
'นุ-พิตินันทน์'สร้างแรงบันดาลใจจากคันโปรด
15 พ.ค. 2557
ขอเวลานอก : 'นุ-พิตินันทน์' สร้างแรงบันดาลใจจากคันโปรด : เรื่อง ชาญยุทธ ปะวะขัง /ภาพ อนันต์ จันทรสูตร์
"ความชอบเหมือนเป็นแรงบันดาลใจในการทำงานได้ ไม่อย่างนั้นจะเหมือนว่าเราทำงานโดยไม่มีเป้าหมายในชีวิต"
ความรักความผูกพันกับยานยนต์ที่ครอบครัวบ่มเพาะจนกลายเป็นธุรกิจค้าขายรถยนต์ระดับหรูอยู่ในแถวหน้า จุดประกายให้ทายาทรุ่นที่ 2 ของ บริษัท เอ็น.เค.ออโต้ อิมพอร์ต 88 จำกัด หรือ "เบนซ์ เอ็น.เค." ค้นพบอีกหนึ่งความลุ่มหลงส่วนตัวในซูเปอร์คาร์แบรนด์ระดับโลกอย่าง "เฟอร์รารี่" วันนี้ผู้บริหารหนุ่ม "นุ" พิตินันทน์ กฤษดาธานนท์ ในวัย 33 ปี ที่รับช่วงต่อจากคุณพ่อซึ่งขับเคลื่อนธุรกิจมา 47 ปี กำลังลุยงานท้าทายอย่างเต็มกำลัง พร้อมๆ กับไม่ลืมเติมแรงบันดาลใจให้ชีวิตด้วยงานอดิเรกที่ใช่!!...
หลังจากเป็นไกด์พาเยี่ยมชมของรักของหวงที่จอดเทียบอยู่ภายในโชว์รูมเบนซ์สุดหรู ริมถนนกาญจนาภิเษก ย่านบางแค ลูกชายคนโตของบ้านซึ่งรั้งตำแหน่งกรรมการผู้จัดการบริษัท เล่าให้ฟังว่าปัจจุบันตัวเองดูแลด้านการตลาดทั้งหมดของรถเบนซ์นำเข้า ซึ่งปีนี้มีแผนปฏิวัติที่มากกว่ารีแบรนดิ้ง ด้วยเข้าสู่ยุคใหม่ภายใต้ภารกิจท้าทายทั้งรูปธรรมและนามธรรม ไม่ว่าจะเป็นการปรับเปลี่ยนรูปแบบโชว์รูมให้ทันสมัย รวมถึงบริการอื่นๆ ครบวงจร ทว่าต่อให้งานใหม่หนักหนาสาหัสเพียงใด ก็ไม่ลืมจัดสรรช่วงเวลาดีๆ ให้ได้ผ่อนคลายไปกับสิ่งที่โปรดปราน
"จำได้ว่าตอนอายุ 6-7 ขวบ คุณพ่อไปต่างประเทศแล้วซื้อโมเดลรถกลับมาฝาก แล้วบังเอิญว่าเป็นเฟอร์รารี่ด้วย คือที่บ้านทำธุรกิจขายรถมานาน ตั้งแต่เกิดก็อยู่กับรถแล้ว เรื่องความผูกพันกับรถอยู่ในสายเลือด พอได้โมเดลคันแรกคันนี้มาจึงรักเป็นพิเศษ จึงเป็นจุดเริ่มต้นของความผูกพัน จนเริ่มเก็บสะสมโมเดลมาเรื่อยๆ มีอยู่หลายร้อยคันได้ ผมเชื่อว่าความผูกพันกับรถซูเปอร์คาร์ยี่ห้อนี้มาจากเราเล่นตั้งแต่เด็ก ค่อนข้างมั่นใจว่าไม่ได้มองเชิงวัตถุนิยม หรือเพราะมันเป็นรถซูเปอร์คาร์ราคาแพง
