ข่าว

'นิวัฒน์ธำรง'ปักหลักภาคเหนือ

'นิวัฒน์ธำรง'ปักหลักภาคเหนือ

16 พ.ค. 2557

'นิวัฒน์ธำรง' ปักหลักภาคเหนือ ไม่รู้ข่าวนัดคุยส.ว.พรุ่งนี้ ระบุเสาร์-อาทิตย์ติดงานเชียงใหม่ ชี้ตั้งรบ.เฉพาะกิจต้องยึดกม. 'ชัชชาติ' คาดใช้งบ 100 ล.ซ่อมถนน-สะพาน

 
                       16 พ.ค.57 เมื่อเวลา 11.40 น. นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ระหว่างลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจชาวบ้านที่เดือดร้อนจากเหตุแผ่นดินไหวจ.เชียงราย ถึงการเดินสายของนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานวุฒิสภา ว่าที่ประธานวุฒิสภาและส.ว.บางส่วนได้รับการยอมรับจากคนส่วนใหญ่เรื่องการตั้งรัฐบาลเฉพาะกิจว่า ตนเคยพูดแล้วว่าทำทุกอย่างต้องยึดของกฎหมาย การจะตั้งรัฐบาลหรือครม. ต้องนำเรื่องขึ้นทูลเกล้าฯ และการทูลเกล้าฯในเรื่องต่างๆจะต้องทำอย่างถูกต้อง มีกฎหมายรองรับ มิฉะนั้นจะเดินต่อไปไม่ได้ รัฐบาลได้ติดตามอยู่ตลอดว่าหากฝ่ายดังกล่าวเสนอในส่วนที่เราต้องดำเนินการต่อไป ต้องดู ถ้าเป็นข้อเสนอที่ดี ถูกต้องตามกฎหมาย รัฐบาลก็ยินดีอยู่แล้ว
 
                       เมื่อถามว่า รัฐบาลมองว่าข้อเสนอตั้งรัฐบาลเฉพาะกิจไม่ถูกต้องตามกฎหมายใช่หรือไม่ นายนิวัฒน์ธำรง กล่าวว่า เรายังไม่เห็นข้อเสนอ
 
                       เมื่อถามย้ำว่า มีการอ้างว่ารัฐบาลนัดหารือกับทางวุฒิสภาในวันที่ 17 พ.ค.นี้ จะเดินหน้าอย่างไร นายนิวัฒน์ธำรง ปฏิเสธว่า “ไม่ทราบ วันนี้ผมมาปฏิบัติราชการที่จ.เชียงราย ส่วนวันที่ 17 พ.ค.มีภารกิจต้องปฏิบัติราชการที่จ.เชียงใหม่ ทั้งวันเสาร์และอาทิตย์ ผมอยู่ที่ภาคเหนือ”
 
                       เมื่อถามว่าวุฒิสภาระบุรัฐบาลตอบรับที่จะหารือแล้ว ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร นายนิวัฒน์ธำรง กล่าวว่า ไม่ใช่ตน ตนไม่เคยตอบรับ เมื่อถามว่าจะส่งตัวแทนไปหารือหรือไม่ นายนิวัฒน์ธำรง กล่าวว่า ทางวุฒิสภาคงต้องการให้ตนไปหารือเพื่อใช้อำนาจหน้าที่ของนายกฯ ผู้สื่อข่าวถามว่าวุฒิสภาระบุว่าได้เสนอชื่อประธานและรองประธานวุฒิสภาให้รัฐบาลนำขึ้นทูลเกล้าฯแล้ว ได้รับเรื่องแล้วหรือยัง นายนิวัฒน์ธำรง กล่าวว่า ยังไม่มีการประสานหรือติดต่อมา ตนยังไม่เห็นเรื่อง นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกฯก็ยังไม่ได้ส่งเรื่องอะไรมาให้ ยืนยันว่าภารกิจของตนในช่วงวันหยุดนี้จะอยู่ที่จ.เชียงรายและจ.เชียงใหม่และอาจไปดูพื้นที่ที่จ.ลำพูนด้วย เพราะเมื่อลงพื้นที่มาแล้วต้องใช้เวลาให้เป็นประโยชน์
 
                       เมื่อถามว่าในตำแหน่งประธานและรองประธานวุฒิสภา หากเสนอชื่อมาให้ทูลเกล้าฯรัฐบาลต้องส่งเรื่องให้คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาก่อนหรือไม่ นายนิวัฒน์ธำรง กล่าวยอมรับว่าใช่ เนื่องจากมีคนไปยื่นร้องกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายแห่ง อาทิ ป.ป.ช. และช่วงที่เปิดประชุมวุฒิสภาสมัยวิสามัญก็มีเพียง 2 วาระคือการแต่งตั้งคณะกรรมการป.ป.ช.และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของศาลปกครอง ไม่มีวาระการเลือกตั้งประธานและรองประธานวุฒิสภา ซึ่งเป็นประเด็นที่เกี่ยวกับข้อกฎหมาย ตนเคยพูดแล้วว่าหากจะนำเรื่องขึ้นทูลเกล้าฯจะต้องถูกต้องทั้งหมด ถ้าไม่ถูกต้องทางสำนักราชเลขาธิการก็คงไม่ส่งเรื่องอยู่แล้ว เพราะต้องทำหน้าที่ให้ถูกต้อง ฉะนั้นรัฐบาลต้องส่งเรื่องให้คณะกรรมการกฤษฎีกา
 
                       เมื่อถามว่าเป็นห่วงสถานการณ์ช่วงวันหยุดนี้หรือไม่เนื่องจากนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส. ประกาศจะระดมพลและทำทุกอย่างให้จบภายในวันหยุดนี้หากไม่มีคำตอบที่ชัดเจน นายนิวัฒน์ธำรง กล่าวว่า ต้องเรียนถึงทุกภาคส่วนและทุกฝ่ายว่าการดำเนินการใดๆต้องยึดกฎหมายเป็นที่ตั้ง เพราะสุดท้ายทุกอย่างต้องมีกฎหมายรองรับ การใดๆจึงจะสำเร็จได้ ฉะนั้นต้องรอดูว่าข้อเสนอของแต่ละฝ่ายมีกฎหมายใดรองรับหรือไม่
 
                       ต่อข้อถามว่าขณะนี้หลายฝ่ายมองว่าอาจมีการประกาศกฎอัยการศึกเพื่อรักษาความสงบในบ้านเมือง นายนิวัฒน์ธำรง กล่าวว่า เรื่องนี้พูดกันไปเอง เมื่อถามย้ำว่าวันที่ 15 พ.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ออกแถลงการณ์ 7 ข้อถือเป็นการตั้งข้อสังเกตหรือไม่ นายนิวัฒน์ธำรง กล่าวว่า ผบ.ทบ.พูดมีขั้นตอนมากมาย แต่พวกเราไปสรุปคำท้ายคำเดียวมันก็ไม่ถูกต้อง ต้องฟังว่าทั้งหมดผบ.ทบ.พูดอะไรบ้าง  เมื่อถามว่าแสดงว่าไม่ใช่การขู่ของฝ่ายกองทัพใช่หรือไม่ นายนิวัฒน์ธำรง กล่าวยิ้มๆว่า “ไม่ใช่ เป็นเรื่องของการปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ” เมื่อถามว่าเป็นห่วงหรือไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์จลาจลขึ้นในประเทศ ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกฯ ปฏิเสธที่จะตอบคำถามโดยกล่าวเลี่ยงว่า เราไปดูพื้นที่ที่ประสบเหตุแผ่นดินไหวกันดีกว่า
 
 
'ชัชชาติ' คาดใช้งบ 100 ล้านบาท ซ่อมถนน-สะพาน
 
 
                       เมื่อเวลา 08.00 น. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วยนายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้เดินทางโดยเครื่องบินฟอกเกอร์ของกองบินตำรวจเพื่อตรวจพื้นที่ประสบภัยพิบัติแผ่นดินไหว ที่จังหวัดเชียงราย
 
                       ทั้งนี้ นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี ที่ไม่ได้เดินทางมาขึ้นตามกำหนดการเดิมเนื่องจากได้เดินทางไปล่วงหน้าเมื่อวานนี้ (15 พ.ค.) แล้ว
 
                       อย่างไรก็ตาม สำหรับภารกิจนายนิวัฒน์ธำรงและคณะในวันเดียวกันนี้ จะลงพื้นที่เพื่อตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจประชาชนที่ประสบภัยพิบัติแผ่นดินไหว โดยมีนายวิบูลย์ สงวนพงศ์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายศิริพงษ์ ห่านตระกูล อธิบดีกรมการปกครอง นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นายวัลลภ พริ้งพงษ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นร่วมคณะ
 
                       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงเช้าวันนี้ปฏิบัติหนัาที่แทนนายกรัฐมนตรีได้เดินทางไปรับฟังการสรุปบรรยายความเสียหายและประชุมส่วนราชการที่ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวงจากนั้นลงพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายจากการเกิดแผ่นดิวไหนทั้งที่ถนนสายเชียงราย-เชียงใหม่ บริเวณบ้านห้วยส้านยาวที่ถนนทรุดตัวเป็นระยะทางกว่า 5 กิโลเมตร ตรวจเยี่ยมศูนย์พักพิงชั่วคราวโรงเรียนบ้านห้วยส้านยาว ตำบลดงมะดะ อำเภอแม่ลาว ตรวจเยี่ยมวัดอุดมวารี ตำบลทรายขาว อำเภอพานที่พระพุทธรูปได้รับความเสียหายเศียรหัก รวมถึงเดินทางไปให้กำลังใจและตรวจเยี่ยมสภาพความเสียหายของบ้านเรือนประชาชนที่โรงเรียนพานพิทยาคมและจุดสุดท้ายปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรีเดินทางไปยังวัดร่องขุ่น ตำบลป่าอ้อดอนชัย อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ก่อนที่จะเดินทางกลับกรุงเทพฯ ในเวลา 18.30 น.
 
                       นายชัชชาติ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีสถานการณ์ความเสียหายทางด้านคมนาคมหลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวในเขตจังหวัดภาคเหนือว่า จุดหลักที่เสียหายคือถนนหมาย 118 เขตจังหวัดเชียงใหม่-เชียงรายที่กิโลเมตร 151 ซึ่งทางกระทรวงคมนาคมไม่ได้มีการปิดเส้นทางรถ แต่สั่งการให้กรมทางหลวงทำทางเบี่ยงในจุดที่ไม่มีการสไลด์ของดินเปิดให้รถวิ่งตามปกติ ส่วนจุดที่สไลด์ก็กลับคืนสู่สภาพเดิมแล้ว อย่างไรก็ตามจะทำการเปลี่ยนแปลงเส้นทางประมาณ 300 เมตรจากจุดที่เสียหายคาดว่าจะซ่อมแซมส่วนที่เสียหายให้แล้วเสร็จภายใน 2 เดือน
 
                       ส่วนสถานการณ์ตอนนี้ยังมีอาฟเตอร์ช็อกเป็นระยะๆ ทำให้เกิดรอยร้าวในถนนบางจุด เช่น สาย 118 จะมีรอยร้าวในกิโลเมตรที่ 141 ซึ่งมีรอยแตกร้าวเดิมอยู่เนื่องจากกรมทางหลวงยังไม่มีการซ่อมแซมจุดเดิมที่เคยเสียหายทำให้ขณะนี้เกิดรอยร้าวเพิ่มมากขึ้นเราจึงต้องเฝ้าระวังตลอด ส่วนสะพานลอยคนข้ามที่ได้รับความเสียมีจำนวน 2 จุดที่ต้องรื้อถอนทันที
 
                       ทั้งนี้กรมทางหลวงได้เฝ้าระวังและเข้าตรวจสอบความเสียหายสะพานลอยทั้ง 218 จุดในเขตรัศมี 50 กิโลเมตร เพื่อความปลอดภัยของประชาชน ซึ่งตนคาดว่าจะใช้งบประมาณกรมทางหลวงไม่เกิน 100 ล้านบาท หากไม่พออาจต้องขอใช้งบกลางซึ่งจะต้องมีการขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก่อน ส่วนท่าอากาศยานทุกแห่งในเขตจังหวัดเหนือตอนบนยังคงเปิดใช้บริการตามปกติ 
 
                       ส่วนความเสียหายจากเหตุแผ่นดินไหวที่วัดร่องขุ่น จังหวัดเชียงราย นายชัชชาติ กล่าวว่า ตนกำลังตรวจสอบพร้อมทั้งให้กำลังใจ เพราะทางวัดไม่ต้องการความช่วยเหลืออะไร เนื่องจากความเสียหายทั้งหมดสามารถซ่อมบูรณะใหม่ได้ ซึ่งในอนาคตต้องมีการปรับปรุงโครงสร้างของวัดให้ดีขึ้น อย่างไรก็ตามการป้องกันแผ่นดินไหวในอนาคตได้มีการวางแผนเรื่องการออกแบบอาคารสถานที่เพื่อรองรับความเสียหายต่างๆ