ข่าว

มหากาพย์เหมืองทองเลยสิทธิชุมชนที่แลกด้วยเลือด

มหากาพย์เหมืองทองเลยสิทธิชุมชนที่แลกด้วยเลือด

17 พ.ค. 2557

มหากาพย์เหมืองทองเลย สิทธิชุมชนที่แลกด้วยเลือด

               ไม่นานนาทีหลังจากข่าวชายฉกรรจ์จำนวนนับร้อยคนปฏิบัติการเย้ยกฎหมาย บุกจับและทำร้ายร่างกายแกนนำต่อต้านเหมืองทองคำ อ.วังสะพุง จ.เลย เริ่มแพร่ผ่านสื่อในเช้าวันศุกร์ที่ 16 พฤษภาคม หลายคนหวนระลึกถึงเหตุการณ์หนึ่งเมื่อหลายเดือนก่อน ณ พื้นที่พิพาททรัพยากรแห่งนี้

               ภาพนิสิตนักศึกษาในสภาพเปียกปอนคุกเข่าเป็นแนวขวางตำรวจไม่ให้ปะทะกับชาวบ้าน ระหว่างการจัดเวที public scoping เพื่อขอประทานบัตรเหมืองทองคำแปลงที่ 76/2539 ของบริษัท ทุ่งคำ จำกัด ที่บันทึกโดย "เริงฤทธิ์ คงเมือง" บอกเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบริเวณหน้าวัดโพนทอง ต.นาโป่ง อ.เมือง จ.เลย เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2556

               ภาพนิสิตนักศึกษา "กลุ่มดาวดิน" จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น และมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ไม่เพียงกระตุ้นให้ทุกคนแลเห็นหนทางการต่อสู้เยี่ยงอหิงสาของปัญญาชนและชาวชุมชนตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา หากแต่ยังช่วยปลุกให้สังคมตื่นตระหนักถึงมหันตภัยที่ชาวบ้านถูกยัดเยียดจากโครงการอันผ่านการตีตรารับรองจากรัฐบาลส่วนกลาง

               อาจารย์ไชยณรงค์ เศรษฐเชื้อ แห่งมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ขนานนามพื้นที่ ต.เขาหลวง อ.วังสะพุง เอาไว้ว่า ได้กลายเป็นหุบเขามรณะมานานหลายปีแล้ว หลังการมาถึงของสัมปทานเหมืองแร่ทองคำจากรัฐบาล

               ปี 2532 พื้นที่หุบห้วยกินบริเวณ 545 ตารางกิโลเมตร ที่ถูกประมูลโดยบริษัท ทุ่งคาฮาเบอร์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งต่อมาในปี 2546 บริษัท ทุ่งคำ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทลูกของทุ่งคาฮาร์เบอร์ ได้เข้าสำรวจภูเหล็ก ภูทับฟ้า และภูซำป่าบอน ในเขต ต.เขาหลวง อ.วังสะพุง และในปี 2549 ภูทับฟ้าและภูซำป่าบอนที่เป็นต้นน้ำของลำห้วยเหล็ก ห้วยฮวย และห้วยผุก ถูกปรับเป็นเหมืองทองคำ อันพรั่งพร้อมด้วยโรงแต่งแร่บนยอดภูทับฟ้า เกิดเขื่อนเพื่อกักเก็บไซยาไนด์ ซึ่งเป็นสารที่ใช้ในการแยกแร่ทองคำบนลำห้วยผุก ชาวบ้านเริ่มเกิดอาการเจ็บป่วย ขณะที่น้ำในลำห้วย 3 สาย น้ำประปา และน้ำบาดาล ปนเปื้อนสารพิษ และโลหะหนัก

               มีหลักฐานเชิงประจักษ์ ที่อาจารย์ไชยณรงค์บันทึกไว้ใน "เนชั่นสุดสัปดาห์" ฉบับที่ 1119 เมื่อปลายปีก่อนดังนี้

               ในปี 2551 กรมควบคุมมลพิษได้ตรวจคุณภาพน้ำพบว่ามีสารหนูในห้วยเหล็ก แมงกานีสในห้วยผุก และแคดเมียมในระบบประปาและน้ำบาดาลในบ้านนาหนองบง