พอโตขึ้นมาก็เริ่มซื้อหนังสือเกี่ยวกับเฟอร์รารี่มาศึกษา เริ่มไปดูฟอร์มูลาวัน ติดตามเชียร์ทีมเฟอร์รารี่มาตลอด จนคิดว่าวันหนึ่งถ้าตั้งใจเล่นรถสักยี่ห้อก็อยากเริ่มที่เฟอร์รารี่ ผมว่าคนเราทำงานมันต้องมีสิ่งที่ชอบ เพราะความชอบเหมือนเป็นแรงบันดาลใจในการทำงานได้ ไม่อย่างนั้นจะเหมือนว่าเราทำงานโดยไม่มีเป้าหมายในชีวิต ซึ่งในมุมของเฟอร์รารี่ก็เป็นแรงบันดาลใจให้ผมได้ อย่างน้อยกลับบ้านมาก็ได้เห็นสิ่งที่ชอบ ได้สัมผัส ได้ขับ เป็นความสุขอย่างหนึ่ง ตั้งแต่เด็กคุณพ่อจะฝึกให้ดูแลรถ รถคันแรกที่ท่านซื้อให้ตอนอายุ 15 คือ ฮอนด้า ซีวิค ก็ล้างเองดูแลเองตลอดจนติดเป็นนิสัย" ทายาทรุ่นที่ 2 เบนซ์เอ็น.เค. ฟื้นความทรงจำ
ในบรรดารถแรงพะยี่ห้อ "ม้าลำพอง" แต่ละคันที่มีโอกาสครอบครองล้วนมีประวัติ อย่างรุ่น 360 ชาเลนจ์ สตราดาเล่ เขาเล่าว่า เป็นคันแรกที่ได้มาเมื่อ 7 ปีก่อน ความจริงเพียงมองหารุ่นธรรมดา แต่จังหวะนั้นมีรุ่นพี่กำลังอยากขายเป็นรุ่นลิมิเต็ด อิดิชั่น พอดี เช็กประวัติแล้วไม่มีด่างพร้อยจึงยิ่งโดนใจ ซึ่งรุ่นนี้เป็นรถแข่งเวอร์ชั่นถนน โหลดน้ำหนักโดยการปรับบางชิ้นส่วนออก ทำให้เบาลง แรงม้ามากขึ้น เช่นเดียวกับรุ่น 430 สกูเดอเรีย ที่ได้มาเป็นคันที่สองก็โหลดน้ำหนักให้สมรรถนะแรงขึ้น ส่วนคันล่าสุดเป็น รุ่น 355 เบอร์ลินเนตต้า เป็นรถคลาสสิก ผลิตออกมาขายตั้งแต่ปี 1996 ซึ่งเป็นเทรนด์การสะสมรถเก่าที่ยิ่งนานมูลค่ายิ่งเพิ่ม
ด้วยความที่เป็นคนเอาจริงเอาจังกับทุกเรื่อง "นุ" หนุ่มหัวใจซูเปอร์คาร์ จึงเป็นหนึ่งในโตโผสำคัญรวบรวมคนรักรถแรงแล้วตั้งเป็นชมรมขึ้นอย่างเป็นทางการ ชื่อ "เฟอร์รารี่ โอนเนอร์ คลับ ไทยแลนด์" ซึ่งได้รับการรับรองจากโรงงานที่อิตาลีด้วย มีสมาชิกกว่า 200 คนกับรถ 92 คัน มี พ.ต.ท.อภิเนสภ์ พรพิบูลย์ เป็นประธาน และตัวเองเป็นเลขาชมรม ซึ่งภารกิจหลักนั้นเจ้าตัวบอกว่า ใช่เพียงการรวมตัวกันเท่ๆ หากมีการจัดทริปสร้างสรรค์ อย่างล่าสุดไปทัวร์หัวหิน 2 วัน 1 คืน แวะไหว้หลวงปู่ทวด วัดห้วยมงคล องค์ใหญ่ที่สุดในโลก เที่ยวไร่องุ่น มีไวน์เทสติ้งสำหรับผู้ใหญ่ เด็กๆ ก็จัดกิจกรรมวาดภาพระบายสี
