
'สุเทพ'ชี้เป้า12รมต.จี้ลาออก!
17 พ.ค. 2557
'สุเทพ' รบครั้งสุดท้าย ลุกฮือ 23-25 รู้ผล 26 พ.ค. แพ้มอบตัว 27 พ.ค. ประกาศชื่อ 12 รัฐมนตรีล็อตแรกที่จะถูกม็อบตามหา ยันไม่ตัดน้ำตัดไฟบ้านประชาชน
17 พ.ค.57 เมื่อเวลา 14.00 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส. ได้เรียกประชุมแกนนำกปปส.ต่างจังหวัด พร้อมด้วยเครือยข่ายแนวร่วมกปปส. ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล เพื่อหารือถึงทิศทางการเคลื่อนไหวครั้งสำคัญในการขับไล่รัฐบาล
โดยนายสุเทพ กล่าวว่า สถานการณ์ขณะนี้ประเทศไทยไม่มีนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี (ครม.) และที่เหลืออยู่ก็ไม่มีอำนาจตามกฎหมายที่จะปฏิบัติหน้าที่ได้ ที่พูดไม่ใช่ฝ่ายกปปส.พูดเอง แต่สมาชิกวุฒิสภาเป็นคนนำความเรื่องนี้รายงานต่อที่ประชุมในการประชุมคณะกฤษฎีกา และมีผลสรุปว่า ครม.ที่เหลืออยู่ไม่มีอำนาจทำงานได้ และการแถลงประธานวุฒิสภา เมื่อวันที่ 16 พ.ค.ที่ผ่านมา ยืนยันชัดเจนว่า สมาชิกวุฒิสภา มีอำนาจ และหน้าที่เลือกนายกฯคนใหม่ ซึ่งรายละเอียดเรื่องดังกล่าว การที่วุฒิสภา จะเลือกนายกฯคนใหม่ได้ เป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา 132 , 172 , 173 , 180 และมาตรา 7 ความในข้อนี้วุฒิสภาประกาศเอง หลังปรึกษาหารือกับผู้ใหญ่ในบ้านเมือง
ประการสอง วุฒิสภามีความเห็นเหมือนกันกับกปปส.ที่ต้องการปฏิรูปประเทศทันที ประการสาม วุฒิสภาเห็นว่านายกฯ ที่ ส.ว.เลือก ไม่ใช่นายกฯชั่วคราว หรือนายกฯรักษาการชั่วระยะเวลาสั้นๆ แต่เป็นนายกฯที่มีอำนาจเต็มจริงๆ เพื่อแก้ปัญหาประเทศ ประชาชน และปฏิรูปประเทศ
ทั้งนี้ สาระสำคัญ 3 ข้อนี้ ไม่ต้องถกเถียง เห็นเหมือนกันโดยไม่มีข้อโต้แย้ง แต่ประเด็นปัญหาคือบ้านเมืองไม่มีนายกฯ และรัฐบาล นานไปยิ่งเสียหายต่อประเทศเท่านั้น ดังนั้น ต้องดำเนินการให้มีนายกฯ โดยเร็ว จึงเกิดคำถามว่าโดยเร็วเมื่อไหร่ และทำอย่างไร
"น่าเสียดายคำแถลงส.ว. ไม่สามารถกำหนดชี้ชัดได้ว่ากี่วัน เมื่อไหร่ การเปิดกว้าง จึงไม่สามารถตอบคำถามประชาชนทั้งประเทศได้ ดังนั้น มวลมหาประชาชนได้ลุกขึ้นต่อสู้ เพื่อที่จะกวาดล้างระบอบทักษิณ จัดให้มีรัฐบาลประชาชน ปฏิรูปประเทศ เราได้ต่อสู้มายาวนานมาก มากที่สุดในการต่อสู้ของประชาชนในประเทศนี้"
อย่างไรก็ตาม จำเป็นต้องมีข้อกำหนดให้ชัดว่า จะทำให้สำเร็จเสร็จสิ้นได้เมื่อไหร่ วันนี้ (17 พ.ค.) จึงมีความจำเป็นต้องหารือกับบรรดาแกนนำทุกเครือข่ายที่ร่วมกันต่อสู้กัน เพราะเป็นประเด็นสำคัญ ถ้ากำหนดเวลาของการต่อสู้จบเมื่อไหร่ ประชาชนทั้งประเทศจะได้กำหนดและตัดสินใจได้ในการร่วมต่อสู้ถึงวันที่เท่าไหร่
นายสุเทพ กล่าวต่อว่า จากการประชุมแกนนำได้กำหนดเวลาต่อสู้คร่าวๆ รวมถึงวิธีปฏิบัติการต่อสู้ครั้งสุดท้าย เพื่อนำเสนอต่อที่ประชุมได้พิจารณาร่วมกัน ประการแรก จะเริ่มปฏิบัติแต่วันพรุ่งนี้ (18 พ.ค.) แล้วกำหนดวันสุดท้ายการปฏิบัติต้องจบในวันที่ 26 พ.ค.
โดยวันพรุ่งนี้ จะเริ่มปฏิบัติการตั้งแต่เวลา 10.00 น. ซึ่งจะเชิญคณะกรรมการของสมาพันธ์รัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) ทุกเครือข่ายมาร่วมประชุมที่ทำเนียบรัฐบาลในเวลาดังกล่าว เพื่อตกลงมอบหมายแบ่งภารกิจกันว่าแต่ละสรส.ต้องทำอะไรร่วมกัน และต้องแยกปฏิบัติตามเหมาะสมของสรส. เมื่อได้ข้อสรุป ในวันที่ 19 พ.ค. จึงเริ่มลงมือ
วันเดียวกันเวลา 14.00 น. จะเชิญอดีตข้าราชการผู้ใหญ่ อาทิ ปลัด รองปลัดกระทรวง ที่เกษียณอายุมาประชุมร่วมกัน รวมถึงอดีตผู้ว่าฯ แต่ละจังหวัด เพื่อร่วมกันกำหนดแผนปฏิบัติของส่วนราชการ โดยจะได้ปรึกษาหารือกับข้าราชการ หากเห็นด้วยจะได้แบ่งงานไปปฏิบัติ และแบ่งงานกันทำวันที่ 19 พ.ค.นี้
ส่วนมวลมหาประชาชน จะแยกย้ายทวงคืนอำนาจอธิปไตยจากครม. เพื่อให้ครม.ส่งใบลาออกมา หากอยู่กระทรวง หรือบ้าน อยู่ไหนก็จะตาม หรือตามท้องถนน หรือสนามบิน เพื่อเรียกร้องส่งมอบอำนาจคืนกับประชาชนโดยดี เพราะขวางทางเจริญของประเทศ และอาจจะต้องตามหากัน 3 วัน ตั้งแต่ จันทร์ อังคาร พุธ
"หากประชาชนรู้เบาะแส 24 คนอยู่ที่ไหน ขอให้แจ้งมาที่กปปส. เพื่อจะได้ตามทวงคืนอำนาจ ใครเป็นเพื่อนบ้าน หรืออยู่คอนโดฯเดียวกัน หากรู้มาหลบอยู่ เช่น เซฟเฮ้าส์ ของนายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล หรือนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา ขอให้แจ้งมา"
สำหรับข้าราชการ ในวันที่ 19 พ.ค. ขอให้กปปส.ซึ่งอยู่ตามกระทรวง ทบวง กรม ลุกขึ้นปฏิเสธคำสั่งครม. ซึ่งไม่มีอำนาจ เพราะสั่งไปอาจทำให้เกิดปัญหาข้อกฎหมาย และต้องขอให้แต่ละกระทรวงทำชัดเจน เปิดเผย เหมือนข้าราชการกระทรวงสาธารณสุข
นอกจากนี้ วันที่ 22 พ.ค. จะจัดประชุมหัวหน้าส่วนราชการ อาทิ ปลัด อธิบดี อัยการสูงสุด รวมถึงผู้ว่าฯ หากไม่มา หรือมาไม่ได้ ก็ส่งตัวแทนเข้าร่วมประชุม เพื่อช่วยกันล้างอิทธิพลระบอบทักษิณในกระทรวง ทบวง กรม ให้หมดสิ้น เพราะบางกระทรวง เช่น มหาดไทย ลงลึกมาก
อย่างไรก็ดี ในวันที่ 23-25 พ.ค. จะเป็นการลุกฮือครั้งใหญ่ของประชาชนทั้งประเทศ และจะจบวันที่ 26 พ.ค. แพ้ชนะรู้กันวันนั้น ถ้าไม่ชนะในวันที่ 27 พ.ค. จะเข้ามอบตัว สลายการต่อสู้ เพราะสู้มากกว่านี้ไม่ไหว เนื่องจากเสียหายต่อประเทศ อีกทั้ง ประชาชนต้องกลับไปหากิน แพ้ชนะต้องทำใจ เพราะทำถึงที่สุด
"ตั้งแต่วันพรุ่งนี้ถึงวันที่ 26 พ.ค. จะทุ่มเทกำลังทั้งหมด ทำภารกิจอย่างเต็มที่ เพราะหนังเรื่องนี้ฉายนานแล้ว จะจบแบบแฮปปี้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับประชาชน"
เปิดชื่อ 12 รมต.ล่าใบลาออก
