ข่าว

'พท.'ยื่นอสส.สอบ'สุรชัย'

'พท.'ยื่นอสส.สอบ'สุรชัย'

16 พ.ค. 2557

'พท.' ยื่น อัยการสูงสุด สอบ 'สุรชัย' ชี้ หากตั้ง นายกฯ ม.7 ขัด รธน.ล้มล้างการปกครอง อัยการรับลูกคาดใช้เวลา 1 เดือนพิจารณาหลักฐาน

 
                          16 พ.ค. 57  เมื่อเวลา 09.30 น. นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยทีมทนายความ เดินทางเข้าพบ นายนันทศักดิ์ พูลสุข อธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ และโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อยื่นหนังสือถึงนายอรรถพล ใหญ่สว่าง อัยการสูงสุด ขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง และยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย กรณีนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ว่าที่ประธานวุฒิสภาคนใหม่ พร้อมพวก จะกระทำการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 7 เป็นการขัดบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 หรือไม่
 
                          โดยนายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า พฤติการณ์ของนายสุรชัย และ ส.ว.บางส่วน ที่พยายามผลักดันให้เกิดการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ตามมาตรา 7 ที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ที่มีหมายจับคดีกบฏติดตัว ยื่นข้อเสนอนั้น เป็นการกระทำโดยปราศจากอำนาจตามรัฐธรรมนูญรองรับ และเข้าข่ายเป็นการสนับสนุนการกระทำความผิดฐานเป็นกบฏ ถือเป็นการกระทำให้ได้มาอำนาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งไม่ได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ปี 2550 ซึ่งต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ ม.68 วรรคแรก จึงเสนอเรื่องให้อัยการสูงสุด ตรวจสอบข้อเท็จจริง และยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยต่อไป เพื่อสั่งห้ามนายสุรชัย กับพวก กระทำการที่จะเสนอตั้งนายกรัฐมนตรี ตาม ม.7 ซึ่งตนเห็นว่าทางออกที่ดีที่สุด ก็คือนายกรัฐมนตรี ที่มาจากการเลือกตั้ง ตามระบอบประชาธิปไตย 
 
                          ด้านนายนันทศักดิ์ โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวว่า อัยการรับเรื่องไว้แล้ว จะตั้งคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงทันที โดยพิจารณาพยานหลักฐาน หากพบว่า มีการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีเฉพาะกาล ม.7 เข้าข่ายขัดบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ที่จะเป็นการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยแล้ว ก็จะส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยชี้ขาดตามขั้นตอนต่อไป ทั้งนี้การพิจารณาคาดว่าใช้ระยะเวลาไม่เกิน 1 เดือน
 
 
 
 
'อนุสรณ์' ไล่ 'อภิสิทธิ์' ลาออกหัวหน้าพรรคไปเป็นลูกน้อง 'สุเทพ'
 
 
                          นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาสนับสนุนแนวทางนายกฯคนกลาง นั้นเป็นแนวคิดที่น่าละอาย หันหลังให้ระบบรัฐสภา มุ่งหน้าเข้าหาม็อบข้างถนน เป็นอันธพาลครองเมือง ขอเสนอให้นายอภิสิทธิ์ ลาออกจาการเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปปัตย์ ไปเป็นลูกน้องนายสุเทพในเวทีกปปส.  
 
 
 
 
'พท.' เตือน 'สุรชัย' อย่าฝืนเดินนอกกรอบ รธน. แนะลดทิฐิ 
 
 
                          นายชวลิต วิชยสุทธิ์ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขอให้นายสุรชัย อย่าฝืนเดินนอกกรอบรัฐธรรมนูญ อย่าโยนภาระ โยนความเดือดร้อนทูลเกล้าฯ ตั้งนายกฯ คนกลาง นายกฯ เฉพาะกิจ อันเป็นการระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท คนไทยผู้มีความจงรักภักดีไม่ควรทำ ทั้งนี้ หน้าที่ของนายสุรชัย ในอนาคต คือ ประธานวุฒิสภา ซึ่งเป็นตำแหน่งอันมีเกียรติยิ่ง เท่าที่รู้จักนายสุรชัย ในการทำงานในรัฐสภาในสมัยประชุมที่ผ่านมา นายสุรชัย เป็นคนฉลาด จบกฎหมาย จบเนติบัณฑิตไทย มีประสบการณ์มากมาย มีหนทางก้าวหน้าในหน้าที่รออยู่ คงไม่มาจบชีวิตทางการเมือง ด้วยการกระทำที่ผิดกฎหมายเสียเอง อย่างไรก็ตาม ตนสงสัยว่า ทางออกในการแก้ไขปัญหาบ้านเมืองที่ชอบด้วยกฎหมายที่คนส่วนใหญ่และนานาอารยประเทศยอมรับนั้น ทำไมไม่เดิน กลับพยายามเดินทางที่ผิดกฎหมาย การให้เนติบริกรหาช่องว่าง ข้อยกเว้นเท่ารูเข็มและตันนั้นอย่าทำเลย นิสัยคนไทยอะไรๆ ก็พอทนได้ แต่ถ้าอยุติธรรมทนไม่ได้ กลียุคแน่
 
                          นายชวลิต กล่าวอีกว่า เมื่อคืนตนดูละครอย่าลืมฉันตอนจบ ได้คติชีวิตที่ผู้ประพันธ์นำคำสอนทางพุทธศาสนามาแก้ปัญหาที่ยากมาก แต่สามารถแก้ได้ด้วยการละทิฐิ บางครั้งเมื่อเราตัน ต้องเอาหลักธรรมทางศาสนามาประยุกต์ใช้ ก็จะสามารถก้าวข้ามสถานการณ์ความรุนแรงได้ ขอแนะนำอย่างกัลยาณมิตรว่า อย่าฝืนเลย อย่าฝืนกฎหมาย ทางออกของประเทศ คือ การร่วมมือกันรักษาระบอบประชาธิปไตยไว้ เดินทางสายกลางด้วยการจัดให้มีการเลือกตั้งแบบมีเงื่อนไขเพื่อการปฏิรูปประเทศ โดยมีประธานองค์กรตามรัฐธรรมนูญเป็นสักขีพยานการลงนามในสัตยาบันระหว่างพรรคการเมืองต่างๆ และผู้เกี่ยวข้อง เราก็จะก้าวข้ามวิกฤติได้