
"สุเทพ"จี้จนท.คุมเข้มม็อบเสื้อแดงลั่นห้ามปิด"ทำเนียบฯ-สภา"
"สุเทพ" กำชับจนท.คุมเข้มม็อบเสื้อแดง ลั่นห้ามม็อบดาวกระจายปิด"ทำเนียบฯ-สภา" พร้อมเผยเตรียมร่างพรก.ฉุกเฉินไว้แล้ว มีเรื่องเมื่อไหร่งัดออกมาใช้ได้ทันที ผบ.ทร.ชี้ต้องมีพรบ.มั่นคงป้องทหารตกเป็นจำเลย เผยมีแผนพร้อมพาผู้นำอาเซียนหนีหากม็อบแดงป่วนอีก ยันทร.วางกำ
(26 มิ.ย.) เมื่อเวลา 15.50 น. นายสุเทพ เทือกสุรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการรับมือการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงในวันที่ 27 มิ.ย.นี้ ว่า เราได้เสียเวลากันไปมากแล้ว และบ้านเมืองเราก็เสียโอกาสไปมากเช่นกัน โดยเฉพาะเหตุการณ์ที่ทำให้ภาพลักษณ์ประเทศไทยในสายตาชาวโลกเสียหาย ทำให้นักท่องเที่ยวลดลง คนมาลงทุนตกใจ ฉะนั้นรัฐบาลจะบังคับใช้กฎหมายอย่างแข็งแรง จะดูแลสถานที่ราชการโดยเฉพาะทำเนียบรัฐบาล และรัฐสภา ไม่ให้ถูกปิดกั้นไม่ให้สามารถทำหน้าที่ได้ตามปกติ
นายสุเทพ กล่าวว่า ส่วนวิธีการได้สั่งการเจ้าหน้าที่ไปแล้วให้ดำเนินการตามมาตรฐานสากล มีการแจ้งเตือนให้ทราบว่าจะละเมิดกฎหมายอย่างไร หลังจากนั้นก็ดำเนินการตามลำดับ
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากมีการดาวกระจายจะมีการป้องกันหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ตนเอาหลักการแค่นี้ เราจะรักษากฎหมายอย่างเคร่งครัดเพื่อให้ภาพประเทศดีขึ้น แล้วไม่เป็นปัญหา เมื่อถามว่าจะไม่ยอมให้มีการปิดล้อมทำเนียบฯเหมือนที่ผ่านหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ขอพูดกว้างๆดีกว่า เดี๋ยวพูดไปจะยุ่งมากกว่านี้ เมื่อถามว่ากำชับเจ้าหน้าที่ให้เตรียมความพร้อมหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า จะไม่ลงในรายละเอียด อย่างที่ตนเรียนว่าข้าราชการทำเนียบรัฐบาลต้องมาทำหน้าที่ได้ นายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีจะต้องมาทำงานได้ตามปกติ
เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่เพราะนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯไม่อยู่และตนเองก็ต้องเดินทางไปกัมพูชา นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่กังวลเพราะซักซ้อมเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายไว้เรียบร้อยแล้ว เป็นหน้าที่ของผบ.ตร.ที่จะต้องดูแลสถานการณ์ตามหน้าที่ และคงไม่ต้องกำชับอะไรพิเศษเพิ่มเติมอีก เพราะได้ทำงานร่วมกันเมื่อช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมาแล้ว ตามการข่าวคงไม่มีอะไรมาก และนายกรัฐมนตรีก็ไม่ได้โทรมาคุยฝากอะไร ในวันจันทร์นี้ต้องเข้ามาทำงานได้
เมื่อถามว่าฝ่ายกฎหมายของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ขู่จะฟ้องฝ่ายรัฐบาลที่หยิบยกกรณีแผนตากสิน 2 มาโยงกับคนเสื้อแดง นายสุเทพ กล่าวว่า ตนไม่เป็นคนหยิบยกเรื่องนี้ พวกเราเป็นพยานได้ เมื่อมีคนมาถามตนว่ารู้ไหม ทราบไหม ต้องตอบว่าตนได้เห็นได้รู้ได้ทราบ ทั้งจากสื่อและบุคคลอื่น หากถามว่าตนรู้สึกอะไร ตนก็ไม่ประมาท เพราะคราวที่แล้วเห็นแผนตากสินฉบับแรกออกมา ที่ระบุจะดำเนินการตามแผนต่างๆ และจะใช้วิธีการดิบถ่อยเถื่อน ตนนึกในใจว่าคนเขียนก็เขียนเหลือเกินเลยไป ใครจะทำอะไรได้ แต่พอเหตุการณ์ที่พัทยา ทำเนียบรัฐบาล กระทรวงมหาดไทย ก็ต้องบอกว่ามันเป็นถึงขนาดนั้น ดังนั้นมีคนเอาแผนตากสิน 2 มาให้ดูต้องเตรียมการไม่ประมาท
