ข่าว

'นิวัฒน์ธำรง'มีอำนาจทูลเกล้าฯพ.ร.ฎ.ลต.

'นิวัฒน์ธำรง'มีอำนาจทูลเกล้าฯพ.ร.ฎ.ลต.

14 พ.ค. 2557

'พท.' ยัน 'นิวัฒน์ธำรง' มีอำนาจทูลเกล้าฯ พ.ร.ฎ.ลต. ขู่ 'สุรชัย' ดัน ม.7 เจอข้อหากบฏ 'มีชัย' ชี้ รธน.ไม่ได้ให้อำนาจตั้งนายกฯ 'วรเทพ' เผยรบ.พร้อมถกวุฒิสภาหาทางออก

 
                         14 พ.ค. 57  เมื่อเวลา 11.30 น.  ที่พรรคเพื่อไทย  นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงถึงกรณีที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านบริหารจัดการการเลือกตั้ง แสดงความกังวลว่า นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี จะนำพ.ร.ฎ.เลือกตั้งขึ้นทูลเกล้าฯ ได้หรือไม่ว่า หากย้อนไปดูการเลือกตั้งซ่อมเมื่อปี 2551 ครั้งนั้นนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี รักษาการนายกฯ ก็สามารถนำร่างพ.ร.ฎ.กำหนดวันเลือกตั้งขึ้นทูลเกล้าฯ ได้ ดังนั้นนายนิวัฒน์ธำรง จึงสามารถเสนอร่างพ.ร.ฎ.กำหนดวันเลือกตั้งได้เช่นกัน ทั้งนี้ ขอให้ กกต.ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักกฎหมายพิจารณาข้อกฎหมายและกรณีที่เคยเกิดขึ้นด้วยใจเป็นธรรม และขอให้ทุกฝ่าย ทั้งกกต. เลขาธิการกปปส. รองประธานวุฒิสภา และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ทำความเข้าใจในเรื่องนี้ด้วย จะเห็นว่ารัฐบาลรักษาการมีอำนาจสามารถทูลเกล้าฯ ร่างพ.ร.ฎ.กำหนดวันเลือกตั้งได้ ขณะนี้ยังไม่เกิดสุญญากาศ ขอให้ฝ่ายที่คิดว่ากำลังเกิดสุญญากาศในบ้านเมืองเลิกฝันได้แล้ว 
 
                         นายพร้อมพงศ์ กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานวุฒิสภา ปฏิบัติหน้าที่ประธานวุฒิสภา เชิญ ส.ว.และฝ่ายต่างๆ มาหารือนั้น ตนเห็นว่าเป็นการประชุมนอกกฎหมาย นอกข้อบังคับ เป็นการประชุมเถื่อน เพราะพ.ร.ฎ.เปิดประชุมสมัยวิสามัญไม่ได้กำหนดว่าจะคุยเรื่องนี้และปิดสมัยประชุมไปแล้วตั้งแต่วันที่ 10 พ.ค.ที่ผ่านมา การเชิญรัฐบาลและพรรคเพื่อไทยไปหารือนั้นพรรคเปิดกว้าง แต่จะให้ไปประชุมนอกรอบนั้นขัดต่อรัฐธรรมนูญ พรรคคงทำไม่ได้ เพราะเป็นการประชุมเถื่อนที่ผิดกฎหมาย เชื่อว่ามติที่ประชุมใดที่นายสุรชัย จะมีขึ้นในวันที่ 16 พ.ค.นั้น เป็นสิ่งที่ใช้ไม่ได้ และไม่สามารถยอมรับได้ ข้อเสนออะไรที่จะเกิดขึ้นย่อมไม่มีอำนาจบังคับได้ ทั้งนี้ หากนายสุรชัย ในฐานะส.ว.จะมาคุยกับพรรค เราไม่ขัดข้อง แต่จะเชิญรักษาการนายกรัฐมนตรี หรือหัวหน้าพรรคเพื่อไทยไปหารือที่รัฐสภานั้น เราคิดว่าไม่ถูกต้อง จะเข้าข่ายทฤษฎีสมคบคิด ทางที่ดีหากนายสุรชัยเดินทางมาที่พรรคเพื่อไทย เพื่อหารือแนวทางแก้ไขปัญหานั้นเรายินดี 
 
