ข่าว

'สุเทพ'เล็งขอ'เติ้ง'สั่งรมต.ชาติไทยฯลาออก

'สุเทพ'เล็งขอ'เติ้ง'สั่งรมต.ชาติไทยฯลาออก

18 พ.ค. 2557

'สุรชัย'เผย'นิวัฒน์ธำรง'ตอบรับคุยจันทร์นี้ อุบสถานที่ผวาม็อบบุก 'สุเทพ' ดีเดย์บุกไล่ล่ารมต. เล็งขอ 'บรรหาร' สั่งรมต.ชาติไทยฯลาออก

              18พ.ค.2557นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานวุฒิสภา ปฏิบัติหน้าที่ประธานวุฒิสภา เปิดเผยว่าได้โทรศัพท์พูดคุยนัดหมายกับนายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี เป็นการส่วนตัวแล้ว ซึ่งนายนิวัฒน์ธำรงได้ตอบรับการหารือเพื่อหาทางออกวิกฤตการเมือง ในวันจันทร์ที่ 19 พฤษภาคมนี้ เชื่อว่าจะไม่มีการเลื่อนการนัดหมายอีก แต่ไม่ขอเปิดเผยเวลาและสถานที่ที่จะใช้ในการหารือ เพราะทางรัฐบาลได้ขอร้องไว้เพื่อไม่ให้เกิดกรณีกลุ่มผู้ชุมนุมบุกไปกดดัน หรือปิดล้อมเหมือนครั้งที่ผ่านมาอีก ทั้งนี้ ทางรัฐบาล และวุฒิสภาจะส่งตัวแทนเข้าหารือ จากนั้นจะมีการแถลงผลการหารือร่วมกันอย่างเป็นทางการต่อสื่อมวลชน

              อย่างไรก็ตาม ได้มีการแจ้งนัดประชุมนอกรอบกับ ส.ว.ในวันที่ 19 พฤษภาคมนี้ เวลา 13.30 น. ณ ห้อง 306-308 ชั้น 3 อาคารรัฐสภา 2 เพื่อสรุปประเด็นการแก้ไขปัญหาทางการเมือง หลังจากได้ข้อสรุปจากการหารือกับนายนิวัฒน์ธำรงด้วย


"สุเทพ"ดีเดย์บุกไล่ล่ารมต.จันทร์นี้

              เมื่อเวลา 10.00 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ได้หารือร่วมกับตัวแทนสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) ประกอบด้วยตัวแทนจากการรถไฟแห่งประเทศไทย, การประปานครหลวง, การประปาส่วนภูมิภาค, การไฟฟ้านครหลวง, การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค, การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย, การบินไทย, ธนาคารอาคารสงเคราะห์, การท่าเรือแห่งประเทศไทย, บริษัท ขนส่ง จำกัด, บริษัท ทีโอที, บริษัท กสท, องค์การสวนยาง, สหภาพฯโรงงานยาสูบ, ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร, องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพฯ, กลุ่มสหภาพข้าราชการ และบุคคลากรที่ทำงานภาครัฐ

              ต่อมาเวลา 14.20 น.นายสุเทพ พร้อมด้วยแกนนำ กปปส. ได้ประชุมร่วมกับอดีตข้าราชการระดับสูง อาทิ นายกษิต ภิรมย์ อดีตเอกอัครราชทูตและอดีต รมว.ต่างประเทศ  และกล่าวว่า กปปส.จำเป็นต้องเริ่มต้นเรียกคืนอำนาจกลับมาเป็นของประชาชน เพื่อตั้งรัฐบาลประชาชน สภานิติบัญญัติ เพื่อให้ประเทศปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ซึ่งจนถึงขณะนี้สภาผู้แทนราษฎรไม่มีแล้ว เหลือเพียงรัฐมนตรีทั้ง 24 คนที่ยังยึดอำนาจอยู่ ดังนั้น กปปส.จึงเห็นว่า ถึงเวลาแล้วที่จะต้องปฏิบัติการยึดอำนาจคืนประชาชน ที่ผ่านมาคิดว่าฝ่ายต่างๆ จะมีอำนาจช่วยคลี่คลายปัญหาได้ แต่ไม่เป็นผล เพราะสุดท้ายวุฒิสภายังไม่สามารถดำเนินการให้มีนายกรัฐมนตรีที่มีอำนาจเต็มในการบริหารประเทศได้ เราจึงตัดสินใจเดินหน้า เรามีทางเลือกจำกัด ต้องปฏิบัติด้วยตัวเอง


เล็งขอ"เติ้ง"สั่งรมต.ชาติไทยฯลาออก

              "สิ่งที่อยากขอจากผู้อาวุโสทั้งหลาย คือ กลุ่มข้าราชการ เพราะไม่สามารถทำได้เต็มที่ เหมือนท่านผู้อาวุโสทั้งหลาย คือ มวลมหาประชาชน พยายามจะหาทางเข้าให้ถึงตัวรัฐมนตรีที่ยังมีอยู่ ขอให้เขาลาออก โดยจะเดินทางไปหาเขาที่ทำงาน ไปถึงที่บ้านหรือแอบไปทำงานอยู่ที่ไหน จะใช้วิธีที่นุ่มนวลที่สุด ตรงนี้ขอยืนยันกับท่านผู้อาวุโสว่า เรายึดหลักสันติ ไม่มีอาวุธ ไม่ใช้ความรุนแรง จะใช้พลังของประชาชนจริงๆ จะทำให้ถึงที่สุด คิดว่าจะทำ 3 วันติดต่อกัน บางกลุ่มคงหาทางไปพูดกับผู้ใหญ่ของเขา เช่น พรรคชาติไทยพัฒนา จะไปพูดกับคุณบรรหาร ศิลปอาชา ว่าขอให้รัฐมนตรีของท่านลาออกได้หรือไม่ ขณะเดียวกันวันที่ 19-21 พฤษภาคม จะเดินขบวนใหญ่เพื่อให้ประชาชนที่คิดเห็นเหมือนกันมาแสดงพลังครั้งสุดท้าย และให้รัฐวิสาหกิจทั้งหลาย ร่วมมือปฏิบัติการด้วย โดยเขาได้ออกแถลงการณ์การของเขาแล้วว่าจะทำอย่างไรบ้างเพื่อต่อต้านอำนาจระบอบทักษิณ โดยจะหยุดงานตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคมเป็นต้นไป " นายสุเทพกล่าว

              นายสุเทพบอกอีกว่า ในวันจันทร์ที่ 19 พฤษภาคม สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ จะปฏิบัติการขั้นสูงสุดตามความสามารถ ให้เกิดผล ที่จะหนีบพลังของประชาชน แต่จะไม่ให้ประชาชนเดือดร้อน เช่น การจะไม่ไปตัดน้ำ ตัดไฟในพื้นที่ กทม.ส่วนในวันที่ 22 พ.ค. จะเชิญข้าราชการมาหารือ เพื่อให้เป็นข้าราชการของประชาชนจริงๆ


มท.1ห้าม ขรก.รายงานตัวกปปส.

              ด้านนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีนายสุเทพ ประกาศไล่ล่า ครม.ที่เหลืออยู่ และนำใบลาออกไปให้เซ็น ว่า ตนมองว่าเป็นเรื่องโจ๊ก ไร้สาระโดยสิ้นเชิง ที่นายสุเทพจะมาไล่ล่าคนอื่น มีแต่นายสุเทพจะถูกไล่ล่า ซึ่งครม.ที่เหลืออยู่นั้นชอบด้วยกฎหมาย แต่ กปปส.เป็นองค์กรเถื่อนไม่อยู่บนพื้นฐานของกฎหมาย

              วันเดียวกันนี้ สำนักข่าวไทยระบุว่า นายจารุพงศ์ ได้มีหนังสือสั่งการถึงนายวิบูลย์ สงวนพงศ์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย, รองปลัดกระทรวงมหาดไทย, อธิบดีกรม ผู้ว่าราชการจังหวัด และผู้บริหารรัฐวิสาหกิจสังกัดกระทรวงมหาดไทย ห้ามมิให้เดินทางไปรายงานตัวกับผู้ชุมนุมทางการเมือง


นปช.ตั้งเงินรางวัลนำจับสุเทพ 5 ล้าน

              ขณะเดียวกันที่เวทีการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ถนนอักษะ จ.นครปฐม นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช.ปราศรัยตอนหนึ่งว่า ขณะนี้มีผู้หวังดีมอบเงิน 5 ล้านบาท เพื่อเป็นกองทุนตั้งต้น สำหรับรางวัลในการนำจับผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีกบฎที่ศาลอนุมัติ อาทิ นายสุเทพ และแกนนำ กปปส.ซึ่งผู้หวังดีคนดังกล่าวไม่ประสงค์จะเปิดเผยตัว เนื่องจากห่วงเรื่องความปลอดภัย เพราะขนาดแค่ประชาชนไปย้ายกรวย ยังถูกทำร้ายบาดเจ็บสาหัส ทั้งนี้ ตนถือเป็นเป้าหมายหนึ่ง ที่จะถูกไล่ล่าบังคับให้เซ็นใบลาออกจากรัฐมนตรี เรื่องนี้ถือเป็นการคุกคาม ข่มขู่สิทธิเสรีภาพ จึงอยากเรียกร้องให้ ศอ.รส. ยื่นเรื่องต่อศาลโดยเร็ว ในเรื่องของการถอนประกันในคดีกบฏ และเชื่อว่าหาก กปปส.ดำเนินการอย่างที่พูดจริงจะเกิดความวุ่นวายแน่นอน เพราะทีมรักษาความปลอดภัยของรัฐมนตรีแต่ละคน คงไม่ปล่อยให้รัฐมนตรีถูกจับตัวอย่างแน่นอน


"ตู่" ขู่ยกระดับ-เชื่อเปิดทางปฎิวัติ

              ขณะที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. แถลงถึงท่าทีการชุมนุมของกลุ่ม นปช. ว่า นปช.ยังคงปักหลักชุมนุมอยู่ที่ถนนอักษะ เพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ประกาศจะต่อสู้จนถึงวันที่ 26 พฤาภาคม และหากไม่สำเร็จจะมอบตัวในวันที่ 27 พฤษภาคมนั้น เราเป็นห่วงว่าจะมีการสร้างสถานการณ์ให้เกิดความวุ่นวาย เพื่อสร้างความชอบธรรมให้ทหารและกองทัพบอกว่าไม่มีทางเลือก ดังนั้น นปช.จึงเตรียมความพร้อมเคลื่อนออกจากถนนอักษะ เพื่อยกระดับการต่อสู้ในทันทีหากสถานการณ์เลวร้าย ทั้งนี้ การประกาศล่าตัวรัฐมนตรี 12 คนให้เขียนใบลาออกในลักษณะการบังคับ เพราะนายสุเทพ รู้ว่าชุดรักษาความปลอดภัย ต้องปกป้องรัฐมนตรีจึงมีโอกาสปะทะสูง ตนจึงเรียกร้อง ศอ.รส. ให้ใช้มาตราการขั้นสูงสุด ติดตามจับกุม ผู้ต้องหาที่ศาลอนุมัติหมายจับข้อหากบฎ

              “ผมห่วงการสร้างสถานการณ์จนเป็นเหตุให้มีการออกมายึดอำนาจ จะเห็นได้ว่าการประชุมร่วมกับรัฐวิสาหกิจที่เป็น กปปส. อาจจะมีการตัดน้ำตัดไฟ ตัดระบบสาธารณูปโภค ยึดพื้นที่การสื่อสาร แม้ว่านายสุเทพจะพูดว่าไม่ดำเนินการในเรื่องดังกล่าว แต่เชื่อว่าคำพูดของนายสุเทพจะเป็นตรงกันข้าม ซึ่งจะทำให้เกิดความรุนแรง และเกิดความโกลาหล จนทหารออกมายึดอำนาจ” นายจตุพร กล่าว

 

ซัดสรส.นัดหยุดงานทำประชาชนเดือดร้อน

            เมื่อเวลา 18.00น. นายจตุพร กล่าวว่า ขอฝากไปยังรัฐวิสาหกิจทุกแห่ง รัฐวิสาหกิจทุกแห่งตั้งขึ้นมาเพื่อเป็นสมบัติของประชาชนมีหน้าที่รับใช้ประชาชน และบริการประชาชน ไม่ใช่ไปรับใช้กบฏอย่างนายสุเทพ และใครก็ตามที่ร่วมสมคบคิด การอ้างว่าการหยุดงานตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค.จะไม่สร้างความเดือนร้อนให้ประชาชน ตนไม่เชื่อและถ้าประชาชนเดือดร้อนสรส.ต้องเดือนร้อนมากเป็นทวีคูณ


“วิชา” หนุนตั้งนายกฯเพื่อการปฏิรูปปท.

              นายวิชา มหาคุณ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ 2550 (ส.ส.ร.) ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์บ้านเมืองในขณะนี้ว่า ในฐานะคนไทยคนหนึ่ง ตนก็มีความเป็นห่วงเหมือนกับคนไทยทุกๆ คน เพราะยืดเยื้อมายาวนาน และถ้ายืดเยื้อต่อไปคงไม่ดี เพราะการบริหารราชการแผ่นดิน ไม่ใช่ทำแบบเล่นขายของ ต้องรับผิดชอบประชาชนที่มากกว่าการทำงานในระดับปกติ สำหรับทางออกของประเทศในขณะนี้ วุฒิสภาก็กำลังพยายามช่วยกันทำอยู่ คงต้องรอฟังว่าจะทำอะไรกันอย่างไร

              ผู้สื่อข่าวถามว่าการเสนอให้มีนายกรัฐมนตรีคนกลางทำได้หรือไม่ นายวิชา กล่าวว่า “อย่าให้ผมพูดเลย เดี๋ยวจะหาว่าผมเข้าไปสนับสนุน แล้วจะหาว่าผมเป็นกบฏไปอีกคนหนึ่ง เอาเป็นว่าในทางการเมืองแล้ว กฎหมายไม่มีทางตัน มีทางออกเสมอ ซึ่งภาษิตทางกฎหมายมีอยู่ว่าประโยชน์สูงสุดของประชาชน คือกฎหมายสูงสุด นี่คือหัวใจกฎหมายมหาชน ดังนั้นสิ่งที่เป็นประโยชน์สูงสุดของประชาชนคือกฎหมายสูงสุดที่ไม่มีทางตัน”

              เมื่อถามว่าถึงเวลาที่ประเทศไทยจะต้องมีนายกรัฐมนตรีเฉพาะกิจหรือไม่ นายวิชา กล่าวว่า “อย่าเรียกว่านายกฯ เฉพาะกิจเลย แต่เรียกว่านายกฯเพื่อการปฏิรูปประเทศจะดีกว่า เพราะถ้าเรียกนายกฯเฉพาะกิจ ผู้คนอีกบางส่วนก็อาจจะเรียกว่านายกฯชั่วคราว อย่างนั้นคงไม่ค่อยดี”

              ผู้สื่อข่าวถามว่านายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานวุฒิสภา ปฏิบัติหน้าที่ประธานวุฒิสภา สามารถเป็นผู้นำชื่อนายกฯ ขึ้นทูลเกล้าฯ ได้หรือไม่ นายวิชา กล่าวว่า "อย่าพูดว่าสามารถหรือไม่สามารถเลย การแสวงหาทางออกจะต้องเตรียมทางที่ไม่ตันเอาไว้ ซึ่งส.ว.รับหน้าที่ไปแล้ว เราคงไม่ต้องไปจ้ำจี้จ้ำไช ถึงแม้ว่าจะมีการตีความสถานภาพของนายสุรชัยอยู่ก็ทำกันไป เพราะประเทศไทยเป็นประเทศที่ชอบตีความอยู่แล้ว"


ยันไม่มีการเมืองแทรกคดีจำนำข้าว

              นายวิชา สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการเรื่อง “ยุทธศาสตร์การบูรณาการด้านการประชาสัมพันธ์ และการสื่อสารองค์กรในระดับจังหวัด” ถึงความคืบหน้ากรณีการไต่สวนคดีอาญา กรณีน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ละเลยเพิกเฉยไม่ระงับการดำเนินโครงการจำนำข้าวว่า การรวบรวมข้อมูลในขณะนี้เหลือเพียงบางส่วนที่กำลังขาดอยู่ เนื่องจากคดีอาญานั้นจะต้องไต่สวนอย่างรอบคอบ มีพยานหลักฐานที่ชัดเจนเพียงพอ เพื่อส่งให้อัยการพิจาณาว่าจะฟ้องร้องหรือไม่ เพราะคดีอาญาจะต้องมีเรื่องของเจตนาทุจริต เจตนาละเว้น เจตนาที่จะไม่กระทำการใดๆ ในทางอาญา ซึ่งต้องมีพยานหลักฐานชัดเจนทาง ป.ป.ช. ได้หาข้อเท็จจริงจากพยานหลักฐานที่ถูกอ้างอิงมา

              ผู้สื่อข่าวถามว่าคาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 2 เดือนตามที่เคยระบุหรือไม่ นายวิชา กล่าวว่า เป็นการวางเป้าหมายในการทำงานเอาไว้ แต่จะแล้วเสร็จหรือไม่เป็นเรื่องของอนาคต ที่ป.ป.ช.จะต้องทำงานไปตามเป้าหมาย ส่วนกรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ขอให้ไต่สวนพยานเพิ่มเติม 6 ปาก ประกอบด้วยระดับอธิบดี รองอธิบดีนั้น คณะกรรมการป.ป.ช.ยังไม่ได้มีมติในเรื่องนี้ คาดว่าจะนำเข้าสู่วาระการประชุมของคณะกรรมการ ป.ป.ช.ในสัปดาห์หน้า

              นายวิชา กล่าวว่า ป.ป.ช.ยืนยันว่าในการวินิจฉัยคดี ป.ป.ช.ไม่เคยเอาการเมืองมาเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะในการไต่สวนหรือในการชี้มูลความผิด จะตัดเรื่องการเมืองออกไป ไม่เคยดูว่าคนนั้นเป็นใคร คนนี้เป็นใคร เพราะถ้ามัวคอยมาดูว่าคนนี้เป็นนายกฯ คนนั้นเป็นรัฐมนตรีก็คงไม่ต้องทำงานกันพอดี แต่ไม่ว่าจะเป็นใครก็ต้องที่ดำรงตำแหน่งนั้นๆ คนนั้นผิดหรือถูก