ข่าว

'พท.'เย้ย'สุรชัย'ทริปเปิ้ลเถื่อน!

'พท.'เย้ย'สุรชัย'ทริปเปิ้ลเถื่อน!

19 พ.ค. 2557

'พท.' เย้ย 'สุรชัย' ทริปเปิ้ลเถื่อน ลุ้นเดิมพัน 'สมชัย' ดีเบตแพ้ลาออก ถอดคลิปปราศรัย 'เสรี' ร้องดีเอสไอเอาผิด 'ว่าที่ปธ.วุฒิฯ' หนุนกปปส.

 
                         19 พ.ค. 57  นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงกรณี นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ว่าที่ประธานวุฒิสภา พยายามหาช่องทางกดดันรัฐบาลรักษาการลาออก เพื่อตั้งนายกฯเฉพาะกิจ เล็งใช้ทางลัดส่งชื่อนายกฯคนกลางให้รองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 นำขึ้นทูลเกล้าฯ ไม่ต้องรอโปรดเกล้าฯ เป็น ปธ.วุฒิสภา ว่า เส้นแบ่งระหว่างวีรบุรุษของมวลมินิประชาชนชาวนกหวีด กับกบฏของคนไทยทั้งประเทศ ใกล้กันมาก นายเสรี วงษ์มณฑา แกนนำ กปปส.ไปสารภาพเสียสิ้นที่ชิคาโก สหรัฐฯ ว่านายสุรชัย ร่วมสมคบคิดกับนายสุเทพ ตั้งแต่ต้น เป็นพวกเดียวกัน ถนนและทางเดินของนายสุรชัย ตีบตันลงไปทุกขณะ ถนนเดินได้เป็นบางสาย อนาคตอาจต้องขุดรูอยู่กับนายสุเทพ รัฐบาลรักษาการไม่มีทางลาออก เพราะต้องอยู่ปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 181 ในรัฐธรรมนูญ นายธาริต ก็เตรียมออกหมายเรียกนายสุรชัย ไปแจง 21 พ.ค.ฐานเข้าข่ายร่วมผู้ก่อกบฏ อย่าบุกเพลินจนติดคุกเสียเอง สิ่งที่นายสุรชัย พยายามจะทำ สังคมประชาธิปไตยเขารับไม่ได้ ตัวเองก็มาสู่ตำแหน่งว่าที่ประธานวุฒิสภาแบบเถื่อนๆ โรดแม็พก็เถื่อน ยังจะหานายกฯเถื่อนอีก แบบนี้ต้องตั้งฉายา 'สุรชัย ทริปเปิ้ลเถื่อน'
 
                         นายอนุสรณ์ กล่าวกรณี นายสมชัย ศรีสุทธิยากร คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง ท้าดีเบต กับนักวิชาการ กลุ่มสมัชชาปกป้องประชาธิปไตย ว่า องค์ประกอบของความพยายามสร้างศัตรูรอบทิศ ของนายสมชัย ยังคงดำรงเป้าหมายอย่างแม่นมั่น สร้างศัตรูเพิ่มรายวัน งานไม่หา หาแต่เรื่อง เป็นคู่ขัดแย้งกับเขาไปทั่ว ทั้งรัฐบาล 53 พรรคการเมืองที่ต้องการลงเลือกตั้ง ทะเลาะกับอดีต กกต.รุ่นพี่ ลามมาถึงสื่อโทรทัศน์ช่อง 11 ตามด้วยสื่อสิ่งพิมพ์ก็ไม่เว้น จนมาลงที่กลุ่มนักวิชาการกลุ่มสมัชชาปกป้องประชาธิปไตย งานในหน้าที่ไม่คืบหน้า เพราะมัวเอาเวลามาจัดการงานนอกสั่ง เชื่อว่าสังคมอยากเห็นการดีเบตครั้งนี้ และอยากให้มีเดิมพัน ให้มีการโหวตจากคนไทยทั้งประเทศ ถ้าสมชัย แพ้ อนุญาตให้ไม่ต้องจัดการเลือกตั้งอีกต่อไป เพราะนายสมชัย ต้องลาออก กล้ารับคำท้านี้หรือไม่ อย่าปิดแผ่นฟ้าด้วยฝ่ามือ ใครๆ ก็รู้ ดูออกกันหมดว่า นายสมชัย ทำทุกวิถีทาง เพื่อยื้อการเลือกตั้งออกไปให้นานที่สุดเท่าที่จะนานได้
 