               ถัดมาอีกเพียงปีเดียว สาธารณสุขจังหวัดเลยก็เข้าสุ่มตรวจเลือดชาวบ้านในชุมชนรอบเหมืองทองคำ พบว่า ชาวบ้านมีไซยาไนด์ ปรอท และตะกั่วในเลือด บางรายมีไซยาไนด์เกินค่าปกติ

               ต่อมาในปี 2553 หลักฐานของหายนะก็ทยอยปรากฏออกมาอีก เมื่อสาธารณสุขจังหวัดเลยตรวจเลือดชาวบ้านใน 6 หมู่บ้านรอบเหมืองพบว่า ในกรณีของไซยาไนด์ในจำนวนตัวอย่าง 725 ราย ที่ส่งตรวจ มีชาวบ้านที่มีไซยาไนด์ในเลือดเกินค่าปกติถึง 124 ราย ส่วนกรณีปรอท ในจำนวนตัวอย่าง 708 ราย มีสารปรอทเกินค่าปกติ 50 ราย

               ที่บ้านกกสะทอน 1 ใน 6 หมู่บ้านรอบเหมือง ชาวบ้านระบุว่า เมื่อไม่นานมานี้มีชาวบ้าน 2 ราย ป่วยหนักและเสียชีวิต ก่อนหมดลมหายใจชาวบ้านทั้งสองร่างกายมีสีดำ ซึ่งในหมู่บ้านไม่เคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน

               ขณะที่เมื่อปลายปีที่แล้ว ในหมู่บ้านแห่งนี้มี "เหยื่อสารเคมี" ป่วยหนักถึง 8 คน แต่ละคนมีอาการคล้ายคลึงกัน นั่นก็คือ แขนขาชาและแสบ บางคนแม้แต่ยกแขนขึ้นก็ยากลำบาก บางคนเดินไม่ได้ ต้องใช้รถเข็นผู้ป่วย และบางคนตาฝ้ามัว มองไม่เห็น

               สุวัด จุตโน เป็น 1 ใน 8 ผู้ป่วยหนักในบ้านกกสะทอน ซึ่งทุกวันนี้ต้องนั่งหรือนอนอยู่กับที่ ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ จะไปไหนก็ต้องอาศัยรถเข็นโดยมีภรรยาคอยช่วยเหลือ แต่เคราะห์ซ้ำกรรมซัด ภรรยาเริ่มมีอาการป่วยที่คล้ายคลึงกัน

               สุวัด เล่าว่า มีที่นาที่ต้นลำห้วยเหล็ก ซึ่งขนาบข้างด้วยภูเหล็ก ตลอดเวลาที่ผ่านมา ได้อาศัยน้ำจากห้วยเหล็กทำนา และกินข้าวจากผืนนา รวมทั้งผัก ปลา เทา และสัตว์น้ำอื่นๆ ในบริเวณห้วยเหล็ก

               หลักฐานที่สุวัดนำมาให้ดูถึงสาเหตุความเจ็บป่วยก็คือ ใบแจ้งผลการตรวจเลือดในปี 2552 ที่สาธารณสุขจังหวัดเลยเข้าตรวจเลือด โดยส่งไปยังโรงพยาบาลรามาธิบดี และพบว่า เลือดของสุวัดมีค่าไซยาไนด์สูงถึง 0.55 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร ขณะที่ค่าปกติไม่เกิน 0.2 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร

               ผลการตรวจเลือดของสุวัดยังพบโลหะหนักในเลือดอีก 2 ชนิด นั่นก็คือ ปรอทและตะกั่ว แม้ว่าปริมาณโลหะหนักในเลือดทั้ง 2 ชนิด ไม่เกินค่าปกติ แต่ผลการตรวจเลือดที่พบโลหะหนักนี้ก็พอจะชี้ให้เห็นถึงความเสี่ยงด้านสุขภาพของสุวัด

               สำหรับสุวัดแล้ว เขาเชื่อว่า การเจ็บป่วยมาจากสารพิษ เพราะเขามีที่นาเป็นลำดับสองที่อาศัยน้ำจากลำห้วยเหล็ก และที่ผ่านมาในช่วงที่ยังพอทำนาได้ เขาก็กินข้าวจากนาแห่งนี้ตลอด

