
'พท.'ปัด'แม้ว'ทุ่ม7พันล.ซื้อส.ว.
17 พ.ค. 2557
พท.เย้ย 'สุเทพ' ถูก 'สุรชัย' ต้ม! เหตุไม่ยอมเป็นบันไดให้เหยียบลง หวั่นแนวทางสุดท้ายใช้ความรุนแรง ปัด 'ทักษิณ' ทุ่ม 7 พันล้านซื้อส.ว. ติง กกต.ยื้อลต.ระวังติดคุก
17 พ.ค.57 เมื่อเวลา 10.00 น. ที่พรรคเพื่อไทย นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงถึงกรณีที่ นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ว่าที่ประธานวุฒิสภา แถลงท่าทีของวุฒิสภา 3 ข้อต่อทางออกประเทศว่า ระหว่างนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. กับนายสุรชัยนั้น ไม่รู้ใครต้มใคร ทั้ง ๆ ที่นายสุเทพข่มขู่ คุกคาม ย่ำยีสารพัดที่จะกดดันให้นายสุรชัยหานายกฯ คนกลางมาให้ได้ สุดท้ายเจอเหลี่ยมนายสุรชัยจนนายสุเทพอาจจะอยากเปลี่ยนนามสกุลให้ใหม่เป็น สุรชัยเลี้ยงไข้เรื่อยไป
ทั้งนี้ เป็นเคราะห์กรรมที่นายสุเทพไปต้มคนอื่นเขาเรื่อยมาและอาจมาจากการที่นายสุรชัยรู้ตั้งแต่ต้นว่าตัวเองขยับอะไรไม่ได้ แม้แต่ตำแหน่งประธานวุฒิสภานายสุรชัยก็ได้มาไม่ถูกต้อง ขัดรัฐธรรมนูญ เปิดประชุมนอกรอบก็เป็นประชุมเถื่อน ขนาดเจ้าหน้าที่สภายังไม่เปิดน้ำเปิดไฟให้ใช้ เพราะเขารู้ โรดแม็ปก็โรดแม็ปเถื่อน ไม่ต่างจากโรดมาร์คของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คือ เดินเข้าว่า ไม่สนผลของการเดิน
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าระยะยาวกระบวนการประชาธิปไตยและการเลือกตั้งจะต้องเกิดขึ้น แต่ประชาชนก็ไม่อาจวางใจ อะไรก็เกิดขึ้นได้ สถานการณ์ออกได้ทุกหน้า นายสุเทพเหมือนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ถูกแท็กซี่ทิ้งบนโทลล์เวย์ จะเดินต่อก็ไปไม่ได้ จะลงก็ไม่มีบันได เพราะบันไดยี่ห้อสุรชัยชักกลับเสียแล้ว แนวทางสุดท้ายของสงครามครั้งสุดท้ายคือ การใช้ความรุนแรงเท่านั้น
นายอนุสรณ์ กล่าวอีกว่า ข้อต่อสู้ของฝ่ายปล้นอำนาจรัฐเหลือเพียงข้อเดียวคือ ประเทศเกิดสุญญากาศไม่ได้ บ้านเมืองไร้รัฐบาลไม่ได้ ซึ่งคนพวกนี้พูดแต่ผล ไม่ดูเหตุว่า ที่บ้านเมืองมาถึงวันนี้เพราะใคร ฝ่ายไหนกันแน่ที่วางงานทำกันมา ตั้งใจล็อคตายประเทศถึง 3 ชั้นคือ 1.พรรคประชาธิปัตย์และกปปส.สมคบคิดสร้างสูญญากาศ ฝ่ายหนึ่งบอยคอตการเลือกตั้งแบบแฮททริคเพื่อให้ม็อบก่อจลาจลล้มการเลือกตั้งจนการเลือกตั้งเป็นโมฆะ 2.เขียนรัฐธรรมนูญปี 50 จำกัดบทบาทครม.รักษาการ ให้ขับเคลื่อนนโยบายไม่ได้ ย้ายข้าราชการก็ยังไม่ได้ และ3.สร้างสุญญากาศโดยไม่ให้มีการเลือกตั้งและตัดสินใจแทนประชาชนโดยชั้นชั้นนำ ไม่เป็นประชาธิปไตย กลายเป็นคณาธิปไตย