"ทริปสุดประทับใจต้องยกให้ภารกิจไพรเวท กรุ๊ป เปิดพระที่นั่งอนันตสมาคม แล้วถอยเฟอร์รารี่กว่า 40 คันเข้าไปจอดถ่ายภาพสวยๆ คือรถที่มีประวัติศาสตร์กับสถานที่ประวัติศาสตร์อันสวยงามน่าจะไปกันได้ดี อีกทริปเป็นความประทับใจต่างแดนเมื่อ 2 ปีที่แล้ว เราจัดแรลลี่ประวัติศาสตร์ ที่ถือเป็นครั้งแรกที่รวบรวมสมาชิกเฟอร์รารี่จากทั่วโลกกว่า 200 คัน แต่ละคนขนส่งรถกันเอง มีทั้งขับขึ้นภูเขา แวะสนามแข่งที่เฟอร์รารี่เคยได้แชมป์ ส่วนช่วงเย็นก็ปิดพระราชวังเก่าแก่ของอิตาลีจัดงานเลี้ยง สำหรับแฟนคลับเฟอรารี่แล้วถือได้กำไรชีวิตสุดๆ" ลูกชายหัวปีในจำนวนสองคนของ ก่อเกียรติ-นิยดา กฤษดาธานนท์ แห่งเบนซ์ เอ็น.เค.ที่ตอนนี้สวมหมวกอีกใบเป็นคุณพ่อป้ายแดงของลูกสาว "น้องเอริตา" วัยขวบเศษ โซ่ทองคล้องใจระหว่างตัวเองและภรรยา "แอนนี่" จีระสุดา กฤษดาธานนท์ เล่าอย่างออกรส
ใช่แค่ความสนุก แต่กิจกรรมให้ความรู้ก็มี กลางปีที่แล้วเชิญทีมนักแข่งรถมืออาชีพมาช่วยสอนทักษะในการขับรถที่ถูกต้องและปลอดภัยทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ เพราะรถสมรรถนะสูงจำเป็นต้องใช้ทักษะในการขับขี่สูง ซึ่งเทคนิคการขับขี่ให้ปลอดภัยนั้น เขาแนะว่าอันดับแรกต้องรู้จักสมรรถนะของรถก่อน เพราะแต่ละรุ่นมีล้วนขับขี่ต่างกัน ลักษณะของเฟอร์รารี่หลักๆ จะแบ่งเป็นแบบเครื่องยนต์วางกลางกับเครื่องวางหน้า ถ้าเป็นเครื่องวางหน้า ต้องรู้ระยะเบรก ลิมิตการเข้าโค้ง แต่ถ้าเป็นรถเครื่องวางกลาง การถ่วงสมดุลของรถอาจจะดีกว่าแบบเครื่องวางหน้า การออกตัว การเข้าโค้ง การเบรกก็จะดีกว่า สุดท้ายถ้าเป็นแบบขับเคลื่อน 4 ล้อ การเกาะถนนจะดีกว่า ซึ่งความรู้พื้นฐานในการขับรถแบบนี้ไม่เฉพาะซูเปอร์คาร์ แต่สามารถนำไปปรับใช้กับรถทุกคัน
"ยอมรับว่าช่วงวัยรุ่นก็มีบ้างที่เห็นถนนหลวงเป็นที่ทดสอบความเร็ว จำได้ว่าเกิดอุบัติเหตุรุ่นพี่เสียชีวิต หลังจากวันนั้นก็ไม่เอาอีกเลย ผมมองว่าการขับรถบนท้องถนนเราต้องรับผิดชอบต่อตัวเองและคนรอบข้างด้วย เวลาเกิดอุบัติเหตุมีสองลักษณะคือความประมาทของเราเอง กับความประมาทของคนอื่น เพราะฉะนั้นก่อนสตาร์ทรถทุกครั้งต้องมีสติ อย่างตัวเองโดนสอนมาตลอดว่าต้องคาดเดาว่าจะเกิดอุบัติเหตุไว้ก่อน นั่นทำให้เราต้องเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น อุบัติเหตุก็จะเกิดน้อยลง" แฟนพันธุ์แท้ม้าลำพอง เผยไลฟ์สไตล์ที่ไม่ลืมใส่ใจสังคม ทิ้งท้าย...



