ข่าว

ส.ว.เจรจารบ.ลาออกเหลวเดินแผน2,3ต่อ

ส.ว.เจรจารบ.ลาออกเหลวเดินแผน2,3ต่อ

19 พ.ค. 2557

ส.ว.เจรจารบ.ลาออกไม่สำเร็จเล็งเดินแผน2,3 สถานการณ์พร้อมเปิดประชุมเลือกนายกฯ ศาลเพิกถอนหมายจับ'จตุพร'แล้ว

             19พ.ค.2557 ที่วุฒิสภาได้มีการประชุมของคณะทำงานเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาบ้านเมืองวุฒิสภา นำโดย นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานวุฒิสภา คนที่ 1 ฐานะปฏิบัติหน้าที่ประธานวุฒิสภา เพื่อสรุปประเด็นการแก้ไขปัญหาทางการเมือง โดยเป็นการประชุมลับและหลังจากการหารือนาน 3 ชั่วโมง คณะทำงานได้ร่วมแถลงข่าว

             นายพีระศักดิ์ พอจิต ส.ว.อุตรดิตถ์ ฐานะว่าที่รองประธานวุฒิสภา คนที่ 2 กล่าวถึงผลการหารือกับนายนิวัฒน์ ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกฯ ฐานะปฏิบัติหน้าที่นายกฯ รักษาการ และนายชัยเกษม นิติศิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการยุติธรรม ตามที่เป็นตัวแทนนายสุรชัยไปเจรจา ว่านายนิวัฒน์ธำรงยืนยันว่าไม่สามารถลาออกจากตำแหน่งได้ เพราะกังวลต่อการถูกเอาผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ว่าด้วยการปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ทั้งนี้เนื่องจากรัฐธรรมนูญ มาตรา 181 กำหนดให้รัฐบาลชุดปัจจุบันอยู่ปฏิบัติหน้าที่จนกว่าได้คณะรัฐบาลชุดใหม่มาทำหน้าที่ แต่ตนได้เห็นว่าการลาออกจากตำแหน่งถือว่าทำได้เพราะเป็นตำแหน่งเฉพาะตัว ส่วนกรณีประเด็นอำนาจของการทูลเกล้าฯ หรือ รับสนองพระบรมราชโองการเรื่องต่างๆ นั้น นายนิวัฒน์ธำรง ถือว่าทำได้ อย่างไรก็ตามแนวทางของวุฒิสภาที่จะดำเนินการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งนั้น ยังต้องดำเนินการต่อไป โดยเป็นการพิจารณาทำภายใต้กรอบของรัฐธรรมนูญ

             ด้านนายเดชอุดม ไกรฤทธิ์ ส.ว.สรรหา กล่าวยอมรับว่า การหารือกับรัฐบาลนั้นยังมีความเห็นต่างทางกฎหมาย โดยเฉพาะการเลือกตั้ง ที่รัฐบาลเห็นว่าอยากให้มีการเลือกตั้งก่อนการปฏิรูปประเทศ และยืนยันว่าสามารถจัดการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จได้ภายใน 60 วัน นอกจากนั้นแล้วตัวแทนรัฐบาลพร้อมจะให้ความร่วมมือในโอกาสต่อไป หากมีการเสนอแนวทางอื่นๆ ให้เลือกโดยสอดคล้องกับบทบัญญัติของกฎหมาย ดังนั้นในแนวทางของวุฒิสภาต่อประเด็นการขอเปิดประชุมนัดพิเศษ ตามข้อบังคับการประชุมวุฒิสภายังไม่ใช่แนวทางที่จะนำมาพิจารณาในสถานการณ์ปัจจุบัน

             นายเดชอุดม กล่าวยอมรับด้วยว่า ตนได้ไปศึกษาในกรณีให้ประธานองคมนตรีเป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการเรื่องสำคัญๆแทนรัฐบาลที่ไม่ยอมดำเนินการ แต่ยังไม่มีข้อสรุปในเรื่องดังกล่าว ส่วนแนวทางที่วุฒิสภาที่จะแก้วิกฤตของชาติขณะนี้ยังมีทางเลือกอื่นๆ อีก แต่ตนไม่ขอเปิดเผยและขอให้รอการแถลงของนายสุรชัยต่อการสรุปรายงานเพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้ง ที่นายสุรชัยเตรียมตัวแถลงในวันที่ 21 พ.ค. นี้

             ส่วนนายสมชาย แสวงการ ส.ว.สรรหา กล่าวว่า สำหรับแนวทางตามเงื่อนไขของแถลงการณ์ข้อที่ 3 โดยให้วุฒิสภาเข้าชื่อ 1 ใน 4 เพื่อขอเปิดประชุมนัดพิเศษ เพื่อดำเนินการตั้งนายกฯเฉพาะกิจ นั้นวุฒิสภามีแนวทางที่จะปฏิบัติได้ตามกรอบอำนาจ โดยไม่เกี่ยวกับการขอตราพระราชกฤษฎีกา โดยมีนายกฯ รับสนองพระบรมราชโองการ   

             ทั้งนี้เมื่อถามว่าทำได้ตามกฎหมายหรือเมื่อไม่มีการตราพระราชกฤษฎีกา นายสมชายกล่าวว่าเราใช้ข้อบังคับการประชุม เราใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือ ไม่ใช่ใช้กฎหมายเป็นโซ่ตรวนมัดเราไม่ให้เปิดสภา  และไม่จำเป็นต้องหารือกับรัฐบาลในเรื่องนี้อย่างไรก็ตามที่ประชุมมอบหมายให้นายสุรชัยและคณะทำงานไปดำเนินการใดๆโดยไม่ต้องนำมาให้วุฒิสภาพิจารณาอีก ขอเรียกร้องไปยังฝ่ายความมั่นคงให้ดูแลความเรียบร้อยของบ้านเมืองหลังจากที่มีข่าวการพกอาวุธสงครมามและพยายามนำมาก่อเหตุวุ่นวาย

             นายสมชาย กล่าวต่อว่า เมื่อรัฐบาลยังยืนอยู่ในจุดเดิมคือประสงค์จะเป็นรัฐบาลรักษาการ และประสงค์จะให้เลือกตั้ง วุฒิสภาคงต้องดำเนินการให้เกิดรูปธรรมในการหาทางออกวิกฤติ ที่ประชุมจึงได้นำข้อมูลทั้งหมดมาดูตรวจสอบ สิ่งที่ต้องทำคือนำส่งเอกสารที่ได้ความเห็น นำส่งไปยังหน่วยต่างๆที่เกี่ยวข้อง   ส่วนเรื่องที่หารือเป็นเรื่องที่ที่ประชุมได้มอบหมายให้ นายสุรชัย ทำหน้าที่ในฐานะผู้แทน ท่านอาจมีคณะทำงาน เพื่อให้เดินไปสู่เป้าหมาย และจะรายงานให้ทราบเป็นระยะๆ

              นายสมชายระบุด้วยว่าขณะที่ทำหน้าที่อยากให้เจ้าหน้าที่ของรัฐหน่วยราชการในการให้ความร่วมมืออย่าทำตัวเป็นอุปสรรคในการขัดขวางการหาทางออกของบ้านเมือง เราไม่สบายใจที่ได้รับหมายเรียกจาก นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ แต่ออกข่าวว่าเป็นหมายจับ  ทั้งๆที่เป็นการเรียกเป็นพยานในคดีที่กล่าวหานายสุเทพ เทือกสุบรรณ ว่าเป็นกบฏ  เป็นการเรียกให้ข้อมูล แต่กลับออกข่าวว่าเป็นหมายจับ ตนถือว่าไม่เป็นธรรมทำให้เสียหาย เป็นการข่มขู่หรือไม่ต่อวุฒิสภา ขอให้รัฐบาลกำกับนายธาริตอย่าได้ทำเช่นนี้อีก จะเสียหายต่อการหาทางออกร่วมกัน

              นายวันชัยกล่าวว่า  วันนี้จากได้รับข้อมูลว่าแผนที่จะดำเนินการตามข้อ 1 ที่ขอความร่วมมือจากรัฐบาล  แต่ปรากฏว่าจากการที่รับฟัง จากรัฐบาลยืนยันว่าไม่ลาออก ที่ประชุมจึงพิจารณาแนวทางตามแผนอื่นต่อไปคือแผนที่ 2 และ 3  ที่ประชุมนำมาถกแถลงถึงความเป็นไปได้และข้อสรุปทั้งหมด  ซึ่งที่ประชุมบอกว่า ได้มอบหมายให้ประธานและคณะทำงานนำไปดำเนินการตามแต่สถานการณ์ เพราะสถานการณ์ทั้งภายนอกอื่นๆรุมเร้า  จึงให้คณะทำงานไปพิจารณาเป้าหมายเพื่อความสำเร็จเรียบร้อย

