ข่าว

ปรับอารมณ์ตามความหอม

ปรับอารมณ์ตามความหอม

20 พ.ค. 2557

ไลฟ์สไตล์ : ปรับอารมณ์ตามความหอม

 
                       กลิ่นหอมๆ ถ้าใช้ถูกเวลา ถูกสถานที่ จะช่วยสร้างความประทับใจ และมอบความผ่อนคลายแก่ผู้สูดดมเต็มที่ และในฤดูใบไม้ผลินี้ ปริมมาลัย ได้รังสรรค์ความหอมกลิ่นใหม่เพิ่มความสดชื่นให้ท่ามกลางมวลอากาศร้อนอบอ้าว เนรมิตงานจิบน้ำชายามบ่ายแสนอบอุ่น ให้เหล่าคนรักกลิ่มดอกไม้หอมได้มาร่วมสัมผัสและเวิร์กช็อปปรุงกลิ่นแฮนด์ครีมสูตรเฉพาะของตัวเอง ในงาน “ซัมเมอร์ ไฮ ที เดอะ ลันช์ ออฟ สไปซี่ ออเรนจ์ บลอสซัม บาย ปริมมาลัย” ภายในโรงแรมโอเรียนทอล เรสซิเดนท์ เมื่อวันก่อน
 
                       “แจน” เจนนิสา คูวินิชกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เมตตา เอสเซ็นเชียล จำกัด บอกถึงกลิ่นหมอในในคอลเลกชั่นใหม่ สไปซี่ ออเรนจ์ บลอสซั่ม ว่า ได้แรงบันดาลใจมาจากแสงแดดอ่อนๆ ท่ามกลางดอกไม้สีสดใส เน้นกลิ่นของส้มหลายชนิด ทั้งส้มเขียวหวาน ส้มโอ มีกลิ่นดอกไม้ไทยอื่นๆ ผสมกัน อาทิ ดอกปีบ ดอกโมก และสมุนไพรอย่างขิง ผสมกันหลายชนิด ได้ความรู้สึกทั้งเย็น อบอุ่น เปรี้ยว หวาน เผ็ด เย็น อยู่ด้วยกันเป็นการรวมตัวเพื่อให้ความผ่อนคลาย ลดความเครียด แต่ไม่ทำให้ง่วงซึม กลับกับคือได้ความกระปรี้กระเปร่า ทำงานได้ดีขึ้น
 
                       “กลิ่นของส้มสามารถนำไปวางไว้ในห้องทำงาน ห้องอ่านหนังสือ จะช่วยกระตุ้นความคิดได้ดี นอกจากนี้ดอกไม้ไทยอื่นๆ ยังขึ้นมีคุณสมบัติช่วยในการบำบัดได้ดีอย่างแท้จริง ตามที่ทุกคนทราบว่ากลิ่นของดอกลาเวนเดอร์ช่วยให้เราหลับสบาย แต่กลิ่นกระดังงาของบ้านเราก็ถูกวิจัยมาแล้วว่า ช่วยให้ผ่อนคลายนอนหลับสนิทได้มากกว่าลาเวนเอร์หลายเท่า แค่จุดเทียน หรือวางก้านน้ำหอมกลิ่นดอกกระดังงาไว้ในห้องนอนสักพักหนึ่งก็จะรู้สึกง่วง และหลับสบายตลอดทั้งคืนได้” สาวแจนให้คำแนะนำ การใช้กลิ่นหอมตามห้องต่างๆ
 
                       ด้าน ดร.พหล โกสิยะจินดา ผู้เชี่ยวชาญด้านพฤกษาศาสตร์ กรรมการผู้จัดการและผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยผลิตภัณฑ์ บอกว่า ศาสตร์พื้นฐานของภูมิปัญญาไทยนั้นสามารถรักษาโรคแบบองค์รวมได้ ด้วยการนำดอกไม้มาเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิต ทั้งเครื่องประทินผิว ของตกแต่ง เครื่องประดับ ล้วนมีผลต่อจิตใจ โดยดอกไม้มีกลิ่นที่ร้อน ช่วยกระตุ้นให้สดชื่นแจ่มใส ส่วนกลิ่นเย็น จะช่วนให้รู้สึกผ่อนคลาย จึงควรเลือกดมและใช้ให้ถูกกับอารมณ์ และถ้าหากใครชอบจุดเทียนหอมก่อนนอน มีเทคนิคเล็กๆ ว่า ระหว่างสูดดมความหอมให้อารมณ์ผ่อนคลายลองแตะน้ำตาเทียนป้ายไปบางๆ ที่จมูกเล็บมือและเท้า รวมถึงส่วนข้องศอกหัวเข่าที่ด้านอยู่ ตัวขี้ผึ้งและวิตามินในตัวเทียนจะช่วยบำรุง ให้ความนุ่มนวลแก่ผิวจุดนั้นได้
 
                       ขณะที่ผู้บริหารคนเก่ง “นุ่น” ณิชยา ธรรมาวรานุคุปต์ เอครพานิช ก็บอกว่าเป็นอีกคนที่ชอบกลิ่นหอมๆ ของดอกไม้ โดยผลิตภัณฑ์บำรุงผิวทุกอย่างก็ต้องเลือกใช้ที่กลิ่นเป็นอันดับต้นๆ เพราะนอกจากสรรพคุณต่างๆ ที่ช่วยให้ผิวพรรณดี ถ้าใช้แล้วมีกลิ่นหอมติดตัวสักนิดก็ช่วยสร้างความมั่นใจให้ตัวเองได้ ส่วนตัวชอบกลิ่นที่ทำให้รู้สึกสดชื่นเหมือนไปทะเลมาก ส่วนที่บ้านจะวางเครื่องหอมไว้ตามจุดต่างๆ เปลี่ยนกลิ่นไปตามวาระ เช่น วันธรรมดาที่บ้านจะชอบกลิ่นดอกโมก ดอกแก้ว เป็นกลิ่นหอมเย็น ที่ลูกๆ ดมแล้วก็ผ่อนคลาย อารมณ์ดี ส่วนวันสำคัญอย่างวันแม่ ก็จะเปลี่ยนใช้กลิ่นจัสมินหรือดอกมะลิ สร้างบรรยากาศและเพิ่มความอบอุ่น ในบ้าน
 
                       ส่วนว่าที่คุณแม่ “เปิ้ล” จริยดี สเปนเซอร์ กล่าวเสริมว่า ปกติก็เป็นอีกคนที่ติดน้ำหอมเอามากๆ แต่ด้วยตอนนี้กำลังตั้งครรภ์ได้ 3 เดือน อยู่ในช่วงแพ้ท้องบ่อย กลิ่นจึงเป็นเรื่องละเอียดอ่อนมาก ถ้ากลิ่นไหนไม่ชอบดมแล้วเวียนหัวจะวิ่งหนีทันที ส่วนถ้ากลิ่นไหนดมแล้วไม่เป็นอะไรก็จะชอบอยู่กับกลิ่นนั้นทั้งวัน ตอนนี้จะถูกกับกลิ่นส้ม เพราะไม่หอมเลี้ยนชวนปวดหัว ช่วยลดอาการวิงเวียนได้ และทำให้สดชื่นแจ่มใสทั้งวัน เชื่อว่าพอเราอารมณ์ดีก็จะส่งผลดีต่อลูกน้อยในท้องด้วย