
สถานภาพประเทศไทย
สถานภาพประเทศไทย : บทประจำวันอังคารที่ 20 พฤษภาคม 2556
สถานภาพประเทศไทย ณ ปัจจุบันจะเป็นเช่นไรนั้น คงต้องติดตามกันเป็นรายชั่วโมง รายวัน กันเลยทีเดียว แม้เราสามารถสรุปและเรียนรู้จากบทเรียนที่เพิ่งพ้นมาเพียงชั่วข้ามคืน แต่เหตุการณ์อนาคตภายหน้ายามตื่นลืมตาในเช้าวันรุ่งขึ้นยังยากจะคาดเดา วันจันทร์ที่ 19 พฤษภาคม 2557 นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ว่าที่ประธานวุฒิสภา มีนัดหารือทางออกการเมืองกับนายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี เมื่อถึงเวลานายสุรชัยก็ไม่เดินทางไปหารือกับนายนิวัฒน์ธำรงในสถานที่ปิดลับตามนัด ซึ่งผลที่ออกมาก็ไม่เกินความคาดหมาย นายนิวัฒน์ธำรงปฏิเสธคำร้องขอโดยสิ้นเชิง ขณะที่เริ่มมีกระแสว่า แต่เดิมที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ประกาศไว้ว่า ถ้าการนัดกดดันครั้งใหญ่หนล่าสุดนี้ไม่เป็นผลก็จะยุติการชุมนุมและเข้ามอบตัวสู้คดี ก็คงจะไม่เป็นไปเช่นนั้น แต่กลับส่อเค้าว่า สถานการณ์การเมืองจะคุกรุ่น ย่ำแย่ไปอีกนาน ชนิดที่ใครก็บอกไม่ได้ว่าจะอีกกี่วัน กี่เดือน
ขณะเดียวกัน นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยตัวเลขจีดีพีไตรมาสแรกของปี 2557 ว่า ติดลบร้อยละ 0.6 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน และลดลงร้อยละ 2.1 จากไตรมาส 4 เมื่อปีที่ผ่านมา ปัจจัยที่ส่งผลให้ตัวเลขเศรษฐกิจติดลบมาจากอุปสงค์ภาคเอกชนในประเทศและรายจ่ายภาคครัวเรือนลดลงจากผู้บริโภคที่ระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น เพราะกังวลต่อสถานการณ์ทางการเมือง รวมทั้งการลงทุนลดลงถึงร้อยละ 9.8 ส่วนแนวโน้มทั้งปีนี้ คาดว่าจีดีพีจะขยายตัวร้อยละ 1.5- 2.5 ลดลงจากเดิมที่คาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 3-4 เนื่องจากปัญหาการเมืองยืดเยื้อ เป็นข้อจำกัดต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจมากกว่าที่คาดไว้
กล่าวโดยรวมก็คือ สถานภาพทางเศรษฐกิจของประเทศไทยยามนี้ถือว่าย่ำแย่ เลวร้ายอย่างถึงที่สุด เพราะนอกจากงานในด้านการบริหารเพื่อผลักดันให้เกิดการเบิกจ่ายและใช้ "เครื่องจักร" ขับเคลื่อนเศรษฐกิจจะง่อยเปลี้ยเสียขา เพราะการจัดตั้งรัฐบาลใหม่มีแนวโน้มล่าช้าออกไปแล้ว ความพยายามหารายได้เข้าประเทศก็ชะงักงันไปด้วย อย่างการส่งออกที่ฟื้นตัวช้า และราคาสินค้าลดลง เพราะภาวะเศรษฐกิจโลก จำนวนนักท่องเที่ยวไตรมาสแรกปีนี้ก็ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ เพราะยังมีความอ่อนไหวต่อสถานการณ์การเมือง ทั้งนี้ยังไม่รวมผลกระทบทางด้านลบที่จะตามมาสุมรุมกระหน่ำอย่างรอบด้านไม่ว่าจะเป็นโครงการรับจำนำข้าวที่เงินไม่ถึงมือชาวนา ส่งผลให้กำลังซื้อลดลง ปัญหาภัยทางธรรมชาติ ทั้งภาวะฝนทิ้งช่วง หรือน้ำท่วม ก็ตาม
คงไม่มีใครปฏิเสธว่า คุณภาพชีวิตประชาชนคนไทยทุกวันนี้ตกต่ำย่ำแย่อย่างที่สุด อันเป็นผลพวงมาจากสภาพการเมือง สังคม และเศรษฐกิจดังเช่นที่ปรากฏอยู่ คนไทยทั้งชาติกล้ำกลืนฝืนทนกับฝันร้ายติดต่อกันมานานหลายปี อนาคตเอาแน่นอนอะไรไม่ได้ กล่าวโดยรวมแล้ว จนถึงวันนี้ ชั่วโมงนี้ ถ้าหากนักการเมืองยังไม่รู้จักคำว่าเสียสละ ยอมละไว้ซึ่งอำนาจและความพยายามเอาชนะคะคาน เพื่อคืนความสงบสุขให้แก่ชาติบ้านเมือง โอกาสที่จะเกิดความเสียหายทั้งเลือดเนื้อประชาชน และความพินาศย่อยยับทั้งทางเศรษฐกิจและสังคมก็ยังดำรงอยู่อย่างสุ่มเสี่ยงยิ่ง