              เมือถามว่าส.ว.ยังมีแยนวคิดทูลเหล้าฯนายกฯด้วยตัวเองอีกหรือไม่  นายวันชัยกล่าวว่าแผน 1 รัฐบาลลาออกนี้ง่าย แต่แผนอื่นเราดำเนินการตามกรอบทั้งสิ้น   เรายืนยันว่าถึงคราวที่ปฏิบัติได้ แต่ถึงขั้นทูลเกล้าฯนายกฯหรือไม่ขอยังไม่ตอบเดี๋ยวจะเป็นปัญหา แต่หากมีหนทางหรือแนวทางที่ไปถึงจุดนั้นจะทำทันที

              "เราไม่ขีดเส้นเวลา เพราะทำให้บ้านเมืองวิกฤตแต่จะทำโดยเร็ว    แผนสองแผนสามเราทำแน่ แต่จะมอบกรรมการไปดำเนินการ เราต้องรอให้ชัดเจนมากกว่านี้   พล.อ.อ.วีรวิท คงศักดิ์ ประธานคณะทำงานจะสรุปรายงานภายในวันพรุ่งนี้  เราไม้ได้กั๊กแผนสองแผนสาม แต่เราไม่บอกว่าเราจะทำอะไร"นายสมชายกล่าว

              เมื่อถามว่าแผนสองสาม ไม่ต้องรับความร่วมมือจากรัฐบาลใช่หรือไม่ นายวันชัยกล่าวว่า  แน่นอน เขาไม่ร่วมมือ กรอบตามรัฐธรรมนูญหากถึงความพร้อมความจำเป็น เช่นการเปิดประชุม หรือดำเนินการตมกรอบรัฐธรรมนูญทุกมาตรา เราทำหมด จุดได้ดีเสียอ่อนแข็งทำหมด เราถกกันจนหาข้อยุติให้ ประธานกับคณะทำงานไปพิจารณาตามกรอบ อันใดจะมาก่อนหลังแล้วแต่ประธานจะเป็นผู้พิจารณา โดยไม่ต้องประชุมในชุดใหญ่ของวุฒิสภาอีกต่อไป

             ขณะที่นายวันชัย สอนศิริ ส.ว.สรรหา กล่าวว่า เงื่อนไขที่วุฒิสภาต้องการให้รัฐบาลรักษาการลาออกเพื่อเปิดทางให้มีการตั้งนายกฯ ที่มีอำนาจเต็มมาบริหารคงไม่สามารถทำได้โดยง่ายแล้ว ดังนั้นแนวทางที่จะดำเนินการต่อไปที่ประชุมวุฒิสภาจะได้มีการพิจารณาอย่างรอบคอบ ภายใต้กรอบของรัฐธรรมนูญ และความจำเป็น ส่วนขณะนี้ยังไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดใดๆ

 

ศาลเพิกถอนหมายจับ"จตุพร"แล้ว


                 เมื่อเวลา 13.30 น.นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. พร้อมทนายความ เดินทางเพื่อรายงานตัว หลังจากที่เช้าวันเดียวกันนี้ศาลมีคำสั่งออกหมายจับให้นำตัวนายจตุพร มาสืบพยานจำเลย ในคดีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายจตุพร ในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา

                 ทั้งนี้ภายหลังนายจตุพร เข้ารายงานตัวและชี้แจงเหตุที่ไม่อาจมาเบิกความคดีในช่วงเช้าให้ศาลทราบแล้ว โดยนายจตุพรแถลงต่อศาลยืนยันว่าไม่มีเจตนาประวิงคดี หรือหลบหนี ศาลจึงให้นายจตุพรสาบานต่อศาลว่าจะเดินทางมาเบิกความในวันที่ 26 พ.ค.นี้ตามนัดเดิม

                 ขณะที่ศาลพิจารณาคำแถลงยืนยันของนายจตุพรประกอบคำสาบานตนแล้วเชื่อว่านายจตุพร ไม่มีเจตนาประวิงคดีหรือหลบหนี จึงมีคำสั่งให้เพิกถอนหมายจับ พร้อมกำชับให้นายจตุพร มาศาลตามนัด โดยเคร่งครัด หากไม่มาศาลโดยไม่มีเหตุจำเป็น ศาลจะถือว่านายจตุพร ผิดสัญญาประกัน มีเจตนาประวิงเวลา และหลบหนี


