ข่าว

หมายจับ'ตู่'เบี้ยวนัด'มาร์ค'ฟ้องหมิ่นฯ

หมายจับ'ตู่'เบี้ยวนัด'มาร์ค'ฟ้องหมิ่นฯ

19 พ.ค. 2557

ศาลอาญา สั่งออกหมายจับ 'จตุพร' เจตนาประวิงคดี 'อภิสิทธิ์' ฟ้องหมิ่นฯ สั่งฆ่าประชาชน-ขัดขวางถวายฎีกา

 
                         19 พ.ค. 57  ที่ห้องพิจารณา 907 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดสืบพยานจำเลย คดีหมายเลขดำ อ.4176/2552 ที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เป็นจำเลยในความผิดฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา จากกรณีเมื่อวันที่ 11 และ 17 ต.ค.52 จำเลยขึ้นเวทีปราศรัยกล่าวหานายอภิสิทธิ์ โจทก์ ทำนองว่า โจทก์ซึ่งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี (ขณะนั้น) ได้สั่งฆ่าประชาชนและขัดขวางการยื่นถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และอื่นๆ ซึ่งล้วนเป็นความเท็จ
 
                         อย่างไรก็ตามเมื่อถึงเวลานายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความของนายจตุพร ได้แถลงขอเลื่อนการสืบพยานจำเลย เนื่องจากสถานการณ์ปัจจุบันเกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง มีการใช้กำลังต่อชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของประชาชน กระทั่งนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส. ได้ประกาศตามล่ารัฐมนตรีรักษาการณ์ เพื่อบีบบังคับให้ลาออกจากตำแหน่ง รวมถึงจำเลยซึ่งอยู่ฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองด้วย โดยการประกาศดังกล่าวอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อจำเลย และจำเลยต้องควบคุมดูแลการชุมนุมที่ถนนอักษะไม่ให้มีการกระทำผิดกฎหมาย การสืบพยานจำเลยระหว่างวันนี้ถึงวันที่ 26 พ.ค.อยู่ระหว่างบ้านเมืองขัดแย้งรุนแรง อาจเป็นอันตรายต่อจำเลยอย่างมาก จึงขอเลื่อนการสืบพยานจำเลยคดีนี้ออกไปสักระยะหนึ่ง
 
                         ด้านทนายความโจทก์ ได้แถลงคัดค้านว่า จำเลยอ้างเหตุเจ็บป่วย ขอเลื่อนสืบพยานมาแล้ว 2 ครั้ง และสาเหตุที่อ้างเลื่อนนัดในครั้งนี้ เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดอันตราย ทั้งที่ความจริงแล้วจำเลยและพวกอยู่ในการชุมนุม ไม่เคยได้รับอันตราย จึงไม่มีเหตุเชื่อว่าจำเลยมาศาลแล้วจะได้รับอันตราย
 
                         ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ศาลได้กำชับทนายจำเลยว่า ถ้าจำเลยไม่มาศาลในนัดนี้โดยอ้างเหตุเจ็บป่วย หรือเหตุอื่นที่ไม่สมควร ถือว่าจำเลยมีเจตนาประวิงคดี ศาลจะออกหมายจับต่อไป และในนัดก่อนศาลได้ออกหมายเรียกให้จำเลยมาศาลและผลการส่งหมายเป็นไปโดยชอบแล้ว ที่ทนายจำเลยได้แถลงต่อศาลว่ามีจำเลยเป็นพยานเบิกความเพียงปากเดียว ถือว่าเป็นพยานสำคัญ และวันนี้ทนายจำเลยขอเลื่อนนัดอีกโดยอ้างเหตุสถานการณ์ไม่ปกติจำเลยไม่กล้ามาเบิกความ แต่สาเหตุเพียงเท่านี้ไม่พอรับฟังให้เลื่อนนัดอีก เพื่อความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายให้ออกหมายจับจำเลยเพื่อมาเบิกความในวันที่ 26 พ.ค.นี้ เวลา 09.00 น. ซึ่งศาลได้นัดไว้ก่อนแล้ว และกำชับให้ทนายจำเลยกำชับให้จำเลยมาศาล ถ้าไม่มาศาลโดยไม่มีเหตุพอสมควร ศาลจะพิจารณาเรื่องสืบพยานจำเลยต่อไป
 
                         ภายหลัง นายวิญญัติ ทนายความ กล่าวว่า ได้ประสานกับนายจตุพร ให้เข้ามอบตัวต่อศาลแล้ว เพื่อแสดงให้ศาลเห็นว่าไม่มีเจตนาประวิงคดี