 
 
ถอดคลิปปราศรัย 'เสรี' ร้องดีเอสไอเอาผิด 'สุรชัย' หนุนกปปส.
 
 
                         ที่บช.ปส. นายเรืองไกร  ลีกิจวัฒนะ คณะทำงานกฎหมายพรรคเพื่อไทย เดินทางเข้ายื่นหลักฐานต่อนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ให้ตรวจสอบนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 กรณีกระทำผิดความผิดอาญา ตามประมมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 (3) และเป็นผู้ร่วมกระทำการหรือสนับสนุนกระทำผิดมาตรา 113
 
                         โดยนายเรืองไกร กล่าวว่า การแถลงการณ์เงื่อนไข 3 ข้อของนายสุรชัย รวมถึงกลุ่ม 40 ส.ว.นั้น เข้าข่ายความผิดกฎหมายอาญา มาตรา 116 (3) หรือไม่ เนื่องจากการแถลงการณ์ที่ระบุให้รัฐบาลต้องมาหา และใช้ข้อบังคับกรณีพิเศษเปิดประชุมวุฒิสภา ทั้งที่อยู่ในสมัยปิดประชุม ซึ่งไม่สามารถประชุมได้ ยกเว้นที่มีราชกฤษฎีกาเปิดประชุม 
 
                         ทั้งนี้ ตนมีหลักฐานเป็นคลิปเสียงนายเสรี วงศ์มณฑา แกนนำกปปส. ปราศรัยที่นครชิคาโก สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นประเด็นที่ให้เห็นว่า กระบวนการเลือกสรรสมาชิกวุฒิสภา 96 เสียงนั้น มีการจัดตั้ง ซึ่งบ่งบอกได้ชัดว่ามีการพูดคุยกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.โดยจากการที่ตนถอดคลิปมาแบบคำต่อคำ นายสุรชัย ใช้สถานะสมาชิกวุฒิสภา กระทำการเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจการปกครองโดยไม่มีกรอบกฎหมายรองรับ ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 และจะเป็นฐานความผิดตามมาตรา 113 ด้วยหรือไม่
 
                         ขณะเดียวกัน นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ได้เข้ายื่นหลักฐานที่เป็นคลิปวิดีโอการปราศรัยของนายเสรี วงศ์มณฑา ที่นครชิคาโกเช่นกัน โดยนายพร้อมพงศ์ ระบุว่า การเคลื่อนไหวของนายสุรชัย ที่มีการประชุมวุฒิสมาชิกนอกรอบ และแถลงการณ์เสนอเงื่อนไข 3 ข้อ ที่จะนำไปสู่การให้มีนายกฯมาตรา 7 นั้น เป็นการกระทำที่ระคายเบื้องพระยุคลบาท ขัดรัฐธรรมนูญ และขัดกฎหมาย มาตรา 113 ซึ่งขณะนี้นายสุรชัย น่าจะเป็นผู้สนับสนุนนายสุเทพ ซึ่งถือว่าเป็นการกระทำที่ต้องดำเนินการเอาผิด ตนจึงมาร้องเรียนดีเอสไอ 
 
 
 
'สิงห์ทอง' เอาอีก ยื่นกกต. ยุบพรรคปชป.
 