เก็บกู้เอ็ม79ใต้ดอนเมืองโทลล์เวย์หน้าช่อง11

 
              เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 19 พ.ค.57 พ.ต.อ.ปรีชา กองแก้ว ผกก.สน.สุทธิสาร ได้รับแจ้งว่า มีลูกเอ็มระเบิดแบบ 79 ตกอยู่ใต้ทางยกระดับดอนเมือง-โทลล์เวย์ บริเวณเกาะกลางถนนวิภาวดีรังสิต ตรงข้ามกับสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง 11 แขวงและเขตดินแดง กรุงเทพฯ หลังรับแจ้งจึงนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ เดินทางไปตรวจสอบ พร้อมประสานเจ้าหน้าที่เก็บกู้วัตถุระเบิด (อีโอดี) ร่วมตรวจสอบด้วย  ที่เกิดเหตุเป็นเกาะกลางถนนวิภาวดีรังสิต ฝั่งใต้ทางยกระดับโทลล์เวย์ มีการปลูกต้นไม้ไว้เสริมทัศนียภาพ  ใกล้เสาตอม่อ พบลูกกระสุนแบบเอ็ม 79 เจ้าหน้าที่อีโอดี. จึงได้เก็บไปตรวจสอบ
    
              พ.ต.อ.ปรีชา กล่าวว่า ช่วงเที่ยงวันนี้ เจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) มาทำงานที่จุดเกิดเหตุและเห็นกระสุนดังกล่าวจึงรีบแจ้งตำรวจทันที เบื้องต้นพบว่า ลักษณะของจุดที่พบกระสุนไม่น่าจะเป็นการเอามาซ่อนเพื่อเตรียมก่อเหตุ แต่น่าจะมีคนมาโยนทิ้งไว้ เพราะกระสุนเปื้อนดินและโคลน แต่ต้องให้อีโอดี.ตรวจสอบอีกครั้งว่า กระสุนที่พบสามารถนำมาใช้ยิงได้เลยหรือไม่ ขณะที่ สน.สุทธิสาร จะได้ตรวจสอบบริเวณโดยรอบ เพื่อหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

              ด้านพ.ต.อ.กำธร อุ่ยเจริญ ผกก.กลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด หรือ อีโอดี เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบพบว่าเป็นลูกระเบิดขนาด 40 มิลลิเมตร ที่ใช้กับเครื่องยิง M79 ซึ่งอยู่ในสภาพสมบูรณ์พร้อมใช้งาน เจ้าหน้าที่จึงทำการเก็บกู้ไว้เป็นหลักฐานเพื่อนำไปตรวจสอบ เบื้องต้นพบว่า ลักษณะของจุดที่พบกระสุน ไม่น่าจะเป็นการเอามาซ่อนเพื่อเตรียมก่อเหตุ แต่น่าจะมีคนมาโยนทิ้งไว้นานแล้ว เพราะลูกระเบิดเปื้อนดิน และโคลนและระเบิดที่พบค่อนข้างเก่า แต่ต้องตรวจสอบอีกครั้งว่า กระสุนที่พบสามารถนำมาใช้ยิงได้เลยหรือไม่  


พบกลุ่มควันในตึกชินวัตร3


              เมื่อเวลา 15.40 น.  ได้รับแจ้งเกิดกลุ่มควัน ภายในอาคารชินวัตร 3 ชั้น 12 ถนนวิภาวดี เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้เข้าไปตรวจสอบ และสามารถควบคุมสถานการณ์เอาไว้ได้แล้ว


รวบการ์ดกปปส.พกแก๊สน้ำตาปลอกกระสุนปืนเพียบ

 
              เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 19 พ.ค.57 พ.ต.ท.สมยศ อุดมรักษาทรัพย์ รองผกก.สส.สน.ชนะสงคราม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ร่วมกันจับกุมนายสุทธิพร คุ้มม่วง อายุ 21 ปี การ์ดกปปส.พร้อมของกลางแก็สน้ำตาชนิดขว้าง 1 ลูก กระสุนปืนขนาด 7.62 (ใช้กับปืนอาก้า)จำนวน 30 นัด ปลอกกระสุนปืนอีกเป็นจำนวนมาก ได้ที่บริเวณหัวมุมถนนข้าวสารตัดถนนตะนาว แขวงตลาดยอด เขตพระนคร กรุงเทพฯ  เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า แก็สน้ำตาที่พบเก็บมาจากสนามไทย-ญี่ปุ่นดินแดง ในวันที่รับสมัครเลือกตั้งและมีการปะทะกัน ส่วนปลอกกระสุนทั้งหมด เก็บมาจากถนนราชดำเนิน