ข่าว

'วรพงษ์'หัวโต๊ะศอ.รส.ไร้เงาการเมือง

'วรพงษ์'หัวโต๊ะศอ.รส.ไร้เงาการเมือง

19 พ.ค. 2557

ที่ประชุม 'ศอ.รส.' ไร้เงาฝ่ายการเมือง 'วรพงษ์' นั่งหัวโต๊ะแทน ออกแถลงการณ์ฉบับ 9 เตือน สรส.ปฏิบัติตามก.ม. 'กิตติศักดิ์' เข้ามอบตัว ข้อหาร่วม กปปส.กบฏ

 
                         19 พ.ค. 57  เมื่อเวลา 10.50 น.  พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ในฐานะผู้บัญชาการกองกำลัง ศอ.รส. ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม ศอ.รส. โดยตั้งแต่ช่วงเช้า ยังไม่พบว่ามีรัฐมนตรีคนใดเข้ามาทำงานที่ ศอ.รส. อาทิ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ในฐานะ ผอ.ศอ.รส. นายชัยเกษม นิติสิริ รมว.ยุติธรรม ในฐานะที่ปรึกษา ศอ.รส. และนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานที่ปรึกษา ศอ.รส.
 
                         ทั้งนี้ พล.ต.อ.วรพงษ์ กล่าวในที่ประชุมว่า หลังจากเกิดเหตุคนร้ายยิงระเบิด M79 ใส่ผู้ชุมนุม กปปส.บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 15 พ.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงมีการปรับแผนป้องกันเหตุ เพิ่มจุดตรวจ รวมถึงเพิ่มกำลังตำรวจจากตำรวจภูธรอีก 4 กองร้อย ทำให้ช่วง 3 คืนที่ผ่านมา สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ อย่างไรก็ตาม หากฝ่ายทหารจะปรับเพิ่มกำลังอย่างไรขอให้บอก ซึ่งฝ่ายตำรวจพร้อมที่จะให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ โดยมีความพร้อมที่จะเรียกตำรวจภูธรมาได้อีกหลายกองร้อย
 
 
 
ออกแถลงการณ์ฉบับ 9 เตือนรัฐวิสาหกิจ ปฏิบัติตามกฎหมาย
 
 
                         เมื่อเวลา 12.00 น.  น.ส.สิริมา สุนาวิน คณะทำงานศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) อ่านแถลงการณ์ฉบับที่ 9 เรื่อง ขอความร่วมมือสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) ว่า เป็นที่แน่ชัดแล้วว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ กับแกนนำ กปปส.ได้ร่วมกันกระทำความผิดต่างๆ อย่างต่อเนื่อง กระทั่งพนักงานอัยการได้มีคำสั่งฟ้องนายสุเทพ กับพวก 51 คน ในข้อหาอุกฉกรรจ์ที่สำคัญ ได้แก่ ร่วมกันเป็นกบฏ ร่วมกันขัดขวางการเลือกตั้ง ร่วมกันเป็นอั้งยี่หรือซ่องโจร และข้อหาอื่นๆ รวมทั้งหมด 9 ข้อหา โดยเฉพาะนายสุเทพ และนายชุมพล จุลใส ซึ่งถูกสั่งฟ้องในข้อหาร่วมกันก่อการร้ายเพิ่มเติมอีก 1 ข้อหา และศาลได้ออกหมายจับแกนนำ กปปส. ในข้อหาดังกล่าวแล้วจำนวน 38 คน ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการจับกุมแกนนำดังกล่าวอย่างเคร่งครัด แต่นายสุเทพ กับพวกก็มิได้ยุติการกระทำความผิด ยังคงดำเนินการเพื่อให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง
 
                         น.ส.สิริมา กล่าวต่อว่า โดยเมื่อวันที่ 19 พ.ค.ที่ผ่านมา ก็ได้ออกแถลงการณ์ร่วมกับสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) โดยนายคมสัน ทองสิริ ซึ่งเป็นผู้ต้องหาในคดีร่วมกันกบฏ และข้อหาอื่น ซึ่งพนักงานอัยการได้สั่งฟ้อง และศาลได้ออกหมายจับไว้ เพื่อร่วมกันปฏิบัติการ โดยสหภาพแรงงานได้ขอให้สมาชิกสหภาพแรงงานทั่วประเทศนัดหยุดงาน พร้อมทั้งติดป้ายสนับสนุนให้มีรัฐบาลใหม่ตามที่ กปปส.เรียกร้อง รวมถึงการแสดงสัญลักษณ์การประท้วงต่างๆ ซึ่งกลุ่มสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจต่างๆ เหล่านี้ ล้วนแต่เป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ และสังคม โดยกลุ่มสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจแต่ละกลุ่มต่างก็มีบทบาทสำคัญในการรักษาผลประโยชน์ของแต่ละรัฐวิสาหกิจ  โดยมีกฎหมายว่าด้วยแรงงานสัมพันธ์ และกฎหมายว่าด้วยแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ เป็นหลักในการดำเนินการ ซึ่งกฎหมายดังกล่าวก็กำหนดข้อพึงปฏิบัติหลายประการ แต่ที่สำคัญคือ ข้อห้ามในการนัดหยุดงาน ทั้งนี้ก็เพื่อมิให้การดำเนินการของรัฐวิสาหกิจหยุดชะงักเสียหาย
 
