ข่าว

'โมดิ'ชนะท่วมท้นจ่อนั่งนายกฯอินเดีย

'โมดิ'ชนะท่วมท้นจ่อนั่งนายกฯอินเดีย

16 พ.ค. 2557

'นเรนทรา โมดิ'นำบีเจพีชนะเลือกตั้ง โค่นแชมป์เก่าพรรคคองเกรส จ่อนั่งนายกฯอินเดีย

            16พ.ค.2557  สำนักข่าวต่างประเทศรายงานการเลือกตั้งทั่วไปครั้งใหม่ในประเทศอินเดียหลังจากลงคะแนนเสียงเลือกตั้งระหว่างวันที่ 7 เม.ย.-12 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยมีผู้ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 551ล้านเสียง

             แม้นว่าผลการนับคะแนนยังไม่แล้วเสร็จ ปรากฏว่า พรรคชาตินิยมฮินดู "ภารติยะ ชนะตะ" หรือบีเจพี พรรคฝ่ายค้าน ภายใต้การนำของ นายนเรนทรา โมดิ จะสามารถคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งอย่างถล่มทลาย โค่นแชมป์เก่าอย่างพรรคคองเกรส ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลมานานนับ 10 ปีลงได้ จากผลการนับคะแนนในเบื้องต้น ปรากฏว่า ผู้สมัครเลือกตั้งของพรรคบีเจพีกำลังมีคะแนนนำอยู่ถึง 328  ที่นั่ง จาก 485 ที่นั่ง ขณะที่พรรคคองเกรสได้คะแนนนำเพียง 65  ที่นั่ง ขณะที่พรรคอื่นรวมกัน 150 ที่นั่ง   ส่วนผลการนับคะแนนขั้นสุดท้าย จำนวนสมาชิกผู้แทนราษฏรทั้งหมด 543 ที่นั่ง คาดว่าจะเสร็จสิ้นและรู้ผลในเย็นวันศุกร์นี้

            ทั้งนี้"ศราวุฒิ อารีย์" ได้เขียนบทความเรื่อง"อินเดียหลังเลือกตั้ง" ในคอลัมน์"วิถีมุสลิมโลก" ความว่า หากเป็นไปตามกำหนดการ วันนี้ (16 พ.ค.) เป็นวันที่จะมีการประกาศผลการเลือกตั้งอินเดียหลังจากที่ได้จัดให้มีการหย่อนบัตรลงคะแนนกัน 9 รอบ ใช้เวลาเลือกตั้งไปกว่า 1 เดือน การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวน 543 ที่นั่งจากผู้มีสิทธิ์ลงคะแนนเสียง 814.5 ล้านคนทั่วประเทศ อันถือเป็นการเลือกตั้งที่ใช้เวลานานที่สุดในดินแดนที่เรียกกันว่าเป็นประเทศประชาธิปไตยที่ใหญ่ที่สุดในโลก

            คู่แข่งสำคัญในการเลือกตั้งครั้งนี้ก็เป็นคู่แข่งเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ฝ่ายหนึ่งคือ พรรคคองเกรสแห่งชาติอินเดีย (Indian National Congress) รวมกับพรรคพันธมิตรจำนวนหนึ่ง กับอีกฝ่ายหนึ่งคือ พรรคภารติย ชนตะ (Bhartiya Janata Party: BJP) และพรรคร่วมอุดมการณ์อีกจำนวนหนึ่ง แน่นอนว่านอกจาก 2 พรรคนี้ก็ยังมีพรรคอื่นๆ เป็นทางเลือกที่ 3 ที่ลงสู้ศึกเลือกตั้งครั้งนี้โดย แต่พรรคเหล่านี้ก็คงไม่มีผลอันใดให้เกิดการเปลี่ยนแปลงมากนัก นอกเสียจากจะรวมพลังกันอย่างจริงจังเพื่อสร้างอำนาจต่อรองกับ 2 พรรคใหญ่ของประเทศ

            ตลอดเวลาที่ผ่านมา พรรคคองเกรสแห่งชาติอินเดียพยายามฉายภาพให้เห็นว่าตนเองคือตัวแทนของแนวคิดโลกวิสัยนิยมในอินเดีย มีความอดทนอดกลั้นและยึดมั่นในความหลากหลายของผู้คนในสังคม ขณะที่พรรคบีเจพีนั้น ถือเป็นตัวแทนของผู้ที่นิยมแนวคิดที่เรียกว่า “ฮินดูทวา” (Hindutva) แปลให้เข้าใจง่ายๆ ได้ว่า ประชาชาติฮินดูเป็นองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดในอินเดีย ฉะนั้น อัตลักษณ์ความเป็นฮินดูจึงมิอาจถูกละเลยทอดทิ้งได้ แต่ต้องฟื้นฟูและดำรงรักษาให้อยู่คู่สังคมอินเดียตลอดไป

            สำหรับพรรคคองเกรสอินเดีย ถึงแม้จะไม่ป่าวประกาศอย่างเป็นทางการว่า ใครคือตัวแทนของพรรคเพื่อชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอินเดียคนต่อไป (ซึ่งถือเป็นปรกติวิสัยของพรรคนี้) แต่ก็เป็นที่รู้กันโดยทั่วไปว่า เขาคนนั้นน่าจะเป็น ราหุล คานธี หลานชายของยะวาหะราล เนห์รู นายกรัฐมนตรีคนแรกของอินเดีย ส่วนพรรคบีเจพี ก็เป็นที่ทราบกันดีว่ามี นาเรนดา โมดิ วัย 63 ปี ผู้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าการรัฐคุชราตมายาวนานกว่า 12 ปี

            แม้โมดิจะเป็นนักพูดฝีปากกล้าและเป็นที่ชื่นชอบของผู้คนจำนวนมากในขณะนี้ แต่เขาก็มีชนักปักหลังอยู่ เพราะปล่อยให้เกิดเหตุจลาจลในเมืองคุชราตเมื่อปี 2002 จนนำไปสู่การเสียชีวิตของชาวมุสลิมจำนวน 790 คน และชาวฮินดู 254 คน โดยเขาไม่พยายามดำเนินมาตรการใดๆ ในอันที่จะหยุดยั้งเหตุจลาจลดังกล่าว อีกทั้งยังออกมาปัดความรับผิดชอบในขณะที่ตนเองดำรงตำแหน่งผู้ว่าการรัฐอยู่

            โมดิเป็นสมาชิก Rashtriya Swayamsevak Sangh (RSS) ซึ่งถูกมองจากบางฝ่ายว่าเป็นองค์กรฟาสซิสต์ภายในพรรคบีเจพี ที่เน้นการรณรงค์ความเป็นเชื้อชาติบริสุทธิ์ของชาวฮินดู โดยการปลุกระดมชาวฮินดูชาตินิยมให้ทำลายมัสยิดที่สำคัญของชาวมุสลิม อันเป็นชนวนให้เกิดความรุนแรงทั่วทั้งประเทศในช่วงปี 1990-1992 โดยเฉพาะเหตุการณ์การทำลายบาบารีมัสยิด

            นอกจากนั้น อาร์เอสเอสยังมีเป้าหมายสูงสุดในการจัดตั้งรัฐฮินดู ที่ต้องการดำเนินกิจการของประเทศไปตามหลักการความเชื่อที่กำหนดไว้ในคัมภีร์ โดยเฉพาะการยึดมั่นถือมั่นในระบบวรรณะ ซึ่งถือเป็นโครงสร้างทางสังคมที่สำคัญของอินเดีย เรียกได้ว่าใครที่เกิดในวรรณะใดก็ต้องทำตามหน้าที่ของตนในวรรณะนั้นตลอดไปไม่มีการเปลี่ยนแปลง แปลได้อีกอย่างหนึ่งก็คือ การพยายามที่จะรักษาอิทธิพลอำนาจและผลประโยชน์ส่วนใหญ่ให้อยู่ในมือของคนในชนชั้นสูงตลอดไป

            แม้พรรคบีเจพี จะไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีนักสำหรับผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งที่อยากเห็นการอยู่ร่วมกันอย่างสันติในสังคมอินเดีย แต่ความล้มเหลวของพรรคคองเกรส ซึ่งปกครองอินเดียมาตั้งแต่ปี 2004 และหลายช่วงก่อนหน้านั้น ก็ทำให้ชาวอินเดียผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งไม่มีทางเลือกมากนัก พรรคคองเกรสเองเคยสัญญาว่า จะทำให้เศรษฐกิจขยายตัวและมีนโยบายที่จะลดความเหลื่อมล้ำ แต่ในที่สุดก็ไม่สามารถทำได้ตามนั้น มิหนำซ้ำยังเกิดปัญหาคอร์รัปชั่นตามมาอีกมากมาย

            คำถามก็คือ อินเดียหลังการประกาศผลการเลือกตั้งในวันที่ 16 พฤษภาคมนี้ จะมีรัฐบาลที่มุ่งเน้นให้สังคมประเทศเดินทางไปในทิศทางใด จะเป็นรัฐบาลที่เน้นแนวทางพหุนิยมที่ล้มเหลวในการบริหารประเทศ หรือเป็นรัฐบาลแนวชาตินิยมฮินดูที่ไม่ค่อยเปิดพื้นที่ให้แก่ความแตกต่าง

            หวังว่าทั้ง 2 พรรคนี้จะมีการปรับตัวหลังจากนี้ โดยการแก้ไขจุดบกพร่องของตนเอง ไม่ว่าพรรคใดจะขึ้นมาเป็นรัฐบาลใหม่ในอินเดียก็ตาม