ข่าว

วุฒิฯเผย'บวรศักดิ์-มีชัย'ชี้ช่องเลือกนายกฯได้

วุฒิฯเผย'บวรศักดิ์-มีชัย'ชี้ช่องเลือกนายกฯได้

15 พ.ค. 2557

วุฒิสภาแจ้ง17พ.ค.'นิวัฒน์ฯ'นัดถก เผย'บวรศักดิ์-มีชัย'ชี้ใช้ม.180สรรหานายกฯได้ ด้านกกต.คลอดแล้วระเบียบรับสมัครทางไปรษณีย์หากเกิดจลาจล

              เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 15 พ.ค.2557  ที่อาคารรัฐสภา คณะทำงานด้านประชาสัมพันธ์ เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาบ้านเมือง แถลงผลการหารือร่วมกับที่ประชุมอธิการบดี, หน่วยงานความมั่นคง, ส่วนราชการ, องค์กรสื่อมวลชนและกลุ่มเอ็นจีโอ โดยนายสมชาย แสวงการ ส.ว.สรรหา แถลงว่าองค์กรที่ได้หารือกับวุฒิสภาเห็นร่วมกันว่าต้องมีรัฐบาลที่มีอำนาจเต็มในการเข้ามาแก้ไขปัญหาของประเทศ ส่วนแนวทางจะเป็นอย่างไรนั้นต้องรอการพิจารณาของที่ประชุมวุฒิสภา ในวันที่ 16 พ.ค. โดยนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานวุฒิสภา ฐานะปฏิบัติหน้าที่แทนประธานวุฒิสภา จะเป็นผู้แถลงผลสรุปอีกครั้งหนึ่ง ในช่วงบ่าย

             อย่างไรก็ตามหลังจากที่วุฒิสภาแถลงแนวทางแก้ปัญหาบ้านเมืองแล้ว ในวันที่ 17 พ.ค. นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกฯ ฐานะปฏิบัติหน้าที่นายกฯ ได้ประสานร่วมหารือกับคณะทำงานแล้ว ส่วนเวลาและสถานที่นั้นจะมีการประสานกันอีกครั้ง ทั้งนี้ตนขอเรียกร้องให้กลุ่มนปช. ตอบรับการหารือร่วมกับวุฒิสภาด้วยและอย่าสร้างเงื่อนไขใดที่จะนำไปสู่ความขัดแย้งที่เพิ่มขึ้น

             นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ ส.ว.สรรหา กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับแนวทางของวุฒิสภาต่อการหาทางออกนั้นยืนยันว่าจะไม่ใช่แนวทางที่อยู่รัฐธรรมนูญ ส่วนการได้มาซึ่งนายกรัฐมนตรีคนกลางภายใต้รัฐธรรมนูญนั้น หากจะเป็นบทบัญญัติในมาตรา 7 ยังถือว่าเป็นแนวทางที่อยู่ในรัฐธรรมนูญเช่นเดียวกัน

             ขณะที่พล.อ.อ.วีรวิท คงศักดิ์ ส.ว.สรรหา กล่าวว่าตามที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าหากมีรัฐบาลเฉพาะกิจแล้วจะเป็นการทับซ้อนรัฐบาลรักษาการชุดปัจจุบัน นั้น ตนมองว่ารัฐบาลปัจจุบันไม่ใช่รัฐบาลรักษาการ แต่อยู่ปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 180 และในวรรคท้ายของรัฐธรรมนูญ มาตรา 180 ที่มีบทบัญญัติให้สรรหานายกฯ ตามมาตรา 172 โดยอนุโลมนั้น ตามกระบวนการที่ได้หารือกับนายบวรศักดิ์ อุวรรโณ และ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ฐานะกรรมการกฤษฎีกา พบว่าวุฒิสภาสามารถใช้อำนาจโดยอนุโลมตามมาตรา 180 วรรคท้ายได้ ดังนั้นเมื่อมีนายกรัฐมนตรีเฉพาะกาลแล้วโดยการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง จะทำให้รัฐบาลที่ปฏิบัติหน้าที่ปัจจุบันหมดหน้าที่ไป ดังนั้นจึงไม่ถือว่าทับซ้อนระหว่างรัฐบาล


กกต.แก้ระเบียบรับสมัครทางไปรษณีย์ได้ หากเกิดเหตุจลาจล

             ผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักงาน กกต. วันนี้ (15 พ.ค.) ว่า ได้มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา เรื่องระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2557 ที่ลงนามโดยนายศุภชัย สมเจริญ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง โดยให้เพิ่มข้อความในข้อ 74/1 ในกรณีมีเหตุจําเป็นเฉพาะพื้นที่ที่ไม่สามารถดําเนินการสมัครรับเลือกตั้ง ตามข้อ 74 ได้ เนื่องจากเกิดจลาจล อุทกภัย อัคคีภัย เหตุสุดวิสัย หรือเหตุจําเป็นอื่น คณะกรรมการการเลือกตั้งอาจกําหนดให้ดําเนินการรับสมัครเลือกตั้งในท้องที่ที่เห็นว่าจะสามารถดําเนินการรับสมัครได้สําเร็จเรียบร้อย หรือดําเนินการรับสมัครเลือกตั้งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนด่วนพิเศษที่จัดส่งโดยองค์กรของรัฐหรือเอกชน หรือดําเนินการรับสมัครเลือกตั้งทางอินเทอร์เน็ตได้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกําหนด

             และให้ยกเลิกความในข้อ 78 และให้ใช้ความ ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งหรือผู้ที่คณะกรรมการการเลือกตั้งมอบหมายตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อทุกคน ว่ามีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ตามข้อ 71 หรือไม่ ภายใน 12 วันนับแต่วันปิดการรับสมัครถ้าเห็นว่าถูกต้องให้ดําเนินการตามข้อ 80 และให้ยกเลิกความในข้อ 84/1 และให้ใช้ความ ในกรณีมีเหตุจําเป็นเฉพาะพื้นที่ที่ไม่สามารถดําเนินการสมัครรับเลือกตั้ง ตามข้อ 84 วรรคหนึ่งได้ เนื่องจากเกิดจลาจล อุทกภัย อัคคีภัย เหตุสุดวิสัย หรือเหตุจําเป็นอื่น ผู้อํานวยการการเลือกตั้งประจําเขตเลือกตั้งอาจกําหนดให้ดําเนินการรับสมัครเลือกตั้งในท้องที่ที่เห็นว่าจะสามารถดําเนินการรับสมัครได้สําเร็จเรียบร้อย หรือดําเนินการรับสมัครเลือกตั้งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนด่วนพิเศษที่จัดส่ง โดยองค์กรของรัฐหรือเอกชน หรือดําเนินการรับสมัครทางอินเทอร์เน็ตได้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกําหนด ทั้งนี้ได้ออกประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการรับสมัครเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรณีมีเหตุจําเป็นเฉพาะพื้นที่ พ.ศ. 2557 ด้วย

             โดยมีใจความสำคัญระบุว่า เมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศกําหนดวันรับสมัครเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแล้ว แต่กรณีมีเหตุจําเป็นเฉพาะพื้นที่ คณะกรรมการการเลือกตั้งอาจประกาศขยายระยะเวลาการรับสมัครเลือกตั้งทุกแบบและทุกเขตเลือกตั้งออกไปทั้งหมด หรือเฉพาะการรับสมัครเลือกตั้งแบบใดแบบหนึ่ง หรือเฉพาะการรับสมัครเลือกตั้งในบางเขตเลือกตั้งเป็นครั้งๆ ได้จนกว่าจะสามารถรับสมัครเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อและแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ให้ได้ครบทั้งสองแบบและครบทุกเขตเลือกตั้ง ในการประกาศขยายระยะเวลาการรับสมัครเลือกตั้งตามวรรคหนึ่ง ให้ดําเนินการประกาศ ก่อนครบกําหนดระยะเวลาที่ประกาศไว้

             เมื่อมีเหตุจำเป็น คณะกรรมการการเลือกตั้งหรือผู้อํานวยการการเลือกตั้งประจําเขตเลือกตั้งอาจประกาศเปลี่ยนแปลงสถานที่ไปดําเนินการรับสมัครเลือกตั้งในท้องที่ที่จะดําเนินการได้สําเร็จเรียบร้อยได้ภายในกําหนด ที่คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศขยายระยะเวลาการรับสมัครเลือกตั้ง ตามข้อ 4 และให้กําหนดวิธีการอํานวยความสะดวกในการยื่นใบสมัครแก่ผู้สมัครรับเลือกตั้งในประกาศดังกล่าวได้ตามที่ เห็นสมควร อาจมอบอํานาจ ให้ผู้อํานวยการการเลือกตั้งประจําจังหวัดใดหรือทุกจังหวัดเป็นผู้รับเอกสารใบสมัครรับเลือกตั้งจากพรรคการเมือง หรือผู้สมัครรับเลือกตั้งไว้ เพื่อส่งต่อให้แก่คณะกรรมการการเลือกตั้งหรือผู้อํานวยการการเลือกตั้งประจําเขตเลือกตั้งได้ ในการนี้ ให้ผู้อํานวยการการเลือกตั้งประจําจังหวัดตรวจสอบความครบถ้วนของเอกสารแล้วจัดส่งเอกสารให้คณะกรรมการการเลือกตั้งหรือผู้อํานวยการการเลือกตั้งประจํา เขตเลือกตั้งโดยพลัน พร้อมสําเนาการลงเวลารับเอกสารใบสมัครรับเลือกตั้ง

             ในกรณีที่ไม่สามารถดําเนินการได้ ให้ประกาศกําหนดการรับสมัครเลือกตั้งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนด่วนพิเศษ และหรือประกาศกําหนดการรับสมัครเลือกตั้งทางอินเทอร์เน็ต จากนั้นให้คณะกรรมการการเลือกตั้งหรือผู้อํานวยการการเลือกตั้งประจําเขตเลือกตั้งเป็นผู้ดําเนินการจับสลากลําดับที่การยื่นใบสมัครรับเลือกตั้งแทนพรรคการเมืองหรือผู้สมัครรับเลือกตั้ง