               ขณะที่ ป้าปัน แก่งจำปา ผู้ป่วยอีกคน ไม่สามารถเดินได้ และตาพร่ามัว มองไม่เห็น ป้าปันบอกว่า ก่อนหน้านี้ลูกเขยจะนำปลาจากบ่อ ซึ่งติดกับลำห้วยเหล็กมาให้ทำอาหารกินทุกวัน เพราะเห็นว่า หากแม่ได้กินปลาจะทำให้สุขภาพดี ป้าปันเชื่อว่า ปลาที่ป้ากินเข้าไปนั้นต้องมีสารพิษแน่นอน

               ชาวบ้านเล่าว่า ก่อนหน้านี้ลำห้วยเหล็กคือห้องครัวของพวกเขา หากมีงานบุญของหมู่บ้านหรือมีงานแต่งงาน ชาวบ้านก็จะมาเก็บหาอาหารธรรมชาติอย่างเช่น ผักหนาม ผักกูด หอยขม หอยปรัง ปลาหลากพันธุ์ และเทา ไปทำอาหารเลี้ยงแขก แต่ทุกวันนี้ไม่มีอาหารเหล่านี้อีกต่อไป

               หากแต่การลุกขึ้นสู้เพื่อสุขภาพและความอยู่รอดของชุมชน กลับได้รับผลตอบแทนอันสุดแสนรวดร้าว เมื่อพวกเขา-บรรดาแกนนำ ถูกแจ้งความดำเนินคดีแพ่งต่อศาลจังหวัดเลยจำนวน 14 คน ข้อหาละเมิดใช้สิทธิเกินส่วน จากกรณีก่อกำแพงปิดกั้นเส้นทางเข้า-ออกเหมือง โดยอ้างว่าบริษัทได้รับความเสียหายจากการประกอบธุรกิจ พร้อมเรียกค่าเสียหายจำนวน 50 ล้านบาท และค่าเสียหายในอนาคตอีกวันละ 10 ล้านบาทนับจากวันที่ยื่นฟ้อง

               แต่ไม่จบเพียงเท่านี้ เหตุการณ์ในพื้นที่ระหว่างนายทุนกับชาวบ้านยิ่งเขม็งเกลียวมากขึ้น หลังเวทีฟังความเห็นที่วัดโพนทองเพียงไม่กี่วัน กลางดึกที่ 19 กันยายน 2556 กลุ่มชายฉกรรจ์ประมาณ 20 คน พร้อมอาวุธปืนครบมือ ได้ลุยเข้าไปทุบทำลายกำแพงที่ชาวบ้านกลุ่มคนรักษ์บ้านเกิดสร้างขึ้นจนย่อยยับ ซึ่งนั่นคือสัญญาณประกาศศึกว่า เหมืองกับชุมชนไม่สามารถอยู่ร่วมกันได้อีกต่อไป 

               นับตั้งแต่ช่วงปีต้น 2557 กำแพงที่ชาวบ้านร่วมกันทุ่มโถมด้วยเรี่ยวแรงแห่งความชิงชัง ยิ่งหนาหนัก ทั้งอิฐซีเมนต์ และเวรยามเฝ้าระวังกีดกั้นไม่ให้รถบรรทุกขนแร่ของเหมืองทองคำผ่านเข้าออกได้ ปิดตายนับจากนั้น

               และฟางเส้นสุดท้ายก็มาถึง เมื่อกลางดึกวันที่ 15 พฤษภาคม เมื่อกลุ่มชายฉกรรจ์กว่า 100 คน เข้าไปปิดล้อมและล็อกตัวชาวบ้านที่เป็นแกนนำ กลุ่มเฝ้าเวรยามอยู่บริเวณกำแพง และชาวบ้านบางส่วนที่กลับจากกรีดยาง พวกเขาถูกทำทารุณประหนึ่งบ้านเมืองไร้ซึ่งขื่อแป

               มหากาพย์บทใหม่ว่าด้วยการต่อสู้เพื่อสิทธิชุมชนแห่งวังสะพุง ที่ต้องแลกด้วยเลือดกำลังเริ่มขึ้น ในท่ามกลางความเงียบงันของรัฐบาล - เหมือนเช่นที่ผ่านมา!

-------------------------

(หมายเหตุ : มหากาพย์เหมืองทองเลย สิทธิชุมชนที่แลกด้วยเลือด)