เมื่อถามว่ายืนยันได้หรือไม่ถึงการมีอยู่จริงของแผนฉบับนี้ นายสุเทพ กล่าวว่า ตนยืนยันไม่ได้ เพราะตนไม่ใช่คนเขียนแผนจะไปรู้ได้อย่างไรว่าจริงไม่จริง แต่ในฐานะคนดูแลรับผิดชอบความสงบบ้านเมืองก็ต้องไม่ประมาท และไม่ขอวิจารณ์แผนดังกล่าวนี้
เมื่อถามต่อว่าหากการชุมนุมมีความวุ่นวายมีความจำเป็นที่ต้องนำพ.ร.บ.ความมั่นคงมาใช้ได้หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า " ผมได้ร่างไว้เรียบร้อยแล้ว และหากมีเรื่องคงประกาศใช้ได้ทันที "
ผบ.ทร.ยันทร.วางกำลังพร้อมไม่ประมาทเสื้อแดงชุมนุมใหญ่
พล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ ผู้บัญชาการทหารเรือให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมความพร้อมการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนว่าด้วยความมั่นคงในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (เออาร์เอฟ) และประเทศคู่เจรจา 27 ประเทศ ในวันที่ 16-23 กรกฎาคมนี้ว่า ในภาพรวมที่กองทัพเรือได้รับมอบหมายให้ไปดูแล คือเราจะดูแลทางทะเลเป็นหลักส่วนทางบกเป็นหน่วยของกองทัพบกและสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่จะดูแล โดยเราจะแบ่งความรับผิดชอบดูแลว่าใครถนัดด้านไหนก็ไปช่วยด้านนั้น แต่ตนคิดว่าเรื่องจะเรียบร้อย ส่วนการออกพ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงในราชอาณาจักรนั้น ถือเป็นส่วนหนึ่งในการหลักประกันว่าเจ้าหน้าที่ที่ทำงานมีหลักคุ้มครอง
“การดูแลความปลอดภัยไม่ใช่หน้าที่โดยตรงของทหารแต่ที่ต้องมีพ.ร.บ.ความมั่นคงเพื่อให้เจ้าหน้าที่มั่นใจว่า จะไม่ตกเป็นจำเลยจึงจำเป็นต้องมีกฎหมายมาช่วย แต่เราพยายามทำให้ถูกต้องตามกฎหมายในทุกเรื่องอยู่แล้ว ส่วนการเตรียมแผนเคลื่อนย้ายบุคคลสำคัญหากเกิดเหตุการณ์แบบพัทยานั้น ผมก็วางแผนให้ครอบคลุมทุกเรื่อง แม้ว่าแผนนั้นจะไม่ได้ใช้ก็ต้องวางแผนไว้ เพราะทางทหารเราต้องเผื่อไว้ก่อน แต่หากไม่ต้องใช้จะดีที่สุด ผมอยากขอให้เขามาชุมนุมให้เรียบร้อยเพื่อเป็นหน้าตาของประเทศ ” ผบ.ทร.กล่าว
เมื่อถามว่า ผบ.เหล่าทัพกังวลต่อการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงในวันที่ 27 มิ.ย.นี้หรือไม่ พล.ร.อ.กำธร กล่าวว่า ตนดูแล้วที่เขาแถลงไม่น่าจะมีอะไร น่าจะเป็นการชุมนุมโดยสงบ แต่ทั้งนี้เราก็ไม่ประมาททางฝ่ายความมั่นคง ก็มีความพร้อมจะช่วยดูแลสถานที่ราชการและรักษาความสงบหากได้รับการร้องขอ ซึ่งการวางกำลังคงเหมือนเดิม โดยกองทัพเรือเตรียมสารวัตรทหาร กองร้อยรักษาความสงบ แต่คิดว่าถ้าไม่ต้องใช้จะดีที่สุด ซึ่งตนหวังว่าเหตุการณ์จะไม่บานปลายแบบเดือนเมษายน และการชุมนุมครั้งนี้ตนคงไม่ฝากอะไรถึงกลุ่มผู้ชุมนุม เพราะคิดว่าทุกคนรู้ดี
โฆษกทบ.เผยส่งทหาร16กองร้อยช่วยตร.
พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมพร้อมรักษาความสงบเรียบร้อยกรณีที่กลุ่มเสื้อแดงจะนัดชุมนุมใหญ่ในวันที่ 27 มิ.ย.นี้ว่า การเตรียมการในส่วนของทหารยังคงใช้แผนเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แต่เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการร้องขอกำลังทหารให้ไปช่วยสนับสนุนในการรักษาความสงบเรียบร้อยแล้ว ซึ่งทางกองทัพบกได้จัดส่งกำลังไปช่วยสนับสนุนจำนวน 16 กองร้อย โดยจะใช้กำลังจากกองทัพภาคที่ 1เป็นหลัก ซึ่งกำลังแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนหนึ่งไปช่วยเจ้าหน้าที่ตำรวจรักษาความสงบในสถานที่ราชการสำคัญต่าง ๆ โดยเฉพาะบริเวณทำเนียบรัฐบาล อีกส่วนหนึ่งจะเตรียมพร้อมอยู่ในหน่วยที่ตั้งจนกว่าผู้ชุมนุมจะมีการเคลื่อนขบวนจึงจะออกมาช่วยรักษาความสงบ
“กำลังทหารที่ออกไปช่วยรักษาความสงบเรียบร้อยจะไม่มีการนำอาวุธออกไปปฏิบัติการ โดยจะใช้เพียงโล่ และกระบองเท่านั้น ทั้งนี้มั่นใจว่า การชุมนุมครั้งนี้ของกลุ่มเสื้อแดงเป็นเพียงความต้องการการแสดงพลังของกลุ่มผู้ชุมนุมเท่านั้น และจากที่เราดูเจตนารมณ์ของกลุ่มผู้ชุมนุม เขาไม่ต้องการให้เกิดความวุ่นวาย ประกอบกับเหตุการณ์เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมาทุกคนได้เห็นว่า ได้ส่งผลกระทบต่อประเทศชาติมาก ดังนั้นจึงเชื่อว่า การชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงในวันที่ 27 มิ.ย.นี้ไม่น่ามีความรุนแรงหรือความวุ่นวายอะไร ” โฆษกกองทัพบก กล่าว
เมื่อถามถึงกรณีที่นายจตุพร พรหมพันธ์ แกนนำกลุ่มเสื้อแดง ระบุว่า กองทัพได้กำลังทหารไปรักษาความสงบภายในทำเนียบรัฐบาลถึง 6,000 นาย พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า ไม่มี กองทัพไม่ได้ส่งกำลังเข้าไปภายในทำเนียบรัฐบาลมากขนาดนั้น เราส่งกำลังเข้าไปช่วยตำรวจในรักษาความสงบเพียง 3 กองร้อย หรือประมาณ 450 นายเท่านั้น ทั้งนี้เชื่อว่า ไม่ว่าจะส่งกำลังไปมากหรือน้อยไม่น่ามีผลอะไร เพราะกลุ่มผู้ชุมนุมประกาศแล้วว่า จะไม่บุกรุกเข้ามาภายในสถานที่ราชการ ส่วนพล.อ.อนุพงฺษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ไม่ได้สั่งการอะไรเพิ่มเติม เพียงแต่ท่านรับฟังการบรรยายสรุปการเตรียมพร้อมในการช่วยรักษาความสงบของทหารเท่านั้น