 
                         นายสิงห์ทอง บัวชุม สมาชิกพรรคเพื่อไทย เข้ายื่นคำร้องต่อนายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต. ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง ผ่านนายอำนวย น้อยโสภา รอง ผอ.สำนักเลขานุการ กกต. เพื่อยื่นยุบพรรคประชาธิปัตย์พร้อมยื่นคำร้องเพิ่มเติมประกอบการไต่สวน กรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และสมาชิกพรรค เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง รู้เห็นเป็นใจ กับการชุมนุมของ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. และพวก ถือเป็นการกระทำที่ต้องการล้มล้างการปกครองประเทศ ซึ่งไม่เป็นไปตามวิธีทางตามรัฐธรรมนูญ โดยข้อเท็จจริงปรากฏชัดเจนแล้วว่าการกระทำของ กปปส. ส่วนใหญ่มีสมาชิกของพรรคประชาธิปัตย์ เข้าไปมีส่วนร่วมในการปิดล้อมบุกยึดสถานที่ราชการ ข่มขู่ข้าราชการไม่ให้ปฏิบัติหน้าที่ ถือเป็นการกระทำที่มีเจตนาล้มล้างอำนาจของรัฐซึ่งเป็นอำนาจบริหารและนิติบัญญัติ เพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจรัฏฐาธิปัตย์อันนำไปสู่การแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีและสภาประชาชนของตนเองโดยไม่ได้เป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ
 
                         นายสิงห์ทอง กล่าวว่า วันนี้ตนได้นำซีดีบันทึกภาพวิดีโอ ภาพถ่าย ภาพข่าว จากสื่อต่างๆ และการถอดเทปการปราศรัยของ นายอภิสิทธิ์ และอดีตสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ที่มีพฤติการณ์สนับสนุนแนวทางของกลุ่ม กปปส. ตั้งแต่แรก และ กกต. ก็ได้มีการต่างตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาไต่ส่วนข้อเท็จจริงตามคำร้องทั้ง 5 คำร้องที่ตนได้ยื่นยุบพรรคประชาธิปัตย์ที่ผ่านมา โดยได้มีการนัดให้ตนมาให้ข้อมูลข้อเท็จจริงในวันที่ 23 พ.ค.นี้ เวลา 13.30 น.นี้ด้วย
 
                         "ที่ผ่านมาเราพยายามต่อสู้เพื่อความยุติธรรมในระบอบประชาธิปไตยมาโดยตลอดเพราะเป็นว่าทางออกของประเทศที่ดีที่สุดคือการเลือกตั้ง หากทุกฝ่ายยังคงเดินหน้าในหนทางที่ไม่เป็นไปตามครรลองประชาธิปไตย เชื่อว่าอีกไม่นานจะเกิดการจลาจล กลียุค และสงครามกลางเมืองที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ หากมีการจัดตั้งรัฐบาลซ่อนรัฐบาลเกิดขึ้น"
 
 
 
 
'เพื่อไทย' ออกแถลงการณ์จวกขบวนการบิดเบือนกฎหมาย 
 
 
                         เมื่อเวลา 12.00 น. ที่พรรคเพื่อไทย  แกนนำพรรคเพื่อไทย นำโดยนายโภคิน พลกุล คณะทำงานฝ่ายกฎหมาย พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย กรรมการกิจการพรรค และนายอำนวย คลังผา อดีตประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ร่วมกันอ่านแถลงการณ์พรรคเพื่อไทย "บ้านเมืองจะสงบสุขเมื่อยุติการบิดเบือนกฎหมาย" โดยนายโภคิน เป็นตัวแทนอ่านแถลงการณ์ว่า 
 
