
'องอาจ'ปูด5แผนรัฐยื้ออำนาจ
17 พ.ค. 2557
'องอาจ' ปูด5แผนรัฐยื้ออำนาจ ด้าน 'ชวนนท์' บี้ 'นิวัฒน์ธำรง' หารือ 'วุฒิฯ' จวก 'ธาริต' ลักไก่ใช้อำนาจเกินขอบเขต เข้าข่ายคุกคามปชช. เตือนขรก.อย่าตกเป็นเครื่องมือ
17 พ.ค.57 นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขอให้กำลังใจส.ว.ที่พยายามช่วยหาทางออกให้กับประเทศ แต่การดำเนินการของส.ว.ต้องยืนอยู่บนหลัก 3 ข้อ คือ
1.ต้องกล้าหาญ อดทน โดยต้องคำนึงถึงรัฐธรรมนูญมาตรา 122 ที่บัญญัติว่าส.ว.เป็นผู้แทนปวงชนชาวไทยไม่อยู่ในอาณัติของใคร
2.การหาทางออกต้องอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ
3. ต้องคำนึงถึงเสียงข้างมากที่กลุ่มส.ว.เดินสายรับฟังความเห็นจากคณะบุคคลและองค์กรต่าง ๆ โดยนำผลการหารือมาสรุป โดยยึดประโยชน์ส่วนรวมของประเทศเป็นหลัก แต่สถานการณ์ขณะนี้รัฐบาลยังไม่คำนึงถึงการเดินหน้าหาทางออก กลับใช้ยุทธศาสตร์เพื่อรักษาอำนาจตัวเองไว้ใน 5 ประการ คือ
1. เดินหน้าเลือกตั้งก่อนการปฏิรูปเพื่อกลับมายึดอำนาจรัฐต่อ
2. ใช้มวลชนคนเสื้อแดงเคลื่อนไหวกดดันฝ่ายตรงข้ามทุกรูปแบบ
3. ใช้มวลชนสนับสนุนรัฐบาลสายฮาร์ดคอออกมาคุกคามประกาศว่าจะใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบหากมีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ เกิดขึ้น
4. ใช้กลไกของรัฐจัดการข้าราชการระดับกลาง ที่ไม่ยอมสยบให้กับอำนาจรัฐ
5. ใช้ข้าราชการระดับสูงที่ได้ดีจากระบอบทักษิณ ไล่บี้นักธุรกิจ เอกชนที่สนับสนุนฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล แต่ยุทธศาสตร์นี้คงไม่สามารถยับยั้งการเปลี่ยนแปลงบ้านเมืองได้
'ชวนนท์' หนุน 'วุฒิฯ' บี้ 'นิวัฒน์ธำรง' ร่วมถก
นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีวุฒิสภาเสนอแถลงการณ์ 3 ข้อในการหาทางออกประเทศว่า แม้ว่าจะไม่เป็นที่ถูกใจของทุกฝ่ายและมวลมหาประชาชน เพราะส.ว.ไม่สามารถดำเนินการให้สุดซอย โดยไม่สามารถเสนอชื่อนายกฯหรือทูลเกล้าฯชื่อนายกฯคนใหม่ได้ แต่พรรคประชาธิปัตย์ขอให้กำลังใจกลุ่มส.ว. ที่เห็นตรงกันว่า เราจำเป็นต้องปฏิรูป โดยต้องมีรัฐบาลที่มีอำนาจเต็มเข้ามาบริหารประเทศ แต่แผนการปฏิรูปประเทศไม่สามารถเดินหน้าได้ เนื่องจากรัฐบาลรักษาการ และนายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกฯและรมว.พาณิชน์ ปฏิบัติหน้าที่นายกฯ ไม่ยอมเข้าหารือกับวุฒิสภา โดยอ้างว่า ติดภารกิจดูแลปัญหาแผ่นดินไหวทางภาคเหนือ ทั้งที่เกิดเหตุเป็นสัปดาห์แล้ว แต่พอมีเรื่องสำคัญในกทม.