เมื่อเวลา 20.16 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ปราศรัยบนเวทีหน้าสำนักงานสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เพื่ออธิบายถึงแนวทางการต่อสู้ตั้งแต่วันที่ 18-26 พฤษภาคม หรือ 9 วันเผด็จศึก โดยย้ำว่า ต้องทำให้จบในวันจันทร์ที่ 26 และวันที่ 27 พฤษภาคม จะเป็นวันฉลองชัยชนะของมวลมหาประชาชน ทั้งนี้ ก่อนการต่อสู้ในวันแรก คือ วันจันทร์ที่ 19 พฤษภาคม จะมีการประชุม 2 รอบในวันที่ 18 พฤษภาคม โดยช่วงเช้าจะประชุมคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจทั้งหมด โดยจะไม่มีการตัดน้ำตัดไฟของประชาชนโดยเด็ดขาด ส่วนช่วงบ่ายจะมีการประชุมอดีตข้าราชการระดับปลัดกระทรวง รองปลัดกระทรวง อธิบดี รองอธิบดี เพื่อชักชวนข้าราชการออกมาร่วมต่อสู้
นายสุเทพ กล่าวถึงภารกิจวันที่ 19-21 พฤษภาคม ที่จะมีการตามหา ครม.ที่เหลืออยู่ และไม่ยอมลาออกเพื่อนำใบลาออกไปให้เซ็น โดยมีการเปิดรายชื่อ ครม.ที่จะออกตามหาภายใน 3 วัน ดังนี้ 1.นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี 2.นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี 3.นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รมว.พลังงาน 4.นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย 5.นายชัยเกษม นิติสิริ รมว.ยุติธรรม 6.นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม 7.นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ และเลขาธิการ นปช. 8.นางเบญจา หลุยเจริญ รมช.คลัง 9.นายยรรยง พวงราช รมช.พาณิชย์ 10.นายวราเทพ รัตนากร รมต.ประจำสำนักนายกฯ 11.นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รมช.คลัง 12.นายจาตุรนต์ ฉายแสง รมว.ศึกษาธิการ ซึ่งจะมีการออกตามหาทั้งสถานที่ทำงาน และบ้านพักส่วนตัว
หลัง 26 พ.ค.ต้องจบ-ไม่นัดอีกแล้ว
นายสุเทพ กล่าวถึงการไปชักชวนข้าราชการในวันที่ 19 พฤษภาคม ว่า เพื่อไปชักชวนให้ข้าราชการปฏิเสธคำสั่งของรัฐมนตรีที่ไม่มีอำนาจสั่งการตามกฎหมาย จากนั้นวันที่ 22 พฤษภาคม จะมีการจัดประชุมหัวหน้าส่วนราชการระดับปลัดกระทรวง และอธิบดี หากระดับปลัดกระทรวงและอธิบดีไม่มาประชุมให้ระดับรองปลัดกระทรวง และรองอธิบดีที่มีศักยภาพจะดำรงตำแหน่งเข้ามาประชุมแทนก็ได้ โดยการปฏิบัติการตั้งแต่วันที่ 16-26 พฤษภาคม จะเป็นปฏิบัติการครั้งใหญ่ ม้วนเดียวจบ และหลังวันที่ 26 พฤษภาคม เรื่องนี้ต้องจบ จะไม่มีการนัดอีกแล้ว
นายสุเทพ กล่าวเชิญชวนให้ชาวนาออกมาร่วมต่อสู้ โดยสัญญาว่ารัฐบาลที่เข้ามาทำหน้าที่แทนจะสามารถจ่ายค่าข้าวภายใน 30 วัน พร้อมทั้งย้ำจุดยืนที่จะไม่ยอมให้มีการเลือกตั้ง โดยเชื่อว่า หลังจากนี้จะไม่มีนายกฯ ไปอีกอย่างน้อย 6 เดือน เมื่อรวมกับระยะเวลา 6 เดือนครึ่ง ในการต่อสู้แล้ว เท่ากับว่าจะว่างเว้นนายกฯ ไป 1 ปีเต็มๆ โดยย้ำจุดยืนเดิมว่าจะไม่มีการเลือกตั้งจนกว่าจะปฏิรูปประเทศเสร็จ