                         ดังนั้น การที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ออกแถลงการณ์ร่วมกับ สรส.ดังกล่าว จึงน่าเชื่อว่าเกิดจากการยุยง ปลุกปั่นของนายสุเทพ และแกนนำ กปปส.ซึ่งเป็นผู้ต้องหาที่กระทำผิดกฎหมาย โดยสรส.มีความเป็นอิสระในการใช้วิจารณญาณตัดสินใจ ที่จะกระทำการหรือไม่กระทำการตามคำยุยงปลุกปั่นของนายสุเทพ อีกทั้งปัจจุบันกลุ่มสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจหลายกลุ่มก็ยังคงมีพนักงานรัฐวิสาหกิจที่มุ่งมั่นทุ่มเทตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ตามภารกิจของตนอย่างเต็มกำลังความสามารถ ภายใต้สถานการณ์ที่ถูกกดดันอย่างไม่ย่อท้อ เพื่อประโยชน์ของบ้านเมือง และประโยชน์สุขของประชาชนเป็นส่วนรวม
 
                         น.ส.สิริมา กล่าวว่า ศอ.รส.ขอแสดงความชื่นชม ให้กำลังใจ และขอขอบคุณพนักงานรัฐวิสาหกิจรวมถึงเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานอื่นๆ ของรัฐ ที่ยังคงตั้งใจปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ และขอความร่วมมือกลุ่มสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจต่างๆ พึงระลึกถึงข้อปฏิบัติของการดำรงตนให้เป็นไปตามบทบัญญัติของกฎหมาย ละเว้นไม่กระทำการฝ่าฝืนข้อห้ามตามกฎหมายดังกล่าว โดยเฉพาะการหยุดงาน ซึ่งจะก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่พี่น้องประชาชนโดยรวมเป็นอย่างมาก รวมถึงไม่กระทำการอันใดที่เข้าข่ายเป็นความผิดต่อกฎหมาย เพราะนอกจากจะต้องถูกดำเนินคดีความผิดทางอาญาแล้ว ยังจะก่อให้เกิดผลเสียต่อตัวเองและครอบครัว อีกทั้งยังจะส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงเกียรติยศวงศ์ตระกูลอีกด้วย ทั้งนี้ ศอ.รส.จะได้เชิญผู้บริหารของรัฐวิสาหกิจทุกแห่งมาร่วมประชุมกับผู้บริหารของ ศอ.รส. ในวันพุธที่ 21 พ.ค.นี้ เวลา 14.00 น. เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อม และซักซ้อมความเข้าใจต่อเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้น โดยเฉพาะ ศอ.รส.จะได้ทำหนังสือถึงผู้บัญชาการทหารสูงสุด เพื่อขอหารือ และขอความอนุเคราะห์จัดเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารเข้าร่วมแก้ไขสถานการณ์ หากเกิดเหตุร้ายถึงขั้นมีการตัดน้ำ ตัดไฟ ในพื้นที่รับผิดชอบของ ศอ.รส.ด้วย   
 
                         ขณะที่ พ.ต.ท.หญิง อัญชุลี ธีระวงศ์ไพศาล กล่าวว่า นอกจากนี้ที่ประชุม ศอ.รส.ได้มอบหมายให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ไปจัดทำแผนรับมือหากเกิดกรณีการตัดน้ำ ตัดไฟ เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติแก่ประชาชน โดยในวันพรุ่งนี้ (19 พ.ค.) ศอ.รส.จะนำเสนอให้ทราบต่อไป
 
 
 
 
'กิตติศักดิ์ ปรกติ' เข้ามอบตัว ศอ.รส.ข้อหาร่วม กปปส.กบฏ
 
 
                         พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในฐานะคณะทำงาน ศอ.รส. กล่าวว่า ในวันนี้ (19 พ.ค.) เวลา 12.00 น. นายกิตติศักดิ์ ปรกติ อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แนวร่วมกปปส. ซึ่งถูกหมายจับในข้อหาร่วมกันเป็นกบฏ ได้เดินทางมามอบตัวตัวกับพนักงานสอบสวน กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ที่ ศอ.รส. เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา จากนั้นทางเจ้าหน้าที่พนักงานสอบสวนจะนำตัวไปฝากขังที่ศาล โดยขึ้นอยู่กับศาลว่าจะให้ประกันตัวหรือไม่ 
 
                         ด้านนายกิตติศักดิ์ เปิดเผยว่า ตนได้ประสานพนักงานสอบสวนเพื่อขอเข้ามอบตัว พร้อมปฏิเสธ และไม่เห็นด้วยกับข้อกล่าวหา เพราะเห็นว่า การเข้าร่วมชุมนุมเป็นการใช้สิทธิ์เพื่อแสดงความคิดเห็น และใช้ตำแหน่งของตนเองในยื่นขอประกันตัว ซึ่งพนักงานสอบสวนได้นัดนำตัวส่งอัยการเพื่อส่งฟ้องศาลในวันที่ 27 มิ.ย.