นายนิวัฒน์ธำรง กลับเอาเรื่องนี้มาอ้าง จึงขอเรียกร้องให้นายนิวัฒน์ธำรงเสียสละเข้าหารือกับวุฒิสภา โดยไม่ต้องรอให้ถึงวันที่ 19 พ.ค. เพราะการเสนอชื่อนายกฯไม่ได้เสนอตามมาตรา 7 แต่ทำตามรัฐธรรมนูญมาตรา 180 ซึ่งจะสามารถดำเนินการได้ เมื่อนายนิวัฒน์ธำรงให้ความร่วมมือ ถ้าได้รัฐบาลใหม่ก็จะแก้ปัญหาประชาชนได้ทุกเรื่องโดยเฉพาะความเดือดร้อน ปากท้องค่าครองชีพ สินค้าเกษตรตกต่ำ เงินค้างหนี้ชาวนา วิกฤตภัยแล้งกว่า 47 จังหวัดใน 2 หมื่นอำเภอ
'ชวนนท์' จวก 'ธาริต' ลักไก่ใช้อำนาจเกินขอบเขต
นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) บุกจับกุมตัวนักวิชาการที่ร่วมเวที กปปส.ที่ถูกออกหมายจับ ว่า พรรคเห็นว่ามีความไม่ชอบมาพากลเพราะดีเอสไอ ส่งเรื่องให้อัยการคดีพิเศษระบุเหตุว่า เห็นควรสั่งฟ้องเหมือนเป็นการลักไก่ ขอให้ศาลออกหมายจับบุคคลทั้ง 31 คน รวมถึงแกนนำ กปปส.ใช่หรือไม่ เนื่องจากนายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง นักวิชาการ ได้เข้ามอบตัวและถูกส่งตัวไปสอบสวนที่ดีเอสไอ ก่อนจะส่งตัวรายงานที่ศาล แต่ศาลกลับระบุว่า ไม่ได้เป็นการออกหมายจับ เป็นเพียงคำสั่งให้เข้ารายงานตัวต่ออัยการเท่านั้น โดยทางอัยการได้ยืนยันว่า ยังไม่มีคำสั่งฟ้องศาลแต่อย่างใดเป็นเพียงความเห็นเบื้องต้นเท่านั้น และอยู่ระหว่างการเตรียมเอกสารเช่นเดียวกับนายสมบัติ ธำรงธัญญวงศ์ จึงเป็นการรวบรัดขั้นตอนเพื่อขอหมายจับ ตนจึงขอตั้งข้อสังเกตว่า เหตุใดนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ จึงเร่งรีบผิดปกติ ที่จะรวบรัดทำข้ามกระบวนการกฎหมาย ส่อใช้อำนาจเกินขอบเขต ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือไม่ อีกทั้งยังมีการคัดค้านการประกันตัว ทั้งที่เป็นนักวิชาการที่ให้ความรู้ประชาชนบนเวทีชุมนุมตามสิทธิ ดังนั้นนายธาริตต้องรับผิดชอบ อาจเข้าข่ายกระทำผิดประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ซึ่งคนไทยทุกคนสามารถดำเนินคดีเอาผิดกับนายธาริตได้
