
เหมืองถ่านหินตุรกีระเบิดตายพุ่ง274
15 พ.ค. 2557
ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุเหมืองถ่านหินของตุรกีระเบิด พุ่งเป็น 274 คนแล้ว
15 พ.ค.57 ชาวตุรกีที่โกรธแค้น ได้ส่งเสียงตะโกนซักถามนายกรัฐมนตรีเรเจ๊บ ไตยิบ เอดวน และพยายามเบียดเสียดขบวนของเขา ในขณะเดินทางไปถึงจังหวัดมานีซา ที่เกิดเหตุระเบิดและเพลิงไหม้ที่เหมืองถ่านหิน ที่มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 274 คน อันเป็นอุบัติภัยที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์อุตสาหกรรมถ่านหินของตุรกี ท่ามกลางรายงานข่าวการประท้วงในหลายเมือง และผู้ประท้วงได้ปะทะกับตำรวจปราบจลาจลด้วย
ในขณะที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยยังคงนำร่างผู้เสียชีวิตขึ้นมาจากเหมืองถ่านหิน ในเมืองโซม่า ความโกรธแค้นของมวลชนได้ลุกลามไปทั่วประเทศ ที่แม้เศรษฐกิจจะเติบโตในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา แต่ยังคงเป็นหนึ่งในประเทศ ที่ระบบความปลอดภัยในการทำงานเลวร้ายที่สุดในโลกด้วย
นายกรัฐมนตรีเอดวน ได้แสดงความเสียใจขณะลงตรวจเยี่ยมพื้นที่เกิดเหตุ ที่อยู่ห่างไปทางใต้ของนครอิสตันบุล 480 กิโลเมตร และเชื่อว่า ยังมีคนงานเหมืองอีกราว 100 คน ติดอยู่ในอุโมงค์ใต้ดิน ซึ่งเขากล่าวว่า เราเป็นชาติที่มีประชากร 77 ล้านคน ที่ต้องเผชิญความเจ็บปวดอย่างยิ่งยวดด้วยกัน แต่เขาก็พยายามกล่าวปกป้องข้อบกพร่องในเรื่องการดูแลความปลอดภัยเช่นกัน โดยเมื่อถูกถามว่า ได้มีการวางมาตรการป้องกันไว้ก่อนอย่างเพียงพอหรือไม่ เขาตอบว่า การระเบิดที่เหมืองแบบนี้ เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา และมันก็เหมือนกับที่อื่น ๆ ในโลกเช่น เหตุการณ์ที่อังกฤษ เมื่อปี ค.ศ.1862
ประชาชนที่โกรธแค้น ได้ระบายอารมณ์ด้วยการขว้างปากระจกอาคารรัฐบาลในเมืองโซม่าและร้องตะโกนเรียกร้องให้นายเอดวนลาออก ขณะที่ฝูงชนอีกส่วนหนึ่งยืนเรียงรายบนถนนและโห่ใส่ตอนที่นายเอดวนเดินผ่าน และพยายามเบียดเสียดเจ้าหน้าที่คุ้มกันเขา มีบางคนไล่เตะรถยนต์ของเขาในขณะแล่นออกจากพื้นที่ด้วย
ฝ่ายที่ต่อต้านในเอดวน ที่ได้จัดการชุมนุมประท้วงใหญ่ต่อต้านรัฐบาลของเขา มาตั้งแต่ปีที่แล้ว ได้โจมตีรัฐบาลว่า ให้ภาคเอกชนที่มีสายสัมพันธ์กับพรรครัฐบาลเช่าเหมือง และละเลยคำเตือนหลายครั้งเรื่องความปลอดภัยของคนงานเหมือง
ที่นครอิสตันบุล ตำรวจได้ยิงแก๊สน้ำตา และใช้สายน้ำฉีดแรงดันสูง สลายประชาชนหลายพันคน บางคนสวมหมวกที่คนงานเหมืองใช้ ตำรวจยังได้ปะทะกับผู้ประท้วงที่กรุงอังการ่านอกจากอีกหลายเมืองใหญ่ที่มีการประท้วงรูปแบบเดียวกัน มีบางคน ใช้สื่อสังคมออนไลน์ในการระบายความไม่พอใจการรับมือวิกฤติของรัฐบาล โดยบอกว่า มันน่าเย้ยหยัน ที่นายกรัฐมนตรีของตุรกี เอาเหตุอุบัติภัยในเหมืองที่อังกฤษเมื่อสมัยศตวรรษที่ 19 มาเปรียบเทียบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศของตัวเองในปัจจุบัน
ไฟที่โหมไหม้ภายในเหมือง ได้ทำให้ไฟฟ้าดับ , พัดลมระบายอากาศและลิฟต์ใช้การไม่ได้ ตั้งแต่ช่วงบ่าย เจ้าหน้าที่ฉุกเฉินพยายามปั๊มอ๊อกซิเจนเข้าไปให้คนงาน เพื่อพยายามช่วยชีวิตคนที่ยังมีลมหายใจอยู่ ตลอดคืนที่ผ่านมา ขณะที่สมาชิกในครอบครัวของคนเหล่านี้พากันไปรวมตัวี่ด้านนอกโรงพยาบาล เพื่อรอฟังข่าวคราวของบุคคลอันเป็นที่รัก ขณะเดียว
กัน เจ้าหน้าที่ต้องใช้อุปกรณ์ขุดหลุมขนาดใหญ่ เพื่อฝังศพผู้เสียชีวิตบางส่วนที่เป็นมุสลิม
ไฟได้เริ่มไหม้ในช่วงที่มีการเปลี่ยนกะ ทำให้ไม่ทราบจำนวนที่แน่นอนของคนงานที่ติดอยู่ในเหมือง นายทาเนอร์ ยิลดิซ รัฐมนตรีพลังงาน ระบุว่า ยอดผู้เสียชีวิต เมื่อเวลา 19.30 น. ตามเวลามาตรฐาน หรือราว 02.30 น. ตามเวลาในไทย อยู่ที่ 274 คน และมีคนงานอยู่ในเหมืองจำนวน 787 คน และเตือนว่า ความหวังที่พบผู้รอดชีวิตเพิ่มค่อนข้างลางเลือน
ตุรกีมีประวัติความปลอดภัยในการทำเหมืองที่ย่ำแย่มาหลายทศวรรษแล้ว โดยเมื่อปี 2535 ได้เกิดเหตุแก๊สระเบิด ทำให้คนงานเสียชีวิต 263 คน ที่จังหวัดซอนกับดัค ในทะเลดำ
โซม่า โคมูร์ อิสเลทเมเลรี่ บริษัทที่ได้รับสัมปทานทำเหมือง ระบุว่า คนงานเหมืองเกือบ 450 คน ได้รับการช่วยเหลือ ส่วนผู้เสียชีวิตมีสาเหตุมาจากก๊าซคาร์บอน มอนน็อกไซด์ ส่วนสาเหตุที่ทำให้เกิดเพลิงไหม้ เบื้องต้นสันนิษฐานว่า เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร ผู้เชี่ยวชาญ เชื่อว่า เปลวเพลิงทำให้ถ่านหินเกิดความร้อนและปล่อยก๊าซคาร์บอนมอนน็อกไซด์ ฟุ้งกระจายไปทั่วอุโมงค์และทางเดินใต้ดิน ซึ่งคนที่สูดเข้าไปสามารถเสียชีวิตได้ภายใน 3-5 นาที และต่อให้มีปาฏิหาริย์ ก็ไม่คิดว่าจะมีคนรอดอีกแล้ว
บรรดาฝ่ายค้าน ได้เรียกร้องให้เปิดการไต่สวนมาตรฐานความปลอดภัยของบรรดาเหมือง ภายใต้การดูแลของรัฐบาล องค์การแรงงานสากล หรือ ILO ได้จัดอันดับให้มาตรฐานความปลอดภัยของตุรกีเลวร้ายที่สุดเป็นอันดับ 3 เมื่อปี 2555 ในประเด็นมีคนงานสูญเสียชีวิตจำนวนมาก
นายเอดวน ได้ประกาศไว้อาลัยทั่วประเทศ เป็นเวลา 3 วัน และยกเลิกการเยือนอัลเบเนีย ส่วนประธานาธิบดีอับดุลลาห์ กัล ได้ยกเลิกการเดินทางไปเยือนจีน ในวันนี้ เพื่อจะลงพื้นที่ในเมืองโซมา ซึ่งขณะนี้ยังคงมีควันพวยพุ่งออกจากเหมือง เนื่องจากไฟยังไหม้อยู่ อันเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการกู้ภัย ที่ต้องยุติไปหลายชั่วโมง เพื่อให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยที่เหนื่อยล้าได้พักผ่อน
ปัจจุบัน มีประชากร 16,000 คน จากเมืองโซมา ที่มีประชากร 105,000 คน ทำงานในอุตสาหกรรมเหมืองถ่านหิน และคนในแถบนี้ถือว่า ชาชินกับเรื่องเลวร้ายทำนองนี้ แต่ไม่เคยเลวร้ายขนาดนี้