                         พรรคเพื่อไทย ขอตำหนิ คัดค้าน และต่อต้านบุคคล หรือองค์กรใดก็ตาม ที่บิดเบือนประชาธิปไตยและกฎหมาย เพื่อสนองตอบต่อขบวนการเผด็จการอำนาจนิยมที่จะสถาปนานายกฯ และรัฐบาลนอกรัฐธรรมนูญ ที่มิได้มาจากการเลือกตั้ง กลุ่ม กปปส.ต้องการเป็นรัฏฐาธิปัตย์ ล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ตั้งสภาปฏิรูปของตนเอง วุฒิสมาชิกกลุ่มหนึ่งก็จะอาศัยการเทียบเคียงกฎหมาย เพื่อให้มีรัฐบาลเฉพาะกิจ ที่มีอำนาจเต็มโดยไม่มีกฎหมายใดรองรับ เป็นการคิดเอง เออเอง กรรมการ ป.ป.ช.บางคน ก็อ้างว่าประโยชน์สูงสุดของประชาชน คือ กฎหมายสูงสุด ไม่ใช่รัฐธรรมนูญอีกต่อไป กลุ่มบุคคลเหล่านี้ได้แสดงให้เห็นธาตุแท้ว่า แม้แต่รัฐธรรมนูญเผด็จการ 2550 ที่พวกเขาเขียนขึ้นเองยังไม่เคารพ นั่นคือไม่เคารพแม้แต่ตนเอง มุ่งตอบสนองหนทางที่จะได้ครองอำนาจอย่างอยุติธรรมเพื่อตักตวงผลประโยชน์จากสังคมและพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะชาวรากหญ้าตลอดไป
 
                         นายโภคิน กล่าวอีกว่า สำหรับการปฏิรูปการเลือกตั้งนั้น พรรคเพื่อไทยขอให้ กกต.ที่มีอำนาจและรับผิดชอบการจัดการเลือกตั้งได้เสนอต่อสังคมว่ามีประเด็นอะไรต้องปฏิรูปบ้าง และประเด็นเหล่านั้นเรื่องใดอยู่ในอำนาจของ กกต.ที่จะแก้ไข หรือเพิ่มเติมประกาศระเบียบของกกต. เรื่องใดต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดความชัดเจน และความร่วมมือของทุกภาคส่วน พรรคเพื่อไทยเห็นด้วยกับนักวิชาการบางส่วนที่เสนอว่า การปฏิรูปเรื่องทุจริตคอร์รัปชั่นนั้น ศาล องค์กรอิสระ หรือองค์อื่นตามรัฐธรรมนูญ จะต้องแสดงความโปร่งใสและเป็นแบบอย่างอันดีงามให้แก่สังคมด้วยการเปิดเผยทรัพย์สินต่อสาธารณะเช่นเดียวกับ ส.ส. ส.ว. และรัฐมนตรี และควรนำแบบอย่างของประเทศสหรัฐอเมริกา ยุโรป ออสเตรเลีย มาใช้ด้วย คือ รายได้ทั้งหมดที่ได้รับ เช่น เบี้ยประชุม รถประจำตำแหน่ง ค่าน้ำมัน ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปต่างประเทศ รายได้ที่เป็นสวัสดิการจากรัฐ และรายได้พิเศษอื่นๆ ตลอดจนแบบแสดงการเสียภาษี ควรลงเปิดเผยในเว็บไซต์องค์กรของตน หรือของ ป.ป.ช. เพื่อให้ประชาชนทุกคนสามารถตรวจสอบได้ ถ้าเริ่มต้นเช่นนี้สังคมจะยิ่งตระหนักและเห็นความสำคัญของการแก้ปัญหาดังกล่าว และต่อไปก็จะเกิดความสำนึกในภาคเอกชน ไม่ว่าจะเป็นสถาบันการเงิน บริษัทในตลาดหลักทรัพย์ แม้แต่องค์กรสื่อมวลชน ที่บุคคลระดับสำคัญจะต้องแสดงทรัพย์สินต่อสาธารณะเช่นเดียวกัน
 