นายชวนนท์ กล่าวต่อว่า ขอเตือนเจ้าหน้าที่ที่ทำงานร่วมกับนายธาริตว่า นายธาริตมีพฤติกรรมส่อทำงานสนองการเมือง เลือกข้างโดยชัดเจน ตนเชื่อว่ายังมีข้าราชการที่เป็นมืออาชีพอยู่ก็ขออย่าตกเป็นเครื่องมือ ที่สำคัญยังมีพฤติกรรมใช้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดอาวุธ 2 กองร้อยบุกจับกุมนายสาธิต เซกัล แกนนำกปปส.เหมือนบุกจับผู้ก่อการร้ายข้ามชาติ ถือเป็นการกระทำเกินกว่าเหตุ เข้าข่ายข่มขู่คุกคามประชาชน ขอเรียกร้องให้ผู้รับผิดชอบเรื่องนี้ออกมาชี้แจงเหตุผลด้วย เพราะสิ่งเหล่านี้สะท้อนว่าเมื่อรัฐบาลเพลี่ยงพล้ำก็จะใช้อำนาจกดดันประชาชนจะยิ่งเป็นการสร้างรอยร้าวมากขึ้น รัฐบาลกำลังคิดสั้น พรรคเห็นว่าไม่ว่าจะเป็นคำสั่งของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ หรือเป็นคำสั่งของใคร ก็ขอยืนยันว่าไม่มีใครใช้อำนาจปราบปรามประชาชนได้ตลอด สุดท้ายคนที่ใช้อำนาจจะพ่ายแพ้ไปทุกครั้ง ใน 2 วันนี้ นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกฯและรมว.พาณิชย์ ปฏิบัติหน้าที่นายกฯ ควรกลับตัวได้แล้ว อย่าเดินไปทางที่ผิด แต่ควรเดินหน้าออกไปสู่ประตูที่ประชาชนจะไม่เสียชีวิต ไม่มีการฉีกรัฐธรรมนูญ และมีทางออกให้กับประเทศที่แท้จริง
'จุฤทธิ์' เย้ย 'แม้ว' เขียนเสือ แต่วัวไม่กลัว
นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขณะนี้คนแดนไกลหรือเสือลำบากกำลังเขียนแผน เสือให้วัวกลัว เดินหน้าสกัดฝ่ายเห็นต่างเต็มที่โดย 1.ส่งเสือกระดาษที่ขาดรุ่งริ่งหัวกระดาษก็ไม่มี เสือกระดาษนี้จึงพยายามรักษาอำนาจโดยพยายามจัดการฝ่ายเห็นต่างรัฐบาล ที่ตั้งหรือยัดข้อหา รวมทั้งคุกคาม ข่มขู่ ล่าสุดใช้วิธีการบุกจับกุม สร้างภาพข่มขู่ให้มวลชนฝ่ายเห็นต่างหวาดกลัวแต่ เกมนี้ใช้ขู่มวลชนไม่ได้ 2.ส่งเสือลอบกัด ที่ใช้อาวุธสงครามทั้งเอ็ม16 เอ็ม79 เป็นใบเบิกทางทำงาน เพื่อเบิกเงินโดยการก่อเหตุรายวันทำงานยามวิกาล ซึ่งช่วงหลังมีการนำเสือต่างประเทศเข้ามาร่วมทำงานกับเสือที่ฝึกฝนนอกแบบมาเป็นพิเศษ เสือกลุ่มนี้เริ่มกลายร่างเป็นสุนัขลอบกัดแทน ทำร้ายไม่เว้นทั้งเด็ก สตรีหรือคนที่ไม่รู้เรื่องใช้สิทธิมาชุมนุมตามกฎหมาย มีคนบาดเจ็บล้มตายรวมแล้วนับพันคน แต่เสือกระดาษกลับจับไม่ได้แม้แต่รายเดียว 3.ส่งทีมเสือข้างถนน ที่ใช้มวลชนมาชุมนุม แต่มีไม่มากเพราะปี 53 เคยพามวลชนไปตาย แต่กลับมาร่วมออกกฎหมายนิรโทษกรรมล้างผิดให้กับคนที่ฆ่ามวลชนของตัวเอง แถมฉ้อโกงหัวคิวมวลชนจึงไม่มากเหมือนเดิม โดยเสือลอบกัดไม่เคยทำร้ายเสือข้างถนน จึงสรุปได้ว่า เสือทั้งสามกลุ่มเป็นพวกเดียวกัน วันนี้ยุทธศาสตร์เขียนเสือให้วัวกลัว จึงไม่ได้ผล เพราะเมื่อวัวออกมาเป็นล้านๆตัว เสือทั้งสามกลุ่มนี้จะไม่มีแผ่นดินอยู่ ยิ่งทำให้เสือลำบากแดนไกลไม่สามารถกลับเข้าประเทศนี้