'สุเทพ' นัดตัวแทนกปปส.ทั่วปท.หารือบ่าย2วันนี้ ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบฯ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ได้เชิญแกนนำกปปส.ทั่วประเทศ หารือในวันนี้ (17 พ.ค.) เวลา 14.00 น. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ถึงปฏิบัติการยึดอำนาจอธิปไตยคืนให้ประชาชน โดยทำงานคู่ขนานกับวุฒิสภา
กปปส.ไม่รอแนวทางวุฒิฯ เดินหน้าหานายกฯคนกลาง ชี้ตร.จับแกนนำไม่กระทบ
นายเอกนัฏ พร้อมพันธ์ โฆษก กปปส กล่าวถึงกรณีขัอเสนอ 3 ข้อของนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานวุฒิสภา ว่าที่ประธานวุฒิสภา ว่า หลักใหญ่ใจความ ตรงกับเป้าหมายการเคลื่อนไหวของ กปปส. ที่จะหาทางให้มีนายกรัฐมนตรีซึ่งมีอำนาจเต็มเข้ามาแก้ไขปัญหาของประเทศ แต่เห็นว่า เงื่อนเวลาของวุฒิสภาไม่ชัดเจน บอกเพียงว่า จะดำเนินการโดยเร็ว แต่กปปส. รอไม่ได้ เพราะขณะนี้ มีมวลชน บาดเจ็บล้มตาย และจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ของประเทศอย่างร้ายแรง
อีกทั้ง กปปส. ได้ยื่นข้อเรียกร้อง ไปตั้งแต่วันศุกรที่ 9 พ.ค. และนายสุรชัย บอกว่า จะให้คำตอบที่ชัดเจนในวันที่ 16 พ.ค.ที่ผ่านมา แต่ก็ไม่ได้เป็นไปตามที่ ได้เรียกร้อง ทำให้ ฝ่ายมวลมหาประชาชน มีสิทธิ์ทวงคืนอำนาจของประชาชน
"วันนี้จึงนัดประชุม ตัวแทนเครือข่าย กปปส. นักวิชการ รวมทั้งแนวร่วมการเคลื่อนไหวของ กปปส.ทั่วประเทศ เพื่อหาแนวทางที่จะให้มีนายกฯคนกลาง" นายเอกนัฏ กล่าว
เมื่อถามว่า กปปส.ผิดหวังกับท่าทีของวุฒิสภาหรือไม่ นายเอกนัฏ กล่าวว่า ไม่ผิดหวังมากนัก เพราะแม้จะไม่ทำตามข้อเรียกร้องแต่ข้อสรุปก็คล้ายกับ กปปส .และจะปล่อยให้วุฒิสภา ดำเนินการตามแนวทางวุฒิสภาต่อไป โดยที่กปปส.จะไม่รอวุฒิสภา ส่วนกปปส.จะเคลื่อนไหวตามแนวทางของกปปส. โดยจะเป็นการเคลื่อนไหวครั้งสำคัญที่สุด ของ กปปส .ทั้งนี้ กปปส.คาดหวังว่า ข้าราชการทุกคน จะมาร่วมมือกับเพื่อให้ประเทศเดินหน้าและมีการปฏิรูปประเทศอย่างแท้จริงต่อไป
นายเอกนัฏ ยังกล่าวถึงท่าทีของกองทัพว่า ในฐานะที่เป็นหน่วยงานด้านความมั่นคงจะต้องออกมาดูและความปลอดภัยให้ประชาชน แต่ไม่ใช่การเรียกร้องให้กองทัพ ออกมากระทำปฏิวัติ รัฐประหาร
ส่วนกรณีที่ เจ้าหน้าที่เร่งจับกุม แกนนำ กปปส. ที่มีหมายจับนั้นจะไม่กระทบกับการเคลื่อนไหว แน่นอน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการชุมนุมวันนี้ยังมีมวลชนทยอยเดินทางเข้าการชุมนุมเนื่องจากเป็นวันหยุดราชการทำให้ ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัย ของการ์ดอาสา ที่มีการตั้งด่าน ตรวจตราทางเข้าออกทุกทิศทาง พร้อมกางตาข่ายตามจุดเสี่ยงเพื่อป้องกันเหตุ หลังจากเกิดเหตุการณ์ลอบทำร้าย กลุ่ม กปปส. ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อคืนวันที่ 14 พ.ค. ที่ผ่านมา



