
ไอ้โม่งบุกอุ้มแกนนำต้านเหมืองทองคำเลย
กลุ่มชายฉกรรจ์นับร้อยสวมไอ้โม่ง บุกอุ้มแกนนำต้านเหมืองทองคำ จ.เลย กลางดึก ด้านเครือข่ายอาจารย์-นศ.ออกแถลงการณ์ประณาม จี้รัฐแก้ปัญหาด่วน
เกิดเหตุกลุ่มชายฉกรรจ์นับร้อยพร้อมอาวุธอุ้มแกนนำชาวบ้านต่อต้านเหมืองทองคำ จ.เลย เพื่อเปิดเส้นทางขนแร่ออกจากพื้นที่ที่ถูกปิดกั้นไว้โดยชาวบ้านที่เรียกร้องให้แก้ปัญหาผลกระทบสิ่งแวดล้อมและปัญหาสุขภาพจากการทำเหมืองดังกล่าว
เมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 16 พฤษภาคม ร.ต.ท.สุทด แหวนทองจันทร์ ร้อยเวร สภ.วังสะพุง รับแจ้งเหตุจากนางวิรอน จุริไชยวัฒน์ ชาวบ้านนาหนองบง ต.เขาหลวง อ.วังสะพุง จ.เลย ว่า มีกลุ่มชายฉกรรจ์เข้าทำร้ายร่างกายชาวบ้าน รวมทั้งสามี คือ นายสุรพันธ์ รุจิไชยวัฒน์ หลังรับแจ้งจึงรายงานผู้บังคับบัญชาและรุดไปยังที่เกิดเหตุ พบนางวิรอน รุจิไยวัฒน์ แกนนำกลุ่มกลุ่มคนรักษ์บ้านเกิด ที่บ้านเลขที่ 6 หมู่บ้านนาหนองบง ได้รับบาดเจ็บที่แขน
นางวิรอน ให้การอ้างว่า เหตุการณ์ทำร้ายร่างกายชาวบ้านและแกนนำกลุ่มคนรักษ์บ้านเกิด สืบเนื่องชาวบ้านสร้างกำแพงอิฐและกำแพงเหล็กกั้นถนนทางเข้า-ออกเหมืองแร่ทองคำในพื้นที่ ต.เขาหลวง อ.วังสะพุง เพราะเกิดผลกระทบทั้งด้านสภาพแวดล้อม มลภาวะจากฝุ่น และสารพิษตกค้าง ส่วนเอกชนที่ได้รับสัมปทานทำเหมืองก็ยื่นฟ้องต่อศาลเพื่อเอาผิดชาวบ้าน ทั้งนี้กลุ่มชายฉกรรจ์พร้อมอาวุธปืนและมีไม้กระบอง สวมหมวกไอ้โม่งคลุมใบหน้าทุกคน โดยจัดกำลังไว้ 3 จุด บริเวณซุ้มด่านตรวจเข้า-ออกที่ชาวบ้านทำไว้ไม่ให้รถขนแร่ออกไปได้ โดยที่ด่านแห่งนี้ชาวบ้านจะส่งคนไปเฝ้าเวรยามตลอด และที่ผ่านมามีเจ้าหน้าที่ของรัฐและชายฉกรรจ์เข้ามาเจรจาให้เปิดเส้นทางตลอด
แกนนำกลุ่มคนรักษ์บ้านเกิด กล่าวอีกว่า กลุ่มชายชุดดำนั่งรถสิบล้อพ่วง 4 คัน และรถตู้ 2 คัน จำได้ว่ามีคนมีสีเป็นผู้นำมา ที่จำได้เพราะเคยมาเจรจาให้ชาวบ้านเปิดด่านเพื่อขนแร่ออกไป แต่ชาวบ้านไม่ยอม พอกลุ่มชายชุดดำลงจากรถก็กระชากชาวบ้านที่เข้าเวรยามรุมทำร้ายและจับกุมแกนนำบางคนไปที่อื่น เพื่อกักตัวไว้ด้วย โดยมัดมือมัดเท้าจนได้บาดเจ็บทั้งผู้หญิงและผู้ชาย พร้อมยิงปืนขึ้นฟ้าตลอดเวลา
"สภาพในหมู่บ้านไม่ต่างกับสงคราม ทุกคนต่างตื่นตระหนกอย่างมาก ชาวบ้านถูกชายชุดดำซ้อมและยังฉกเอาทองที่สวมคอ กล้องถ่ายรูป โทรศัพท์ไปด้วย ชาวบ้านที่ได้ยินเสียงปืนเมื่อตื่นขึ้นและวิ่งออกมาก็ถูกทำร้ายบาดเจ็บ ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายกว่า 30 คน บางคนอาการหนัก บางคนอาการเบา รวมทั้งนายสุรพันธ์ สามีก็ได้รับบาดเจ็บ รักษาตัวที่โรงพยาบาลวังสะพุง ตอนนี้รักษาตัวกันอยู่ 9 คน และกลับมารักษาตัวที่หมู่บ้านอีกนับสิบคน" นางวิรอน กล่าว
นายสุรพันธ์ รุจิไชยวัฒน์ แกนนำกลุ่มคนรักษ์บ้านเกิด กล่าวว่า ถูกทำร้ายหัวแตก คิ้วแตก และถูกของแข็งทุบตามร่างกาย ถูกจับตัวไปตั้งแต่เวลา 22.00 น. วันที่ 15 พฤษภาคม มีการมัดมือมัดเท้า และมีแกนนำของกลุ่มชายฉกรรจ์เป็นอดีตนายพลคนมีสี นำตนไปคุยด้วย บอกให้เปิดเส้นทาง ช่วงนั้นก็เอารถ 18 ล้อขนแร่ออกไปประมาณ 13 คัน
ขณะที่ นายยนต์ คุณนา ชาวบ้านที่เข้าเวรยามและถูกกลุ่มชายชุดดำจับตัวและซ้อมบาดเจ็บ ตาปิดทั้ง 2 ข้าง เปิดเผยเหตุการณ์ว่า ขณะเกิดเหตุนอนอยู่ที่กระต๊อบข้างทาง มีชายฉกรรจ์เกือบ 100 คน จอดรถลงมาและจับซ้อมและมัด และยังปลดสร้อยคอทองคำ น้ำหนัก 1 บาท 2 สลึงไปด้วย โดยจับมัดมือไพล่หลังและพาตัวไปตั้งแต่ 4 ทุ่ม และปล่อยตัวเมื่อเวลา 04.30 น.ที่ผ่านมา
ด้าน พ.ต.อ.สมชาย ศรีคำแดง ผกก.สภ.วังสะพุง ได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมกับนายบรรพต ยาฟอง นายอำเภอวังสะพุง โดย พ.ต.อ.สมชาย กล่าวว่า ทราบจากการรายงานของร้อยเวรว่า เหตุเกิดเมื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 15 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ว่า มีกลุ่มชายฉกรรจ์และชาวบ้านเกิดการวิวาทชุลมุน จึงจัดกำลังตำรวจออกไประงับเหตุ แต่ด้วยความมืดยามวิกาลและมีการกั้นทางเข้าหมู่บ้าน โดยชาวบ้านบอกว่าไม่ให้เข้าเกรงว่าจะเกิดอันตรายมากกว่านี้ จึงเข้าไปช่วงเช้า ทราบว่ากลุ่มชายฉกรรจ์ 4 รถตู้ ประมาณ 30 คน เข้ามารื้อท่อและกำแพงอิฐคอนกรีตที่ชาวบ้านสร้างขึ้นไม่ให้รถบรรทุกเหมืองทองคำเข้า-ออก แต่ชาวบ้านห้ามรื้อถอนจึงเกิดเหตุ แต่สุดท้ายกลุ่มชายฉกรรจ์ก็รื้อกำแพงได้และขนสิ่งของด้วยรถพ่วง 6 คัน ออกไปจากเหมืองได้ ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บถูกนำส่งโรงพยาบาลวังสะพุง
"ด้านรูปคดี หากมีข้อมูลเท่านี้ก็เป็นการทำให้ทรัพย์สินเสียหาย ต้องตรวจสอบว่าทรัพย์สินใครบ้างและผู้บาดเจ็บมากน้อยแค่ไหน ถ้ามีข้อมูลหรือหลักฐานอื่นเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องกับความผิดก็จะสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อดำเนินคดีต่อไป โดยได้รายงานผู้บังคับบัญชาทราบแล้ว" พ.ต.อ.สมชาย กล่าว
รายงานจากชุดสืบสวนเปิดเผยว่า การกระทบกระทั่งที่เกิดขึ้นของชาวบ้าน อ.วังสะพุง ที่ต่อต้านการทำเหมืองมีมานานแล้ว และมีการเจรจากันมาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม มีชายฉกรรจ์อ้างตัวเป็นน้องชายของนายทหารนอกราชการชื่อดัง เข้ามาเจรจากับนายสุรพันธ์ รุจิไชยวัฒน์ แกนนำกลุ่มคนรักษ์บ้านเกิด เพื่อขอขนแร่ออกจากพื้นที่ แต่การเจรจาไม่เป็นผล และลุกลามมีปากเสียงกัน ต่อมาเวลา 21.00 น.กลุ่มชายฉกรรจ์กว่า 100 คน จึงบุกเข้ามาเปิดเส้นทางที่ชาวบ้านปิดกั้นไว้ แต่กลุ่มชาวบ้านพยายามขัดขวาง มีการยื้อแย่งทำร้ายร่างกายกัน ระหว่างนั้นมีเสียงปืนดังขึ้นเป็นระยะ และกลุ่มชายฉกรรจ์ได้คุมตัวแกนนำและชาวบ้านไว้ประมาณ 25 คน ก่อนปล่อยตัวออกมาภายหลัง กระทั่งเวลา 02.00 น. วันที่ 16 พฤษภาคม กลุ่มชาวบ้านต้องถอยร่นออกไป และมีชาวบ้านได้รับบาดเจ็บ 9 คน เกิดจากการชกต่อยไม่มีใครโดนอาวุธปืน
วันเดียวกัน เครือข่ายคณาจารย์ นิสิต นักศึกษา และประชาชนเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ออกแถลงการณ์ประณามกรณีกลุ่มชายฉกรรจ์ใช้ความรุนแรงกับชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากเหมืองทองคำ อ.วังสะพุง จ.เลย เป็นการกระทำละเมิดสิทธิมนุษยชนและสิทธิชุมชนขั้นร้ายแรง พร้อมเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ หน่วยงานภาครัฐ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องรักษากฎหมาย เร่งรัดนำตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย และปกป้องชีวิตของชาวบ้าน พร้อมขอวิงวอนองค์กรชาวบ้าน องค์กรภาคประชาสังคม และสื่อมวลชน ให้เคลื่อนไหวสนับสนุนชาวบ้าน รวมทั้งเข้าดูแลช่วยเหลือชาวบ้านอย่างเร่งด่วนที่สุดตามกำลังความสามารถ เนื่องจากประเด็นนี้เป็นประเด็นความไม่ยุติธรรมทางสังคมและการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่เป็นปัญหาร่วมของสังคมไทย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปัญหาความรุนแรงในพื้นที่เหมืองทองคำ ต.เขาหลวง อ.วังสะพุง จ.เลย เกิดจากชาวบ้านในนาม “กลุ่มคนรักษ์บ้านเกิด” ต.เขาหลวง อ.วังสะพุง คัดค้านการดำเนินการเหมืองแร่ทองคำของ บริษัท ทุ่งคำ จำกัด โดยเรียกร้องว่าเกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สุขภาพและวิถีชีวิตของคนในชุมชนอย่างน้อย 6 หมู่บ้าน ขณะที่บริษัทได้รับประทานบัตรการทำเหมืองแร่ตั้งแต่ปี 2538 ในพื้นที่จำนวน 6 แปลง รวม 1,300 ไร่ นอกจากนี้ยังมีพื้นที่อีก 106 แปลง รวมนับหมื่นไร่ในจังหวัด ที่ได้รับอาชญาบัตรพิเศษสำรวจและผลิตแร่ทองคำ โดยทยอยยื่นขอประทานบัตรอย่างต่อเนื่อง
ต่อมามีมติคณะรัฐมนตรีวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2554 ให้กระทรวงอุตสาหกรรมชะลอการขยายพื้นที่ใหม่หรือการขอประทานบัตรจนกว่าจะได้ข้อสรุปของสาเหตุการเกิดสารปนเปื้อน ผลการประเมินความคุ้มค่าของฐานทรัพยากรธรรมชาติและค่าภาคหลวงแร่กับวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้าน รวมทั้งรายงานการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมสุขภาพ (อีเอชไอเอ)
อย่างไรก็ตามกลุ่มชาวบ้านไม่ได้รับการดูแลจากหน่วยงานภาครัฐ จึงทำประชาคมหมู่บ้านเมื่อวันที่ 6 กันยายน 2556 และประกาศใช้ “ระเบียบชุมชนว่าด้วยการใช้ถนนชุมชนและการควบคุมน้ำหนักบรรทุก” โดยห้ามรถบรรทุกเกิน 15 ตัน และการขนสารเคมีอันตรายในถนนชุมชน พร้อมกับก่อกำแพงปิดถนนทางเข้าเหมือง เพื่อเป็นสัญลักษณ์ทางการต่อสู้



