
โจ๋เขม่นควัก11 มม.ยิงหนุ่มส่งเอกสารดับ
17 พ.ค. 2557
โจ๋ลูกประดู่เขม่น! ควัก 11 มม.ยิงหนุ่มส่งเอกสารเสียชีวิต อีกคดี เมียสุดทนคว้ามีดกระซวกผัวช่างหล่อพระขี้เมาดับ
17 พ.ค.57 เมื่อเวลา 05.00 น. ร.ต.ท.ทรงเดช พิมลธรรม พนักงานสอบสวน สน.คลองตัน รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกยิงเสียชีวิตภายในซอยปรีดีพนมยงค์ 46 แยก 2 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กทม. จึงไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.อ.จีรเดชน์ เหมจินดา ผกก.สน.คลองตัน ตำรวจฝ่ายสืบสวน แพทย์เวร รพ.จุฬาลงกรณ์ เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) และเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู
ที่เกิดเหตุเข้าภายในซอยประมาณ 50 เมตร เป็นลานจอดรถตลาดนัด หน้าร้านสนุกเกอร์ของนายรุ่ง พบศพนายเอกชัย มานะชีพ อายุ 32 ปี พนักงานส่งเอกสารบริษัทเอาท์ซอร์สดอทคอม จำกัด สภาพศพนอนหงายจมกองเลือด ไม่สวมเสื้อ นุ่งกางเกงยีนส์ขายาว ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 11 มม. เข้าที่ขมับขวาและกลางอก รวม 2 นัด ใกล้กันนั้นพบปลอกกระสุนตกอยู่ 3 ปลอกตกอยู่บริเวณดังกล่าว โดยจากแนวทางการสืบสวนสอบสวนทราบว่าคนร้ายชื่อ พลทหารเรือ นที กล่อมดี อายุ 22 ปี เป็นทหารเกณฑ์กองทัพเรือ พักอาศัยอยู่ในซ.เอกมัย 30 แต่มักจะเดินทางมาพักอยู่กับแฟนสาวที่อพาร์ตเม้นท์ ภายในซ.ที่เกิดเหตุเป็นประจำ
จากการสอบสวนพยานที่เห็นเหตุการณ์ให้การว่า ประมาณช่วงอาทิตย์ก่อนหน้านี้ คนร้ายเคยมีเรื่องเขม่นกับหลานชายของนายเอกชัย และได้มีการลงไม้ลงมือ จนกระทั่งเมื่อเวลาประมาณ 03.00 น.วันนี้ ผู้ตายนั่งดื่มกินกับกลุ่มรุ่นน้องในซอยประมาณ 5- 6 คน ที่โต๊ะสนุ๊กของนายรุ่ง โดยพลทหารเรือนทีก็มานั่งกินอยู่ร้านอาหารใกล้ ๆ กัน จากนั้นผู้ตายเห็นพลทหารนทีจึงเดินเข้าไปขอเคลียร์ปัญหาเรื่องที่ไปทำร้ายร่างกายหลานชายผู้ตาย ก่อนพลทหารนทีได้ท้าทายผู้ตายจนถึงขั้นลงไม้ลงมือ เป็นเหตุให้พลทหารเรือนทีโกรธแค้น ได้ขับรถจยย.ที่นำมาด้วยออกไป ประมาณ 1 ชั่วโมงต่อมาได้ขี่รถคันดังกล่าวกลับมา ก่อนเดินไปหาผู้ตาย จากนั้นทางพลทหารเรือนทีได้ควักปืนที่ขึ้นลำรอ และได้จ่อยิงระยะเผาขน 3 นัด ทำให้ผู้ตายล้มลงกองกับพื้นอย่างไม่ทันตั้งตัว ก่อนจะขี่รถหลบหนีไป ท่ามกลางความตกตะลึงของรุ่นน้องที่นั่งดื่มกินด้วยกัน
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่า ทั้งกลุ่มคนตายและคนร้ายรู้จักกัน แต่ไม่ค่อยจะถูกกันเท่าไหร่ เคยมีเรื่องทะเลาะวิวาทกันมาก่อน และคนร้ายได้กลับไปนำอาวุธปืนมากระหน่ำยิง ซึ่งหลังจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการสอบสวนพยานที่เกิดเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง รวมทั้งประสานตำรวจฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่ไล่ล่าตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
เมียสุดทน! คว้ามีดกระซวกผัวช่างหล่อพระขี้เมาดับ
เมื่อเวลา 02.00 น. พ.ต.ต.พิพัฒน์ วรโชติศักดิ์ดากร พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการ สน.บางเสาธง ได้รับแจ้งเหตุมีคนถูกแทงเสียชีวิต ภายในบ้านเลขที่ 74/10 ชุมชนซอยร่มพิบูลย์ ถนนพุทธมณฑลสาย1 ซอย 13 แขวงคลองขวาง เขตภาษีเจริญ กทม. หลังรับแจ้งจึงเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน เจ้าหน้าที่ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) แพทย์เวร รพ.ศิริราช และเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู
ที่เกิดเหตุเป็นบ้านครึ่งปูนครึ่งไม้หลังเดี่ยว 2 ชั้น เนื้อที่ประมาณ 50 ตรว. เปิดแบ่งเป็นห้องเช่ารายเดือน ประมาณ 10 ห้อง บริเวณห้องพักชั้นล่างใต้บันได พบร่างนายสมศักดิ์ ภู่พวง อายุ 54 ปี อยู่บ้านเลขที่ 16 หมู่3 ตำบลหนองตีนนก อำเภอบ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา นอนเสียชีวิตอยู่ โดยผู้ตายมีอาชีพรับจ้างเป็นช่างหล่อพระพุทธรูป สภาพศพนอนหงายเสียชีวิตจมกองเลือดอยู่บริเวณกลางห้อง พบบาดแผลถูกแทงด้วยมีดเข้าที่หน้าท้องฝั่งซ้าย1 แผล ไม่สวมเสื้อ นุ่งเพียงกางเกงยีนส์ขายาว เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมหลักฐาน ก่อนนำศพส่งรพ.ศิริราช เพื่อทำการชันสูตรพลิกศพ ทั้งนี้ จากแนวทางการสืบสวนสอบสวนทราบว่า ผู้ที่ลงมือก่อเหตุเป็นภรรยาของผู้ตาย ทราบชื่อคือ นางยุพา ทองเลิศ อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 8 ซอยพุทธมณฑลสาย 1 ซอย 13 แขวงคลองขวาง เขตภาษีเจริญ กทม. หลังจากก่อเหตุได้หลบหนีไป
สอบสวน นส.เจนจิรา รสเกษร อายุ 29 ปี ลูกสาวคนโตของคนร้าย ให้การว่า ตนเป็นลูกติดของ นางยุพา โดยหลังจากเลิกกับพ่อตน ได้มาคบหากับผู้ตายเป็นระยะเวลานานกว่า 20 ปี ปกติผู้ตายจะไม่ได้พักอยู่ที่ห้องเช่านี้ แต่จะแวะเวียนมาบ่อยครั้ง ช่วงหลังมานี้จะเห็นผู้ตายและแม่ทะเลาะกันบ่อยครั้ง แต่ละครั้งผู้ตายมักจะทำร้ายร่างกายแม่อยู่เสมอ ส่วนสาเหตุที่มีเรื่องทะเลาะกันนั้น ผู้ตายชอบหึงหวงแม่ ก่อนเกิดเหตุผู้ตายเดินทางมาหาแม่ตนที่อยู่ห้องเช่าดังกล่าวในวันนี้ เพื่อจะมาเตรียมร่วมงานแต่งงานของตนกับแฟนหนุ่มที่จะจัดขึ้นในอีก 2 วันข้างหน้า แต่เมื่อเวลา 22.00 น.ที่ผ่านมา ผู้ตายกับแม่ได้นั้งดื่มสุรากันจนมีปากเสียงกัน แต่ตนและเพื่อนบ้านก็ไม่ได้สนใจอะไร เนื่องจากเคยชินกับการกระทำของทั้งคู่ และไม่คาดคิดว่าจะถึงขั้นลงไม้ลงมือถึงกับชีวิต สำหรับสาเหตุที่นางยุพา ลงมือฆ่าผู้ตายนั้น ตนเชื่อว่าเป็นการป้องกันตัวจากการที่ถูกผู้ตายทำร้ายร่างกายอยู่บ่อยครั้ง
ด้าน พ.ต.ต.พิพัฒน์ เจ้าของคดี กล่าวว่า เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ต้องทำการสอบปากคำพยานแวดล้อมอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่หาข่าวเพื่อติดตามตัวคนร้ายที่อยู่ระหว่างการหลบหนีมาดำเนินคดีต่อไป
ปทุมธานี -บุกเดี่ยวล๊อคคอสาวเซเว่น ได้เงิน 500 บาท
02.30 น. พ.ต.ท.ปรากฏ นาคใหญ่ สารวัตรสืบสวน สภ.คูคตได้รับแจ้งเหตุมีคนร้ายชิงทรัพย์ร้านเซเว่นอีเลฟเว่น สาขาผ่องสุวรรณลำลูกกา ถนนพหลโยธิน ลำลูกกา คลองสาม ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ที่เกิดเหตุพบน.ส.วราภรณ์ สังข์อร่าม อายุ 20 ปี พนักงานของร้าน ให้การว่า ระหว่างที่ตนเองจัดเรียงสินค้าอยู่ภายในร้านได้มีคนร้ายใส่เสื้อคลุมสีน้ำเงินกางเกงยีนส์และใส่หมวกกันน๊อคแบบครึ่งใบสีแดงเข้ามาในร้านทำทีเป็นลูกค้าเลือกดูขอ งในระหว่างที่ตนเองอยู่บริเวณหน้าเคาร์เตอร์ชำระเงินคนร้ายเดินเข้ามาทางด้านหลังเข้ามาล๊อคคอตนเองและใช้มีดปลายแหลมจี้ที่คอของตน จากนั้นคนร้ายได้บอกกับพนักงานเก็บเงินว่า เอาเงินมาถ้าไม่ให้จะทำร้าย เพื่อนพนักงานด้วยกันจึงหยิบเงินให้ไป 500 บาท จากนั้นคนร้ายจึงหลบหนีไป
