
'ชัยเกษม'ชี้'สุเทพ'ประกาศล่าครม.เป็นความพยายามครั้งสุดท้าย
18 พ.ค. 2557
"ชัยเกษม" ชี้ "สุเทพ" ประกาศล่าครม.เป็นความพยายามครั้งสุดท้าย ย้ำ ครม.ลาออกไม่ได้ เชื่อจบในวันที่ 26 พ.ค.จริง "จารุพงศ์" อัดไร้สาระสวน"สุเทพ"มีแต่จะถูกไล่ล่า
วันที่ 18 พ.ค.57 นายชัยเกษม นิติสิริ รมว.ยุติธรรม ในฐานะที่ปรึกษา ศอ.รส. กล่าวว่า กรณีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ประกาศไล่ล่าครม.ที่เหลืออยู่ และนำไปลาออกไปให้เซ็น ภายในวันที่ 19-21พ.ค. นั้นมองว่า เป็นความพยายามที่จะเคลื่อนไหวให้ครบวงจรเพื่อให้เกิดสุญญากาศทางการเมืองของ กปปส. ซึ่งไม่เกิดประโยชน์ เป็นการประกาศเพื่อเอาใจมวลชน โดยตนเชื่อว่าการประกาศเช่นนี้เป็นความพยายามครั้งสุดท้ายการชุมนุมของกปปส.จะจบในวันที่ 26 พ.ค.ได้อย่างที่ประกาศไว้ เพราะได้ประกาศเคลื่อนไหวครั้งสุดท้ายมาหลายครั้งแล้ว และยืนยันว่าครม.นั้นลาออกไม่ได้ เพราะรัฐธรรมนูญบังคับให้อยู่ต่อ
นายชัยเกษม กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตามหากผู้ชุมนุม กปปส.จะมาหาตนรวมถึงครม.คนอื่นๆ นั้น ถ้ามาดีๆ ก็มาพูดคุยกันได้ แต่ต้องไม่ใช่การใช้กำลังบังคับขู่เข็ญ เพราะไม่เช่นนั้นก็มีสิทธ์ที่จะคุ้มครองตัวเอง ทั้งนี้หากครม.ที่ถูกประกาศไล่ล่ารู้สึกกังวลในความปลอดภัยทาง ศอ.รส.เองก็จะส่งเจ้าหน้าที่ไปดูแล ซึ่งเดิมทีก็มีการจัดกำลังดูแลบุคคลที่ตกเป็นเป้าหมายของกลุ่ม กปปส.อยู่แล้ว ส่วนการบังคับใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง ในขณะนี้นั้นเชื่อว่าจะควบคุมสถานการณ์ได้ หากการชุมนุมใหญ่อีกครั้งของ กปปส.ในช่วงสัปดาห์หน้าไม่รุนแรงก็ไม่มีอะไรน่าห่วง ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีการพูดถึงการยกระดับบังคับใช้กฎหมายเป็นพ.ร.ก.ฉุกเฉินแต่อย่างใด นอกจากนี้ตนเชื่อว่าในช่วงสัปดาห์หน้าจะมีแกนนำ กปปส.ที่ถูกหมายจับเข้ามอบตัวกับทาง ศอ.รส.เพิ่มขึ้นด้วย
"จารุพงศ์" อัด "กปปส." ประกาศไล่ล่า "ครม." ไร้สาระ สวน "สุเทพ" มีแต่จะถูกไล่ล่า
นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ประกาศไล่ล่าครม.ที่เหลืออยู่ และนำไปลาออกไปให้เซ็น ภายในวันที่ 19-21พ.ค. ว่า ตนมองว่าเป็นเรื่องโจ๊ก ไร้สาระโดยสิ้นเชิง ที่นายสุเทพจะมาไล่ล่าคนอื่น มีแต่นายสุเทพ จะถูกไล่ล่า ซึ่งครม.ที่เหลืออยู่นั้นชอบด้วยกฎหมาย แต่กปปส.เป็นองค์กรเถื่อนไม่อยู่บนพื้นฐานของกฎหมาย
โฆษกพท.” ไม่เชื่อ ชุมนุม กปปส. จบจริง 26 พ.ค.นี้
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงข่าวกรณีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส. ประกาศจะไล่ล่า 12 รัฐมนตรีระหว่างวันที่ 19 - 20 พ.ค.ซึ่งพร้อมชุมนุมครั้งสุดท้ายให้จบวันที่ 26 พ.ค.นี้ . ว่า รัฐมนตรี 12 คนที่นายสุเทพ ประกาศนั้นเป็นรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ซึ่งทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทยมองว่านายสุเทพ โดนข้อหากบฏแต่ยังประกาศยุยงให้ประชาชนจับตัวรัฐมนตรี บังคับให้เซ็นใบลาออกนั้น ถือเป็นการทำผิดฐานกบฏซ้ำซาก และการบังคับรัฐมนตรีให้เซ็นใบลาออกไม่ควรเกิดขึ้นในประเทศไทย การกระทำของนายสุเทพเป็นพฤติกรรมที่ไม่เกรงกลัวกฎหมายบ้านเมือง ตนไม่อยากให้เด็กและเยาวชนเอาเป็นเยี่ยงอย่าง อย่างไรก็ดีเชื่อว่าการเคลื่อนไหวในวันที่ 19 - 26 พ.ค.นั้นจะไม่สำเร็จ และที่นายสุเทพบอกว่าวันที่ 27 พ.ค.หากไม่ชนะ จะมอบตัว เพราะสร้างความเสียหายให้ประเทศมามากแล้ว นายสุเทพก็สารภาพเอง ขณะที่ตนเชื่อว่าเมื่อถึงวันที่ 27 พ.ค. นายสุเทพก็ยังจะไม่มอบตัว และท้าเลยว่ายังไม่เลิกชุมนุม เพราะที่ผ่านมานายสุเทพประกาศจะชุมนุมครั้งสุดท้ายมาหลายครั้ง หากรวมวันที่ 26 พ.ค.นี้ก็เป็น 12 ครั้ง
