ข่าว

ทางออก!'โคทม'ดันสูตร'รองนายกฯคนกลาง'

ทางออก!'โคทม'ดันสูตร'รองนายกฯคนกลาง'

20 พ.ค. 2557

ข้อเสนอทางออกประเทศ แนะ'เลื่อนเลือกตั้งคู่ปฏิรูป' ขณะที่'โคทม'ดันสูตร'รองนายกฯคนกลาง'

              สถานการณ์การเมืองที่วุฒิสภาได้เจรจากับหน่วยงาน องค์กรตามรัฐธรรมนูญ รวมทั้งภาคเอกชน ตลอดจนหารือกับรัฐบาลรักษาการเพื่อหาทางออกประเทศ หลายฝ่ายได้นำเสนอรูปแบบทางออกจากวิกฤติ รวมทั้งเครือข่ายเดินหน้าปฏิรูป นับว่าเป็นทางเลือกอีกข้อเสนอหนึ่งที่ควรให้ความสนใจ แม้อาจจะใกล้เคียงกับที่มีการนำเสนอไว้แล้ว แต่อาจจะแตกต่างในรายละเอียดบางประการ

              ดร.บัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ ผู้อำนวยการสถาบันธรรมรัฐเพื่อการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม ในฐานะเครือข่ายเดินหน้าปฏิรูป ได้กล่าวถึง 3 ทางเลือกที่เชื่อว่าเป็นทางออกทางการเมือง

              ทางเลือกที่ 1 อยู่บนสมมุติฐานที่ว่าถ้าการเลือกตั้งเกิดวันที่ 20 กรกฎาคม ตามความปรารถนาของรัฐบาล ซึ่งขณะนี้ก็ทราบดีว่ามีการพูดคุยระหว่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กับรัฐบาล แต่ก็ยังไม่มีความคืบหน้า

              ถ้ามีการเลือกตั้งจริง คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ก็จะยังไม่ยอมรับ อาจจะเกิดการปะทะจากมวลชนทั้งสองฝ่าย หรืออาจจะมีปัญหาซ้ำรอยการเลือกตั้งวันที่ 2 กุมภาพันธ์ จนนำไปสู่คำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญว่าการเลือกตั้งเป็นโมฆะ ซึ่งสถานการณ์แบบนี้ก็ยังมีอยู่ และมีความไม่แน่นอนสูงว่าหลังการเลือกตั้งจะมีความสงบหรือไม่

              ทางเลือกที่ 2 คือ เลื่อนวันเลือกตั้งออกไปก่อนในช่วงเวลา 120 วัน (เลือกตั้งวันที่ 10 กันยายน 2557) เพื่อทำประชามติในวันเลือกตั้ง โดยระหว่างนี้จะต้องทำ 3 อย่างคู่กันไปกับการเลื่อนเลือกตั้ง ประกอบด้วย

              1.ให้ทุกฝ่ายเจรจาปรับรูปแบบการเลือกตั้งและการหาเสียง เพื่อให้ทุกพรรคการเมืองมีความมั่นใจและตัดสินใจลงสมัครรับเลือกตั้ง เช่น มีรัฐบาลรักษาการก่อนการเลือกตั้ง

              2.ให้ทุกฝ่ายเจรจาเรื่องการปฏิรูป เช่น ให้มีรัฐบาลเฉพาะกิจเพื่อการปฏิรูป และจัดการเลือกตั้งใหม่ตามกติกาใหม่หลังครบ 1 ปี

              3.ให้ทุกฝ่ายเจรจาให้มีกลไกปฏิรูป ซึ่งช่วงนี้จะเปิดโอกาสการเจรจาเพื่อให้มี "องค์กรปฏิรูป" ที่ทุกฝ่ายยอมรับได้ และอาจจะมีการทำประชามติเพื่อสอบถามประชาชนในวันเลือกตั้ง ให้ออกเสียงตัดสินใจว่า เห็นด้วยกับกลไกองค์กรปฏิรูปรูปแบบใด เพื่อให้มีผลผูกพันทางการเมืองภายหลังการเลือกตั้ง

              ทางเลือกที่ 3 เลื่อนการเลือกตั้งออกไป 1 ปี เพื่อให้มีการแก้ไขกฎระเบียบเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ให้ทุกพรรคการเมืองลงสมัครรับเลือกตั้ง มุ่งเน้นการปฏิรูปการเมือง โดยเฉพาะประเด็นการเข้าสู่อำนาจทางการเมือง การตรวจสอบการใช้อำนาจทางการเมือง การปฏิรูปพรรคการเมือง การปฏิรูประบบรัฐสภา การปฏิรูปที่ดิน ต้องสรุปให้ได้ว่าจะปฏิรูปในแนวทางใด ก่อนจะมีการจัดการเลือกตั้งใหม่ให้มีการทำประชามติเพื่อสร้างผลผูกพันให้รัฐบาลที่เกิดขึ้นหลังการเลือกตั้งยอมรับและนำประเด็นการปฏิรูปไปดำเนินการ