สำหรับร้านแห่งนี้ เกิดเหตุเป็นครั้งที่ 2 โดยครั้งแรกคนร้ายได้โทรศัพท์มือถือไป 3 เครื่อง เงินสด 2,000 บาท ตำรวจยังจับคนร้ายไม่ได้เลย มาครั้งนี้ได้ไป500 บาท
แว๊นซิ่งหนีชนตร.จร.ดอนเมืองเจ็บ รวบผู้ต้องหาเยาวชนกว่า 18 คน
เมื่อเวลา 02.15 น. พ.ต.ท.วิรัช เสือสืบพันธ์ รอง ผกก.จร.สน.ดอนเมือง พ.ต.ท.คมคิด ปราบมนตรี สว.จร. ร.ต.อ.เกริก แก้วแสนตอ ร.ต.ต.สัญญา หู้เต็ม รอง สว.จร. ร่วมกันนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ จร.สน.ดอนเมืองประมาณ 20 นาย และรถบรรทุกหกล้อ จำนวน 2 คัน เข้าสกัดกั้นจับกุมผู้ขับขี่รถ จยย.แข่งขันบนท้องถนน สามารถจับกุมผู้กระทำผิดเป็นเยาวชนทั้งหมด 18 ราย เป็นชาย 16 คน และหญิง 2 คน พร้อมยึดของกลางเป็น รถ จยย.จำนวน 22 คัน ได้ที่บริเวณหน้าวัดดอนเมือง ถนนกำแพงเพชร 6 แขวงและเขตดอนเมือง กทม.
พ.ต.ท.วิรัช เปิดเผยกับทีมข่าวเนชั่นว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนที่พักอาศัย รวมทั้งผู้ใช้รถใช้ถนน ในบริเวณดังกล่าว ว่าในช่วงวันศุกร์และวันเสาร์ของทุกสัปดาห์จะมีกลุ่มเด็กแว๊นมักใช้ถนนกำแพงเพชร 6 และถนนทรงประภา ในพื้นที่รับผิดชอบของ สน.ดอนเมือง เป็นถนนประลองความเร็วอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย จนสร้างความเดือดร้อนรำคาญแก่ชาวบ้าน
พ.ต.ท.วิรัช กล่าวต่อว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงมีการวางแผนปราบเด็กแว๊น โดยในช่วงกลางดึกในวันนี้ได้มีการนัดหมายนำรถบรรทุกหกล้อจำนวน 2 คันไปจอดซุ่มไว้ตามแผนที่วางไว้ จากนั้นเมื่อพบว่ามีกลุ่มเด็กแว๊นประมาณ 40-50 คันขับมาถึงจุดดังกล่าว จึงได้ส่งสัญญาณให้รถบรรทุกที่จอดไว้ออกมาปิดหัวและท้าย ทำให้กลุ่มเด็กแว๊นได้แตกตื่นพากันขับรถหลบหนีกันอย่างจ้าละหวั่น โดยมีบางส่วนได้ขับรถจยย.ย้อนศรขึ้นฟุตบาธหลบหนีไปได้ ส่วนพวกที่เหลือจึงถูกเจ้าหน้าที่จับกุมไว้ได้ก่อนนำตัวสอบสวนที่ สน.ดอนเมือง
“เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงบันทึกประวัติการจับกุม พร้อมทั้งตรวจสอบรถจยย.ว่ามีการลักขโมยมาหรือไม่ หลังจากนี้จะแจ้งข้อกล่าวหา “ขับรถทางสาธารณะโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยและสร้างความเดือดร้อนรำคาญให้กับผู้อื่น” ก่อนควบคุมตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนสน.ดอนเมืองดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป” พ.ต.ท.วิรัช กล่าว
นอกจากนี้ทีมข่าวเนชั่น ยังรายงานอีกว่า ขณะที่ร.ต.ต.สัญญา หู้เต็ม รอง สว.จร.ได้ยืนสกัดจับเด็กแว้นบนถนนกำแพงเพชร 6 อยู่นั้น ได้มีจยย.ซิ่งคันหนึ่งขับย้อนศรมาด้วยความเร็วเพื่อจะทำการหลบหนีเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มาปฏิบัติหน้าที่ ทำให้พุ่งชนเข้า รองสว.จร.เข้าอย่างจังจนทำให้ ได้รับบาดเจ็บที่หัวเข่าซ้าย จึงรีบนำตัวส่ง รพ.ใกล้เคียงเพื่อทำการรักษา เบื้องต้นอาการล่าสุดปลอดภัยแล้ว ส่วนผู้ต้องหานั้นสามารถทิ้งรถวิ่งหลบหนีไปได้ อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนติดตามจับกุมตัวต่อไป
---------------------------------------
(ภาพแฟ้มข่าว)