นายอนุสรณ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่นายสุเทพ ระบุว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี สั่งซื้อส.ว. 35 คน โดยจ่ายรายละ 200 ล้านบาท รวมเป็นจำนวนเงิน 7,000 ล้านบาทด้วยว่า นี่อาจเป็นเหตุผลสำคัญที่นายสุเทพเผชิญกับความยากลำบากอย่างหนักในขณะนี้ เพราะดูหมิ่นประชาชน ดูหมิ่นส.ว. ทั้งนี้ ส.ว.ไม่ใช่สินค้าที่จะสั่งซื้อทางโทรศัพท์ได้ ก้าวไม่ข้ามพ.ต.ท.ทักษิณ ถือแบบประชาธิปัตย์สไตล์ คิดว่าจะพูดอะไรประชาชนก็เชื่อหมด อย่างไรก็ตาม พ.ต.ท.ทักษิณมีทรัพย์สิน 70,000 ล้านบาท ถูกยึดไป 46,000 ล้านบาท เหลือ 30,000 ล้านบาท แต่กลับจะนำเงิน 7,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นเกือบ 25 % ของเงินที่เหลืออยู่ไปซื้อตัว ส.ว. แค่คิดก็เป็นไปไม่ได้ นายสุเทพคิดแบบนี้ถึงทำฟาร์มกุ้งเจ๊ง ทำโคออปเจ๊ง ส.ว.กลุ่มนี้จะไปเสียเงินซื้อเพื่ออะไร
'พท.' ติง 'กกต.' ยื้อเลือกตั้งระวังติดคุก
นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงถึงกรณีที่กกต.โวยสื่อมวลชนว่า เสนอข่าวว่ากกต.ยื้อเลือกตั้ง ทั้ง ๆ ที่ปัญหาเกิดจากรัฐบาลรักษาการว่า บ่อยครั้งที่กกต.กินยาผิดซอง ทำตัวเป็นคู่ขัดแย้งเสียเอง ทั้ง ๆ ที่ตัวเองเป็นกรรมการ โวยวาย ต่อว่าทุกฝ่าย ไม่เว้นแม้กระทั่งสื่อ ถือเป็นการจัดงานนอกสั่งที่ไม่สร้างสรรค์ บ่มเพาะศัตรูรอบด้าน หวานเฉพาะกับกปปส.และพรรคประชาธิปัตย์ นอกนั้นถือเป็นศัตรู ประชาชนมีวิจารณญาณตัดสินใจเองได้ว่าใครยื้อ ใครต้องการเลือกตั้ง อย่ามัวไปโทษรัฐบาลรักษาการ เพราะเขาต้องเร่งรีบให้มีการเลือกตั้งอยู่แล้วเพื่อที่จะได้ส่งมอบงานต่อให้รัฐบาลชุดต่อไป กกต.ยื้อแบบนี้ประชาชนดูอยู่ และก็มีการแจ้งความกับกกต.ในหลายพื้นที่ ดังนั้น หากยังไม่จัดการเลือกตั้งอย่างมุ่งมั่น ตั้งใจ อนาคตอาจติดคุกติดตะรางได้
พท.หวั่น 7 วันอันตราย เตือนปชช.อย่าตกเป็นเหยื่อ
นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงถึงสถานการณ์การเมืองไทยนับตั้งแต่วันนี้ไปอีก 7 วัน ว่า สถานการณ์ความรุนแรงจากนี้สามารถเกิดขึ้นได้ทุกขณะ ถือเป็น 7 วันอันตราย ทั้งอันตรายจากความพยายามที่จะสร้างสถานการณ์ของคู่ขัดแย้ง หรือจากมือที่ 3 เท้าที่ 4 ยั่วยุในหลากหลายรูปแบบ ตัวอย่างความรุนแรงที่น่ากลัวคือการยิง M79 ลงกลางอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย สี่แยกคอกวัว ขณะที่ผู้ชุมนุมหลับ ก่อนจะรัวปืนถล่มซ้ำจนมีผู้บาดเจ็บเสียชีวิต ซึ่งถูกมองว่า ผู้วางแผนลงมือน่าจะต้องการสร้างสถานการณ์ความรุนแรงจนนำไปสู่การเรียกทหารออกมาปฏิวัติ แต่ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับรัฐบาลหรือคนเสื้อแดง เพราะจะกลายเป็นผู้เสียโอกาสทันทีหากมีการปฏิวัติรัฐประหาร เพราะมวลชนฝ่ายประชาธิปไตยเขาต่อต้านสิ่งนั้น ผู้ที่น่าสงสัยที่สุดคือผู้ที่ได้ประโยชน์จากสถานการณ์ เพราะอาชญากรต้องได้ประโยชน์จากอาชญากรรมเสมอ
ดังนั้น ประชาชน พึงระมัดระวังในการเข้าร่วมการชุมนุม บริโภคข้อมูลข่าวสารให้รอบด้าน อย่าตกเป็นเหยื่ออุปทานหมู่จนอาจนำไปสู่การปะทะกันระหว่างประชาชน หรือนำไปสู่การออกมายึดอำนาจของทหารในที่สุด