              โดยทางเลือกที่ 3 จะมีการเลือกตั้งครั้งเดียว ซึ่งจะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นว่าจะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นในระยะเวลาที่กำหนด ไม่มีล่าช้าออกไปจากเวลาที่ตกลงร่วมกัน

              อย่างไรก็ดี ดร.บัณฑูร สรุปแนวความคิดว่า "ทางเลือกทั้ง 3 แนวทาง จากข้อจำกัดและประเด็นข้อกฎหมาย ทางเครือข่ายเดินหน้าปฏิรูปเห็นว่าทางเลือกที่ 2 มีความเหมาะสมกับสถานการณ์ในปัจจุบันมากที่สุด คือ มีทั้งการเลือกตั้งและการปฏิรูป โดยทางเลือกนี้อยู่บนวิถีทางประชาธิปไตยที่ทุกฝ่ายยอมรับ สามารถหาทางออกร่วมกันได้"


"โคทม"ดันสูตร"รองนายกฯ คนกลาง"

              ขณะเดียวกัน นายโคทม อารียา นักวิชาการจากสถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา กล่าวถึงทางออกประเทศว่า 2 ฝ่ายมีจุดร่วมคืออยู่ในกรอบรัฐธรรมนูญและต้องการปฏิรูป แต่จุดต่างของรัฐบาลบอกว่าต้องอยู่บริหารประเทศต่อไปจนมีการเลือกตั้ง แต่ด้าน กปปส.ต้องการที่จะใช้มาตรา 7 หารัฐบาลใหม่ ซึ่งประเด็นนี้ได้พูดคุยกันในคณะทำงาน มีความเห็นตรงกันว่ามาตรา 7 ไปไม่ได้ จะมีความขัดแย้งมากยิ่งขึ้น

              แต่ก็มีช่องทางตอบสนองความต้องการของ กปปส.คือการที่จะให้มีนายกรัฐมนตรีที่เป็นคนกลาง โดยความหมายที่ว่าไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด แต่จะไม่ใช่แบบที่เสนอกัน แต่จะให้เป็นรองนายกรัฐมนตรีแทน ซึ่งจะไม่ขัดรัฐธรรมนูญ เพราะนายกฯ มีคุณสมบัติที่ต้องเคยเป็นหรือเป็น ส.ส. แต่รองนายกฯ ไม่จำเป็น

              "ดูคร่าวๆ ก็คิดว่าคณะรัฐมนตรีสามารถแต่งตั้งรัฐมนตรีเพิ่มได้อีก โดยให้นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล ผู้ปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี นำความขึ้นกราบบังคมทูล ซึ่งคิดว่าทำได้"

              นายโคทม ระบุว่า หากทำได้ คำถามต่อมาคือ 2 ฝ่ายยอมรับหลักการหรือไม่ ที่จะให้ "รองนายกฯ คนกลาง" ขึ้นรักษาการนายกรัฐมนตรี ถ้ารับหลักการก็จะเข้าสู่การสรรหา โดยมีหลัก 3 ข้อ คือ 1.ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด ไม่แสดงออกหรือมีพฤติกรรมเข้าข้าง 2.มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และ 3.มีความสามารถในการบริหารราชการแผ่นดินเป็นที่ประจักษ์

              ส่วนการสรรหาก็ให้แต่ละฝ่ายเสนอชื่อบุคคล อาจจะประมาณ 3 ชื่อ โดยหากทั้งหมดที่เสนอมี 1 ชื่อที่ตรงกัน ก็มาคุยกันว่าจะเลือกใครดี จนเป็นที่พอใจของทุกฝ่าย พอได้มาแล้วและเลือกได้คนที่เหมาะสมก็ให้ผู้ปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี คือนายนิวัฒน์ธำรง นำความขึ้นกราบบังคมทูล จากนั้นขั้นต่อไปคณะรัฐมนตรีก็ต้องประชุม แล้วสลับนายนิวัฒน์ธำรงไปเป็นรองนายกฯ ลำดับ 2 แล้วให้รองนายกฯ ที่มาจากคนกลางขึ้นเป็นรองนายกฯ อันดับ 1 เพื่อจะสามารถใช้อำนาจได้ตามรัฐธรรมนูญที่เป็นอำนาจหน้าที่นายกรัฐมนตรี

              โมเดลทางออก "รองนายกฯ คนกลาง" นั้น จะต้องมีอายุเพียงสั้นๆ 5-6 เดือน คือเข้ามาเพื่อจัดการเลือกตั้ง และจัดการกระบวนการปฏิรูปประเทศ มี "โรดแม็พ" หรือ "แผนที่เดินหน้าประเทศ" เพื่อการปฏิรูป ซึ่งแนวทางดังกล่าวเป็นไปในลักษณะประนีประนอม เนื่องจากกฎหมายไม่ได้เขียนเอาไว้ว่าทำไม่ได้ แต่หากไปผลักดันมาตรา 7 จะมีการตีความกันมากมาย และเกิดความขัดแย้งที่ยืดเยื้อต่อไป

----------------------

(หมายเหตุ : ข้อเสนอทางออกประเทศ แนะ'เลื่อนเลือกตั้งคู่ปฏิรูป' ขณะที่'โคทม'ดันสูตร'รองนายกฯคนกลาง')