                         นายพร้อมพงศ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ อ้างว่า จะมีคนชุดดำซึ่งน่าจะเป็นคนของรัฐบาลและคนเสื้อแดงออกมาสร้างสถานการณ์ หรือทำร้ายแกนนำกปปส.ด้วยว่า เป็นเพียงการกุข่าว ยืนยันว่าไม่มีคนในรัฐบาลหรือพรรคเพื่อไทยคนใดที่จะไปก่อเหตุเช่นนี้ เพราะหากเกิดเหตุขึ้นรัฐบาลต้องรับผิดชอบ น่าจะเป็นเพียงการปล่อยข่าวเพื่อทำลายความน่าเชื่อถือของรัฐบาลเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ตนขอท้าว่า หากมีหลักฐานก็ขอให้ดำเนินการเอาผิดได้เลย
 
 
 
 
ขู่ 'สุรชัย' ทูลเกล้าฯนายกฯ ม.7 เจอข้อหากบฏ
 
 
                         นายคณิน บุญสุวรรณ ฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย แถลงถึงกรณีข้อสงสัย เรื่องนายนิวัฒน์ธำรง ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกฯ ว่ามีอำนาจทูลเกล้าฯ ร่างพ.ร.ฎ.กำหนดวันเลือกตั้งหรือไม่  ว่า ประเพณีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยรองนายกรัฐมนตรีที่ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรีจะมีอำนาจเต็มเท่านายกรัฐมนตรี นายนิวัฒน์ธำรง ซึ่งได้รับมอบหมายจากคณะรัฐมนตรีให้เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี จึงมีอำนาจเต็มตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 181 และพ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดินมาตรา 10 วรรรคสี่ คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญไม่สามารถลบล้างการรักษาการตามมาตรา 181 ได้ ประกอบกับการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเป็นการวินิจฉัยเกินคำร้อง เพราะคำร้องให้วินิจฉัยสถานภาพของนายกรัฐมนตรี แต่กลับมีคำวินิจฉัยให้รัฐมนตรี 9 คนต้องพ้นจากตำแหน่งตามไปด้วย ดังนั้นนายนิวัฒน์ธำรง จึงมีอำนาจในการนำร่างพ.ร.ฎ.กำหนดวันเลือกตั้งขึ้นทูลเกล้าฯ ได้ และปฏิบัติหน้าที่ได้เหมือนนายกรัฐมนตรี
 
                         นายคณิน กล่าวต่อว่า สำหรับกรณี ที่นายสุรชัย มีความพยายามหารือหลายภาคส่วนเพื่อเสนอทางออกวิกฤตการเมืองและการมีนายกรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญมาตรา 7 นั้นการประชุมของวุฒิสภา ไม่ว่าจะเป็นในรอบ หรือนอกรอบ ไม่สามารถทำได้ เพราะขณะนี้อยู่ระหว่างการปิดสมัยประชุมสภา การมี พ.ร.ฎ.เรียกประชุมสมัยวิสามัญได้กำหนดไว้ ซึ่งไม่มีเรื่องการเลือกประธานวุฒิสภา ประการสำคัญเมื่อมีการพิจาณาคำร้องของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ร้องขอ หากวุฒิสภามีมติเลือกนายกรัฐมนตรี และนำรายชื่อนายกรัฐมนตรีขึ้นทูลเกล้าฯ นายสุรชัย และส.ว.จะเจอข้อหาเป็นกบฏ ตามมาตรา 113 ของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา โดยนายสุรชัย จะเจอข้อหานำความกราบบังคมทูลเพื่อมีพระบรมราชโองการในสิ่งที่ไม่บัญญัติ ไว้ในรัฐธรรมนูญ กล่าวง่ายๆ คือ หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ถ้าเกิดการลุกกฮือขึ้นต่อต้านและเกิดการประกาศกฎอัยการศึกขึ้น หรือก่อรัฐประหาร จลาจลนองเลือด นายสุรชัย ต้องรับผิดชอบ
 
 
 
 
'มีชัย' ชี้ รธน.มาตรา 7 ไม่ได้ให้อำนาจตั้งนายกฯ
 
 
                         นายมีชัย ฤชุพันธุ์ นักกฎหมายชื่อดัง ตอบคำถามในเว็บไซต์ www.meechaithailand.com โดย chaikub ตั้งคำถามเรื่องขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ว่า 
 
                         "กราบสวัสดี อ.มีชัยครับ เห็นข่าวความพยายามในการผลักดันให้มีการตั้งนายกฯ ที่มาจากมาตรา 7 ในขณะนี้ ไม่ทราบว่าในทางกฎหมายรัฐธรรมนูญ จริงๆ แล้วสามารถทำได้หรือไม่ และถ้าทำได้ จะต้องใช้วิธีการใดบ้าง เช่น ระงับการใช้รัฐธรรมนูญบางมาตรา และในวิกฤตการเมืองขณะนี้ การมีนายกฯคนกลาง มีความเหมาะสมหรือไม่ กราบขอบพระคุณอาจารย์ครับ"
 
                         นายมีชัย ตอบคำถามนี้ว่า "มาตรา 7ไม่ได้ให้อำนาจในการตั้งนายกรัฐมนตรี ที่พูดๆ กันว่า นายกฯตามมาตรา 7 น่าเป็นการพูดตามๆ กันมา เอาโก้เข้าว่า มาตรา 7 เป็นเรื่องที่ใช้ในเวลาที่ไม่มีบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญว่าไว้โดยตรง ก็ให้ใช้ตามประเพณีการปกครองฯ ส่วนจะนำไปสู่การทำอะไรบ้าง ก็ขึ้นอยู่กับว่าจะทำอะไร"
 
 
 
 
'วราเทพ' เผยรัฐบาลพร้อมถกวุฒิสภาหาทางออก
 
 
                         นายวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและรมช.เกษตรเเละสหกรณ์ ให้สัมภาษณ์ทางรายการ "เจาะลึกทั่วไทยอินไซด์ไทยแลนด์" ทางสถานีวิทยุเอฟเอ็ม 97.0 ถึงกรณีที่นายสุรชัย เชิญรัฐบาลหารือในการหาทางออกของประเทศ ก่อนวันศุกร์ที่ 16 พ.ค.นี้ ว่า ตนไม่ได้เจอกับนายนิวัฒน์ธำรง ว่ามีท่าทีอย่างไร แต่ทราบว่ามีการประสานไป แต่ยังไม่มีการตอบรับ แต่วันนี้คงมีท่าทีของรัฐบาลในเรื่องนี้ ส่วนที่ระบุว่ารัฐบาลต้องไปหารือภายในวันศุกร์ที่ 16 พ.ค.นั้น คิดว่าท่าทีที่วุฒิสภาออกมาเป็นไปในทางที่รัฐบาลยืนยันมาตลอดว่า หากไม่อยู่บนพื้นฐานของกรอบรธน. คงปฏิบัติตามไม่ได้ หากเป็นพบหรือพูดคุยก็ไม่ปฏิเสธ ขอให้นัดหมายชัดเจน และใช้กรอบวิธีการอย่างไร ส่วนการไปพบกันที่อาคารรัฐสภา จะมีความเหมาะสมหรือไม่ เพราะมีกลุ่มผู้ชุมนุมอยู่ด้านหน้า 
 
                         "ความปลอดภัยก็ไม่ใช่เหตุผลที่จะมาอ้างว่าจะไม่ไปหารือด้วย รัฐบาลพูดมาตลอดว่ายินดีรับฟังความเห็นและเจรจา แต่ต้องยืนบนหลักและมีกรอบในการเจรจา แต่ขอให้มีความชัดเจนมาว่า พบกันเมื่อไร อย่างไร และที่ไหน"
 
                         ส่วนที่มีกระเเสข่าวว่ารัฐบาลชะลอการทูลเกล้าฯ ตำแหน่งประธานวุฒิสภา เพราะติดปัญหาเรื่องข้อกฎหมาย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เรียนว่าหลักการที่รัฐบาลจะต้องเป็นผู้เสนอเรื่องใดเพื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯ และสนองพระบรมราชโองการตามขั้นตอน ผู้ที่ทำเรื่องนี้คือเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่มีแนวปฏิบัติ มีการตรวจสอบ และระยะเวลาในการขอความเห็น และเท่าที่ทราบคือเรื่องยังมาไม่ถึงเลขาธิการครม. ส่วนถึงแล้ว ขั้นตอนจะเป็นอย่างไร เลขาครม.จะเป็นผู้ชี้แจง แต่ทั้งนี้เมื่อมีการทักท้วงก็ต้องพิจารณาให้รอบคอบ เชื่อว่า เลขาครม.ใช้ดุลพินิจในการเสนอตามขั้นตอน และตามกรอบ
 
                         เมื่อถามว่า ถ้ามีการชะลอทูลเกล้าฯ จะถูกถอดรหัสว่ารัฐบาลตัดเกมการเสนอชื่อนายกฯคนกลาง นายวราเทพ กล่าวว่า ตนขอแยกคำว่าการชะลอกับการดำเนินการไปตามขั้นตอนว่าแตกต่างกัน ชะลอ หมายถึง การเข้าไปแทรกแซงที่ไม่เป็นไปตามขั้นตอน ส่วนการดำเนินการตามขั้นตอน แต่ถูกมองว่าเป็นการชะลอนั่นเป็นอีกเรื่อง แต่ยืนยันว่า รัฐบาลต้องฏิบัติตามขั้นตอนมากกว่า