                         นายโภคิน กล่าวด้วยว่า พรรคเพื่อไทย ขอประณามและคัดค้านการข่มขู่คุกคามทั้งหลายของ กปปส.และแนวร่วมที่กระทำต่อคณะรัฐมนตรี เจ้าหน้าที่ของรัฐ และประชาชน ตลอดจนการปลุกปั่นยุยงให้ข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจกระทำผิดกฎหมาย เพื่อให้ยอมรับการกระทำที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงการปกครองที่ขัดรัฐธรรมนูญ กฎหมาย หลักการประชาธิปไตย และหลักสิทธิมนุษยชน พรรคเพื่อไทยจะต่อสู้อย่างถึงที่สุดร่วมกับประชาชนเพื่อปกป้องประชาธิปไตย ขอเรียกร้องให้องค์กรตามรัฐธรรมนูญทั้งหลายยุติการบิดเบือนประชาธิปไตยและกฎหมายเพื่อเอื้อประโยชน์ให้ขบวนการเผด็จการ และขอให้ กกต.รีบทำหน้าที่ของตน อย่าพยายามหาข้ออ้างต่างๆ นานาเพื่อไม่จัดการเลือกตั้งหรือเลื่อนการเลือกตั้ง มิเช่นนั้นประชาชนจะเข้าใจได้ว่าพฤติกรรมดังกล่าวเป็นไปเพื่อประโยชน์ของขบวนการเผด็จการ ทั้งนี้ พรรคเพื่อไทยขอคารวะต่อวิญญาณของประชาชนที่เสียชีวิตในช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2553 และขอแสดงความเสียใจต่อผู้ได้รับบาดเจ็บรวมถึงญาติพี่น้องของผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บทุกท่าน พรรคเพื่อไทยจะยืนเคียงข้างกับพวกท่านในการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยและความเป็นธรรมตลอดไป 

 

เตือนขรก.เกษียณร่วมม็อบ ระวังบำเหน็จบำนาญหมดไปกับการขึ้นศาล

 
                         นายชวลิต วิชยสุทธิ์ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ในฐานะข้าราชการบำนาญคนหนึ่งนั้น รู้สึกเป็นห่วงบรรดาข้าราชการทั้งอดีตและปัจจุบัน รวมทั้งพนักงานรัฐวิสาหกิจที่จะร่วมกิจกรรมทางการเมืองกับกปปส.ในการตั้งนายกฯ คนกลาง นอกรัฐธรรมนูญ เพราะในโลกของความเป็นจริงในปัจจุบัน ศาลอาญาซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในพระปรมาภิไธยองค์พระมหากษัตริย์ ได้ออกหมายจับแกนนำ กปปส.หลายคนในข้อหากบฏ ซึ่งเป็นข้อหาร้ายแรง โทษสูงถึงประหารชีวิต หากไปร่วมสนับสนุนก็จะติดร่างแหไปด้วย อย่าลืมว่าอายุความมันยาว เมื่อเป็นคดีความท่านจะต้องขึ้นโรงขึ้นศาลทั้งชีวิตที่เหลืออยู่ เงินทองบำเหน็จบำนาญที่สะสมไว้กินยามแก่เฒ่า ก็จะหมดไปกับการขึ้นโรงขึ้นศาล ไม่นับความทุกข์ทางใจที่จะมีความสุขในบั้นปลายชีวิต แต่กลับต้องมาขึ้นโรงขึ้นศาลยามแก่เฒ่า หรือแม้จะเป็นข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจในปัจจุบันก็ตาม ท่านยังมีบุคคลในครอบครัวที่ต้องดูแล ตนเคารพในความคิดความเชื่อของท่าน แต่ก็ขอให้ท่านมองอีกมุมหนึ่งด้วย หากศาลไม่มีหลักฐานเพียงพอ ก็คงไม่ออกหมายจับแกนนำ กปปส.ในข้อหาร้ายแรงอย่างนั้น ถอยกลับมาอยู่ในแนวทางประชาธิปไตย เป็นแนวทางที่ถูกกฎหมายที่คนส่วนใหญ่ และนานาอารยะประเทศยอมรับ