัติกฎอัยการศึก เมื่อเวลา 03.00น.และมีออกแถลงการณ์ผ่านทางสถานีวิทยุกองทัพบก ช่อง 5 (ททบ.5) เมื่อเวา 06.00น.ที่ผ่านมา คืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 07.00น.  ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศบริเวณด้านหน้ากองพันทหารราบที่1 กรมทหารราบที่1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ (ร.1พัน1รอ.) ว่าตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมามีนำรถบรรทุกจีเอ็มซีและรถฮัมวีจำนวนหลายคันพร้อมกำลังทหารเข้าไปด้านในกรมทหารดังกล่าว รวมทั้งสลับผลัดเปลี่ยนเข้าออกดูแลความปลอดภัยในสถานที่ดังกล่าวอย่างเข้มงวด ซึ่งภายหลังสถานที่นี้ใช้เป็นกองอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (กอ.รส.) โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นผอ.กอ.รส.
 
          สำหรับรถประชาชนทั่วไปที่จำเป็นต้องใช้เส้นทางโดยผ่านกรมทหารดังกล่าวเจ้าหน้าที่ทหารอนุญาตให้ผ่านได้แต่มีการตรวจค้นรถเพื่อปลอดภัยตามปกติ
 
          ส่วนการจราจรบนถนนวิภาวดี ทั้งสองฝั่งพบว่าปริมาณรถค่อนข้างมากตั้งแต่ช่วงเช้า ส่วนหนึ่งมาจากประชาชนที่ทราบข่าว จึงรีบเดินทางออกไปทำงาน อย่างไรก็ตามการจราจรยังเคลื่อนตัวได้ดี
 
 
กอ.รส.กำหนดจุดกปปส.-นปช.ชุมนุม

         ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กอ.รส.ได้ออกคำสั่งฉบับที่ 2 โดยให้ชุมนุมอยู่ในพื้นที่ที่กำหนด ซึ่ง กปปส.ให้อยู่ราชดำเนินและแจ้งวัฒนะ ขณะที่ นปช.ให้อยู่ถนนอักษะ
 
 
กองทัพภาค3เรียกรับทราบกฎอัยการศึก

        เมื่อเวลา 09.00 น.บรรยากาศบริเวณหน้าค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อ.เมืองพิษณุโลก มีการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ได้เสริมแนวลวดหนาม และเข้มงวดรถทุกคัน  ภายหลังมีการประกาศใช้พระราชบัญญัติกฎอัยการศึก และในเวลา 10.00 น. ทางกองอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย กองทัพภาคที่ 3 ขอให้หัวหน้าส่วนราชการทุกสังกัด เข้ารับฟังคำชี้แจงและรับทราบการประกาศใช้กฏอัยการศึก ซึ่งเป็นการรักษาความสงบเรียบร้อย และนำความสงบสุขกลับคืนสู่ประชาชนทุกกลุ่มทุกฝ่ายโดยเร็ว ณ สโมสรบันเทิงทัพ ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช