ข่าว

"น้องณี" ท้อใจ 
ส.เป้าบินเมิน
อาจลาทีมชาติ

"น้องณี" ท้อใจ ส.เป้าบินเมิน อาจลาทีมชาติ

27 มิ.ย. 2552

"น้องณี" สุธิยา จิวเฉลิมมิตร นักยิงเป้าบินสาวมือ 1 ไทย เคลียร์ปัญหาเรื่องเงินรางวัลจากกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติแล้ว "บิ๊กหนุ่ม" กนกพันธุ์ จุลเกษม ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) รับเป็นกรณีศึกษา เผยสมาคมเป้าบินไม่ค่อยใส่ใจ ค่าใช้จ่ายต้องพึ่งตัวเองแล

เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน  "น้องณี" สุธิยา จิวเฉลิมมิตร นักยิงเป้าบินทีมชาติไทยอันดับ 5 โอลิมปิกเกมส์ 2008 เดินทางไปเข้าพบ "บิ๊กหนุ่ม" นายกนกพันธุ์ จุลเกษม ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ที่สำนักผู้ว่าการ เพื่อสอบถามและชี้แจงเกี่ยวกรณีเงินรางวัลจากกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ โดย "น้องณี" ซึ่งคว้าเหรียญเงินจากการแข่งขันเอเชี่ยน ชู้ตติ้ง แชมเปี้ยนชิพ ที่ประเทศคูเวต เมื่อปี 2007 แต่ไม่ได้รับเงินรางวัลทั้งที่เป็นรายการใหญ่ที่จัดการแข่งขันทุก 4 ปี และเป็นการแย่งตั๋วโอลิมปิกเกมส์ แต่ในระเบียบของกองทุนระบุว่าจะให้เงินรางวัลในระดับเอเชีย สูงสุดแต่ละสมาคมกีฬาแต่ละปีแค่ 1 รายการ ซึ่งสมาคมยิงเป้าบินแห่งประเทศไทยเลือกรายการ เอเชี่ยนเคลย์ ชู้ตติ้ง แชมเปี้ยนชิพ 2007 ที่มะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ ที่นักกีฬาได้ 3 เหรียญเงิน 1 เหรียญทองแดง ทำให้ในรายการของสุธิยา ที่ได้เหรียญเงินต้องหมดสิทธิ์ไปโดยปริยาย


 หลังการพูดคุยกว่า 1 ชั่วโมง นายกนกพันธุ์ เปิดเผยว่า ตนเข้าใจและเห็นใจ "น้องณี" ที่ทำผลงานได้ดีเยี่ยม และอยากจะมอบเงินรางวัลให้เป็นกำลังใจแต่ไม่สามารถทำได้เพราะผิดระเบียบของกองทุน แต่วันที่ 29 มิถุนายนนี้ ตนจะไปคุยกับนายสืบชัย ไชยนุวัติ นายกสมาคมยิงเป้าบิน เพื่อหารือและถ้าเป็นไปได้จะแบ่งเงินรางวัลมาเป็นกำลังใจให้ "น้องณี" ด้วย เรื่องนี้ถือเป็นกรณีศึกษาได้เป็นอย่างดี เพราะกฎระเบียบของกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติมีการเปลี่ยนแปลงทุกปี ซึ่งไม่มีการลงรายละเอียดลึกว่าในแต่ละประเภทที่นักกีฬาไทยได้เหรียญรางวัลนั้นมีคู่แข่งกี่ชาติ อย่าง ประเภทแทร็ป และดับเบิลแทร็ป ทีมหญิงที่ได้เหรียญเงินมีแค่ 2 ชาติ เพราะฉะนั้นจะต้องไปแก้ไขให้มีความเหมาะสมมากกว่านี้ 


 ขณะที่ "น้องณี" กล่าวว่า หลังจากคุยกับผู้ว่าการ กกท.แล้ว ก็ดีใจที่จะมีการปรับปรุงแก้ไขกฎเกณฑ์ของระเบียบกองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติต่อไป ให้มีช่องโหว่น้อยลง นักกีฬาจะได้ภูมิใจกับเงินรางวัลที่ได้รับจากการทำผลงานเพื่อชาติ ส่วนการร้องเรียนครั้งนี้ไม่กลัวว่าจะมีใครในสมาคมโกรธ เพราะถือว่าได้ทำในสิ่งที่ถูกต้อง ที่ผ่านมาตนพึ่งเงินจากทางบ้านและบริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด  สมาคมไม่ได้เหลียวแลมากนัก โดยเฉพาะเรื่องเงินเดือนที่เรียกร้องไปประมาณ 5 หมื่นบาทต่อเดือน เพราะตนไม่ได้ทำงานอื่น ฝึกซ้อมเพื่อแข่งขัน เพื่อชื่อเสียงของประเทศตลอด ก็ไม่ได้รับความสนใจ ค่าจ้างโค้ชวันละ 1 หมื่นบาท หรือการจัดการด้านต่างประเทศ ตนจัดการเองทั้งหมด ที่ผ่านมาค่อนข้างเหนื่อย เพราะเป้าหมายคือการเป็นอันดับ 1 ของโลก และคว้าโควตาไปโอลิมปิกเกมส์ให้ได้ ซึ่งจะเริ่มขึ้นในปี 2010 เป็นต้นไป แต่ถ้ายังไม่ได้รับการใส่ใจแบบนี้อาจจะเลิกเล่นทีมชาติก็ได้