นายพร้อมพงศ์ กล่าวอีกว่า ตนเชื่อว่าแนวทางการปฏิรูปของนายสุเทพนั้นไม่สูญเปล่า ถ้านายสุเทพหยุดจับประเทศเป็นตัวประกัน แล้วให้ประชาชนคนไทยกำหนดอนาคตตัวเองด้วยการเลือกตั้ง ตนอยากให้นายสุเทพ และพวกเลิกชุมนุมจริงๆ วันนี้ทราบมาว่าภาคเอกชนที่เคยสนับสนุนและเป็นท่อน้ำเลี้ยงให้ กปปส.วันนี้ก็เลิกหนุนแล้ว เพราะรับไม่ได้กับการ์ด กปปส.ที่ทำร้ายประชาชน นายสุเทพจึงต้องรีบชิงประกาศเอาวันที่ 19 - 26 พ.ค. เป็นวันปล้นอำนาจรัฐ ตนอยากให้นายสุเทพเห็นแก่อนาคตของประเทศชาติ หยุดได้แล้ว ส่วนการประชุมรัฐวิสาหกิจที่อาจมีการตัดน้ำ-ไฟ กระทรวง สถานที่ราชการ และบ้านรัฐมนตรี ในวันที่ 20-21พ.ค. ของนายสุเทพนั้น หากมีการทำจริงก็เป็นสิ่งที่สมควรประณาม เพราะคนที่เดือดร้อนจากการตัดน้ำ-ไฟ คือหน่วยงานของรัฐ เช่น ศูนย์ราชการ ศอ.รส. ซึ่งจะกระทบต่อประชาชน และส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นเมื่อชาวต่างชาติจะติดต่องาน
โฆษกพรรคเพื่อไทย ยังกล่าวถึงกรณีนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ว่าที่ประธานวุฒิสภา ประชุมวุฒิสภานอกรอบกับองค์กรต่างๆ โดยมีแถลงการณ์ 3 ข้อของวุฒิสภาและพยายามนัดหารือกับรัฐบาลในวันที่ 19 พ.ค.นี้ ว่า ฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย ไม่เห็นด้วยกับการกระทำดังกล่าว เนื่องจากเป็นการประชุมที่ไม่มีพระราชกฤษฎีการองรับ ขัดกฎหมายและรัฐธรรมนูญ อีกทั้งไม่ได้เป็นการประชุมวุฒิสภาทั้งหมด แต่เป็นการหารือกับส.ว.บางส่วนเท่านั้น วันนี้คนไทยตาสว่างแล้ว เห็นได้จากคลิปการปราศรัยของนายเสรี วงศ์มณฑา แกนนำ กปปส.ที่ชิคาโก ระบุว่านายสุรชัย เป็นพวกเดียวกับกปปส. หากคลิปที่ออกมาเป็นจริงนายสุรชัย จะหมดความชอบธรรม ไม่เป็นกลาง ไม่ต้องรอการโปรดเกล้าฯ ควรลาออกจากการเป็นส.ว.ในทันที ขณะที่ในส่วนของพรรคเพื่อไทย ก็จะไม่ส่งตัวแทนไปหารือกับนายสุรชัย เพราะพรรคมองว่านายสุรชัยหมดความสง่างามแล้ว
โดยตนจะไปร้องต่ออธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ในวันที่ 19 พ.ค.นี้ เวลา 10.00 น. เพื่อให้ดีเอสไอ พิสูจน์ว่านายสุรชัย น่าจะเป็นผู้สนับสนุนและมีส่วนร่วมกับกปปส. และหากเป็นเรื่องจริงนายสุรชัยจะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 113 ข้อหาสนับสนุนกบฎ
นายพร้อมพงศ์ ยังกล่าวถึงกระแสข่าว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ใช้เงินซื้อ ส.ว.35 คนๆละ 200 ล้านบาท และกรณีนายพีระศักดิ์ พอจิต ส.ว.อุตรดิตถ์ ว่าที่รองประธานวุฒิสภา ระบุว่ามี ส.ว.พบ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่สิงคโปร์ด้วยว่า ไม่มีใครไปพบ พ.ต.ท.ทักษิณที่สิงคโปร์ และไม่มีใครสามารถซื้อส.ว.ได้ เพราะ ส.ว.มีวุฒิภาวะ ถ้าหากซื้อส.ว.จริง นายสุรชัยคงไม่ถูกเลือกเป็นว่าที่ประธานวุฒิสภาในตอนนี้ ดังนั้นอย่ากล่าวหาลอยๆ หวังผลทางการเมือง อย่างไรก็ดีจะพิจารณายื่นเรื่องต่อดีเอสไอเอาผิดกลุ่ม 40 ส.ว. และนายพีระศักดิ์ ที่จะเรียกประชุมส.ว.สายเลือกตั้ง ต่อไป



