ข่าว

ซ้ำรอยเซโวล!เฟอร์รี่บังกลาเทศล่มดับ12

ซ้ำรอยเซโวล!เฟอร์รี่บังกลาเทศล่มดับ12

16 พ.ค. 2557

เรือเฟอร์รี่บังกลาเทศ เจอพายุถล่มอับปางกลางแม่น้ำ พบศพแล้ว 12 ราย ระดมค้นหาเชื่อติดอยู่ในซากเรือหลายร้อยชีวิต

 
                          16 พ.ค. 57  สำนักข่าวต่าวประเทศรายงานว่า เกิดเหตุเรือเฟอร์รี่โดยสารสองชั้นล่มในแม่น้ำเมกห์นา ประเทศบังกลาเทศ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 12 ราย และสูญหายนับร้อยคน โดยเหตุเกิดในช่วงบ่ายของวันพฤหัสบดีที่ 15 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ส่วนสถานที่เกิดเหตุอยู่ในเขตมันชิกานจ์ห่างจากกรุงดักกาเมืองหลวงของบังกลาเทศไปทางใต้ประมาณ 50 กิโลเมตร
 
                          จากการสอบสวนเบื้องต้น เจ้าหน้าที่บังกลาเทศสันนิษฐานว่า เรือลำดังกล่าวผจญกับพายุโหมกระหน่ำส่งผลให้พลิกคว่ำอย่างรวดเร็ว และจมลงในที่สุด ทำให้ผู้โดยสารที่อยู่ในเรือมีเวลาหนีออกมาไม่มาก ทั้งนี้ในส่วนจำนวนผู้โดยสารบนเรือดังกล่าวไม่เป็นที่แน่ชัด ซึ่งเป็นปกติของเรือโดยสารในบังกลาเทศจะบรรทุกคนและสิ่งของเกินกำหนด เบื้องต้นคาดว่าอาจมีผู้โดยสาร 200-350 คน เนื่องจากพยานผู้รอดชีวิตเล่าว่า เรือเจอพายุ ส่งผลให้พลิกคว่ำ และจมลงอย่างรวดเร็ว
 
                          ภายหลังเกิดเหตุ กองทัพเรือบังกลาเทศ ร่วมกับเรือกู้ภัย และเรือสปีดโบทนับสิบลำ รวมทั้งนักประดาน้ำของหน่วยดับเพลิง ได้ทำการกู้ภัยยังจุดเกิดเหตุ ท่ามกลางกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวเป็นอุปสรรคแก่การค้นหาร่างผู้เสียชีวิต และกู้ซากเรือ ซึ่งหน่วยกู้ภัยเกรงว่า อาจพบผู้เสียชีวิตจำนวนมากติดอยู่ในซากเรือ ในขณะที่บนฝั่งแม่น้ำมีญาติของผู้โดยสารรอฟังข่าว ด้วยความหวังที่ริบหรี่
 
                          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประเทศบังกลาเทศต้องประสบปัญหาเรือโดยสารล่มซ้ำซาก เนื่องจากประชาชนต้องอาศัยการสัญจรทางน้ำเป็นหลัก ประกอบกับจำนวนแม่น้ำที่มีมากถึง 230 สายมีความคดเคี้ยว นอกจากนี้การออกแบบเรือที่ไม่ได้มาตรฐาน การไม่ดูแลเรือให้อยู่ในสภาพดี และการบรรทุกเกินขนาดเป็นประจำ เป็นอีกปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุเรือล่ม อีกทั้งพายุประจำถิ่นที่เรียกว่า คาลโบอิชาคี จะเกิดขึ้นในช่วงต้นของเดือนมิถุยายน ซึ่งถือเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุดังกล่าวในหลายครั้ง
 
                          เกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าว ล่าสุดสถานทูตไทยในบังกลาเทศแจ้งว่า เหตุการณ์เรือล่มในบังกลาเทศไม่มีคนไทยโดยสารอยู่ในเรือลำดังกล่าว
 
 
 
 
--------------------------
 
(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AFP)