
พายุฤดูร้อนพัดแรงกุฏิถล่มทับพระมรณภาพ
พายุฤดูร้อนถล่มอุบลราชธานีอย่างรุนแรง กุฏิเก่าแก่วัดบ้านนาแก้วพังครืนทับหลวงปู่วัย 72 ปี มรณภาพ บ้านเรือนเสียหายเป็นจำนวนมาก
เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม นายคันฉัตร ตันเสถียร รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ลงตรวจพื้นที่บ้านนาแก้ว หมู่ 1, 2, 3 ต.บ้านกอก อ.เขื่องใน จ.อุบลราชธานี ซึ่งประสบภัยพายุหมุน ทำให้ศาลากุฏิพระวัดนาแก้วปราสาท ต.บ้านกอก อ.เขื่องใน พังถล่มลงมาทับพระหวาน อายุ 72 ปี พระลูกวัดขาหัก 2 ข้าง มรณภาพ และยังมีพระลูกวัดอีก 1 รูปได้รับบาดเจ็บ รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลเขื่องใน นอกจากนี้แรงลมยังทำให้บ้านเรือนประชาชนเสียหายอีก 30 หลังคาเรือน จึงสั่งการให้เทศบาลตำบลบ้านกอกร่วมกับอำเภอเขื่องใน สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดอุบลราชธานีเข้าช่วยเหลือเบื้องต้น และเร่งสำรวจความเสียหายเพื่อช่วยเหลือชาวบ้านต่อไป
ส่วนที่ จ.นครราชสีมา นายวงเทพ เขมวิรัตน์ นายกอำเภอชุมพวง พร้อมด้วย นางนารดา อึ้งสวัสดิ์ นายกเทศมนตรีตำบล (ทต.) ชุมพวง ลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายจากเหตุวาตภัย โดยตั้งศูนย์บรรเทาทุกข์ที่บริเวณหน้าสำนักงาน ทต.ชุมพวง เพื่อช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ พร้อมเป็นจุดเปิดรับบริจาคจากผู้ที่มีจิตศรัทธา
นายวงเทพ กล่าวว่า เมื่อช่วงเย็นวันที่ 17 พฤษภาคม ที่ผ่านมา เกิดพายุฤดูร้อนเคลื่อนผ่านพื้นที่ ต.ชุมพวง นานกว่า 3 ชั่วโมง ทำให้บ้านเรือนราษฎรรวม 354 หลังคาเรือน ได้รับความเสียหาย อยู่ในเขต ทต.ชุมพวง 300 หลัง เขตรอบนอก 54 หลัง เสาไฟฟ้าหัก 20 ต้น รวมทั้งต้นไม้ขนาดใหญ่ล้มขวางถนน ส่งผลให้ไฟฟ้าดับนานหลายชั่วโมง จากการตรวจสอบสภาพความเสียหายเบื้องต้นพบชาวบ้านได้รับผลกระทบร่วม 1,000 คน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อกลางดึกที่ผ่านมาเกิดพายุฝนตกกระหน่ำใน อ.ประทาย จ.นครราชสีมา ส่งผลให้ป้ายขนาดใหญ่ และเสาไฟฟ้า ถูกลมพัดหักโค่นพังเสียหายจำนวนมาก โดยบริเวณถนนหมายเลข 207 สาย อ.ประทาย-อ.โนนแดง ลมพายุพัดเสาไฟฟ้าล้มกว่า 10 ต้น ทำให้ไฟฟ้าดับทั้งอำเภอนานกว่า 5 ชั่วโมง
นอกจากนี้ยังทำให้ป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ น้ำหนักกว่า 2,000 กก. ของศูนย์จำหน่าย บริษัทคูโบต้า อนันตภัณฑ์นครราชสีมา จำกัด สาขาประทาย พังถล่มลงมาทับตัวอาคาร แต่ไม่มีผู้ใดได้รับอันตราย
ทั้งนี้ ทางหน่วยงานเทศบาลตำบลประทาย และหน่วยงานอำเภอประทาย ได้สำรวจบริเวณที่ได้รับเสียหายเบื้องต้นแล้ว เพื่อจะดำเนินการช่วยเหลือ พร้อมทำรายงานแจ้งความเสียหายแก่ทางจังหวัดต่อไป
ส่วนที่ จ.ชัยภูมิ เกิดเหตุพายุฤดูร้อนพัดหมุนรุนแรงถล่มซ้ำหนักใน 3 หมู่บ้าน ในพื้นที่ อ.หนองบัวระเหว นานนับชั่วโมง ตั้งแต่ช่วงค่ำวันที่ 17 พฤษภาคม ทำให้มีบ้านเรือนราษฎรได้รับความเสียหายมากกว่า 50 หลังคาเรือน และมีต้นไม้ขนาดใหญ่โค่นล้มทับสายไฟฟ้า ส่งผลให้ไฟฟ้าดับเกือบทั้งอำเภอตลอดทั้งคืนถึงช่วงสายวันที่ 18 พฤษภาคม นอกจากนี้ยังมีต้นไม้ใหญ่ล้มขวางถนนและบ้านเรือนของชาวบ้านเสียหายอีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งอยู่ระหว่างเร่งสำรวจความเสียหายเพิ่มเติม เพื่อให้ความช่วยเหลือจากทางอำเภอเป็นการด่วนแล้ว
นางลำไย เสาวภาค อยู่บ้านเลขที่ 111 หมู่ 6 บ้านหนองบัวระเหว ต.หนองบัวระเหว อ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ หนึ่งในผู้ได้รับความเสียหายหนักที่สุดครั้งนี้ กล่าวว่า ไม่เคยเห็นเหตุการณ์ความรุนแรงของพายุฝนฤดูร้อนลักษณะนี้มาก่อน โดยมีฝนตกลงมาเล็กน้อยและก็มีลมหมุนขนาดใหญ่พัดรุนแรงนานกว่า 30 นาที ส่งผลให้บ้านเกิดพังเสียหายเฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์ไฟฟ้าพังเสียหายไปทั้งหมด หลังคาบ้านถูกลมหอบหายไปเกือบทั้งหมด รวมทั้งสิ่งของอื่นๆ ที่อยู่ในบ้านก็ถูกพายุพัดเสียหายไปด้วย
หลังเกิดเหตุ ส.ต.ท.อนุรัฐ อุดมสิรินวกุล ปลัดเทศบาลตำบลหนองบัวระเหว ปฏิบัติหน้าที่นายกเทศมนตรีตำบลหนองบัวระเหว พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กองช่างเทศบาลตำบลหนองบัวระเหว ต้องเร่งระดมเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เข้าตัดต้นไม้ที่ล้มขวางถนนภายในเทศบาลเพื่อให้กลับมาใช้การได้เหมือนเดิม พร้อมกับเร่งแก้ไขเรื่องไฟฟ้าให้ชาวบ้านได้ใช้ในเวลาโดยเร็วต่อไป และเร่งสำรวจความเสียหายของชาวบ้านอย่างละเอียดเพิ่มเติม เพื่อจะให้ช่วยเหลือเป็นการด่วนต่อไป ซึ่งเบื้องต้นความเสียหายทั้งหมดไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท



