ข่าว

ตราหมีแชมป์สเปนโค่นบาร์ซ่าแฟนฉลองนับหมื่น

ตราหมีแชมป์สเปนโค่นบาร์ซ่าแฟนฉลองนับหมื่น

18 พ.ค. 2557

"ตราหมี" แอตเลติโก มาดริด คว้าแชมป์ลาลีกาฤดูกาลนี้ไปครองหลังจากบุกเสมอ "เจ้าบุญทุ่ม" บาร์เซโลนา ที่คัมป์ นู 1-1 กุนซืออาร์เจนไตน์เผยเป็นรางวัลจากการทำงานหนัก

            ศึกลาลีกานัดตัดสินแชมป์เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม "เจ้าบุญทุ่ม" บาร์เซโลนา แชมป์เก่าเปิดสนามคัมป์ นู รับการมาเยือนของ "ตราหมี" แอต.มาดริด โดยเกมนี้เจ้าถิ่นต้องชนะสถานเดียวเพื่อเป็นแชมป์ ขณะที่ทีมเยือนขอเพียงแค่เสมอ

            เกมทำท่าว่าจะเข้าทาง บาร์เซโลนา เมื่อได้ประตูออกนำก่อนจาก อเลกซิส ซานเชซ นาทีที่ 33 แต่ครึ่งหลังกลับมาเล่นได้ 4 นาที แอต.มาดริด ตีเสมอได้เมื่อ ดิเอโก โกดิน โหม่งลูกเตะมุมเข้าไปเป็น 1-1 และสุดท้ายแบ่งแต้มกันไป ส่งผลให้ แอตเลติโก มาดริด แข่ง 38 นัด มี 90 แต้ม ขึ้นเป็นแชมป์ลาลีกา สมัย 10 แต่เป็นครั้งแรกในรอบ 18 ปีทันที หลังจากหนสุดท้ายที่ได้แชมป์คือ ฤดูกาล 1995-1996 รวมทั้งเป็นทีมแรกในรอบ 10 ปีที่ไม่ใช่ รีล มาดริด และบาร์เซโลนา ที่ได้แชมป์ลาลีกา

            หลังจบการแข่งขันได้ไม่นาน "ตาตา" เคราร์โด มาร์ติโน กุนซือชาวอาร์เจนไตน์ของบาร์เซโลนา ได้ประกาศแยกทางกับทีมแม้ว่าจะเพิ่งคุมทีมแค่ฤดูกาลเดียว และไม่สามารถป้องกันแชมป์ลาลีกาได้ รวมทั้งยังไม่มีถ้วยแชมป์รายการหลักๆ ติดมือแม้แต่ถ้วยเดียว

            "ผมอยากประกาศว่าผมได้บรรลุข้อตกลงกับสโมสรที่จะไม่เป็นโค้ชของบาร์เซโลนาแล้ว ผมยินดีด้วยกับ แอตเลติโก มาดริด เราเจอกับพวกเขามา 6 นัดในซูเปอร์ คัพ, แชมเปี้ยนส์ลีก และในวันนี้ พวกเขาเป็นคู่ต่อสู้ชั้นยอดมาตลอดฤดูกาล ผมอยากขอบคุณทุกคนที่สโมสรที่เชื่อมั่นในตัวผม ผมขอโทษที่เราไม่บรรลุเป้าหมายอย่างที่สโมสรเคยเป็น เราพยายามจนกระทั่งช่วงท้าย แต่สุดท้ายแล้วคู่ต่อสู้ทำได้ดีกว่าพวกเรา มันเป็นเกียรติที่ได้ทำทีมบาร์ซา ผมชื่นชมสโมสรนี้มานาน สิ่งดีๆ และช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมจะกลับมาที่สโมสรแน่นอน" มาร์ติโนกล่าว

            สำหรับเทรนเนอร์คนใหม่ของบาร์เซโลนานั้นคาดกันว่าจะเป็น หลุยส์ เอ็นริเก อดีตกองกลางของทีม หลังจากที่เพิ่งประกาศลาออกจากตำแหน่งเทรนเนอร์เมื่อจบฤดูกาลนี้ไปเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ส่วน โฆเซป มาเรีย บาร์โตเมว ประธานสโมสรยืนยันว่า สโมสรกำลังเตรียมการสำหรับโครงการใหม่ๆ ในการสร้างทีมกลับมาประสบความสำเร็จอีกครั้ง
   
            ด้าน ดิเอโก ซิเมโอเน เทรนเนอร์ของแอต.มาดริด บอกว่า ความสำเร็จในครั้งนี้เป็นเพราะการทำงานอย่างหนักของทุกคนในทีม และการคว้าแชมป์ครั้งนี้ก็เป็นวันอันยิ่งใหญ่อีกวันในประวัติศาสตร์ของสโมสร

            "ไม่มีอะไรมาแทนที่การทำงานหนักได้ ทีมเข้าใจสิ่งนี้ และได้ทำมัน วันนี้เป็นวันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอีกวันในประวัติศาสตร์ของแอตเลติโก มาดริด ผมอยากขอบคุณ มิเกล กิล ประธานบริหารที่เชื่อมั่นในตัวพวกเรา เอ็นริเก เซเรโซ ประธานสโมสร และหลุยส์ อราโกเนส ผู้ล่วงลับ ที่เหนืออื่นใด ผมอยากขอบคุณแฟนบอลที่เชื่อมั่นและอยากให้เราสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่ขึ้นที่นี่" ซิเมโอเนกล่าว

            ส่วนบรรยากาศการฉลองแชมป์ของแฟนบอล แอต.มาดริด นั้นมีแฟนบอลร่วมหมื่นคนออกมาฉลองแชมป์ย่านใจกลางเมืองมาดริด โดยได้มีการตะโกนกันว่า "แอตเลติ แอตเลติ" รวมทั้งมีการจุดพลุไฟ และบีบแตรรถกันเสียงดัง

            ขณะที่ "ราชันชุดขาว" รีล มาดริด ชนะ เอสปันญอล 3-1 ที่สนามซานติอาโก เบอร์นาบิว ของตัวเอง โดย มาดริด ออกนำก่อน 2 ประตูจาก แกเรธ เบล นาที 64 และ อัลบาโร โมราตา นาที 86 ส่วนทีมเยือนมาตีไข่แตกจาก ปิซซี นาที 90 ทว่าชุดขาว ก็มาบวกประตูเพิ่มได้อีกจาก โมราตา ที่ทำประตูที่ 2 ให้ตัวเอง แต่เป็นประตูที่ 3 ของมาดริด นาที 90 (+1) จากชัยชนะเกมนี้ ส่งผลให้ รีล มาดริด แข่ง 38 นัด มี 87 แต้ม เท่ากับ บาร์เซโลนา ทีมอันดับ 2 ทว่ามาดริด ต้องจบฤดูกาลแข่งขัน 2013-2014 ด้วยอันดับ 3 เนื่องจากกฎเฮดทูเฮด

            ผลอีกคู่ในวันเดียวกัน บาเลนเซีย ชนะ เซลตา บีโก 2-1 สรุปอันดับคะแนน แอต.มาดริด 90 แต้ม, บาร์เซโลนา กับ รีล มาดริด 87 แต้ม, แอธ.บิลเบา 69 แต้ม และ เซบีญา 60 แต้ม

 

บาเยิร์นคว้าแชมป์ถ้วยที่4

            ขณะที่"เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค คว้าแชมป์ถ้วยที่ 4 ในฤดูกาลนี้ หลังจากเอาชนะ "เสือเหลือง" ดอร์ทมุนด์ 2-0 ในศึกเดเอฟเบ โพคาล นัดชิงชนะเลิศที่เบอร์ลินเมื่อวันที่ 17 พ.ค. โดยเกมคู่นี้ต้องเล่นกันถึงช่วงต่อเวลาหลังจากที่เสมอกัน 0-0 ใน 90 นาที และในช่วงต่อเวลาครึ่งหลัง บาเยิร์น มาได้ 2 ประตูจาก อาร์เยน ร็อบเบน นาทีที่ 107 กับ โธมัส มุลเลอร์ นาทีที่ 120 ทำให้ เป๊ป กวาร์ดิโอลา นำทีมคว้าแชมป์เป็นรายการที่ 4 นับตั้งแต่คุมทีมมาในฤดูกาลนี้
 
            นับได้ว่า บาเยิร์น ได้ถ้วยเดเอฟเบ สมัยที่ 17 มากที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลเมืองเบียร์ และเป็นแชมป์ 2 สมัยติดต่อกันอีกด้วย อีกทั้งยังเป็นดับเบิลแชมป์บุนเดสลีกา กับเดเอฟเบ โพคาล 2 สมัยติดต่อกัน เนื่องจากก่อนหน้านี้ บาเยิร์น เพิ่งได้ถาดแชมป์ "ดอยช์ไมส์เตอร์" สมัย 24 ไปก่อนแล้ว