
เหมืองตุรกีระเบิดตายแล้ว201
14 พ.ค. 2557
สลด! เหมืองระเบิดในตุรกี มีผู้เสียชีวิตแล้ว 201 ราย ยังสูญหายอีกราว 200 คน
14 พ.ค.57 เกิดเหตุระเบิดและไฟไหม้ที่เหมืองถ่านหิน ในเมืองโซม่า จังหวัดมานิซา ทางตะวันตกของตุรกี พบผู้เสียชีวิตแล้ว 201 คน และยังมีผู้สูญหายอีกราว 200 คน
นายทาเนอร์ ยิลดิซ รัฐมนตรีพลังงาน เดินทางไปตรวจจุดเกิดเหตุที่เหมืองในเมืองโซม่า ห่างจากนครอิสตันบูล ราว 250 กม.แล้วเมื่อวานและเปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุ มีคนงานอยู่ในเหมือง 787 คน และขณะนี้หน่วยกู้ภัยกำลังทำงานแข่งกับเวลาเพื่อช่วยเหลือคนงานที่เหลืออีกราว 200 คน ที่ยังติดอยู่ในเหมืองลึก 420 เมตร แต่แสดงความวิตกด้วยว่าจำนวนผู้เสียชีวิตอาจเพิ่มสูงขึ้นอีก
นอกจากนี้ศูนย์ประสานงานเหตุฉุกเฉินและภัยพิบัติแห่งชาติ ระบุว่า มีผู้รอดชีวิตได้รับการช่วยเหลือ 88 คน โดย 80 คนมีอาการบาดเจ็บ เหยื่อเคราะห์ร้ายส่วนใหญ่เสียชีวิตหรือบาดเจ็บเนื่องจากสำลักควันและแผลไฟไหม้
เจ้าหน้าที่ทางการในท้องถิ่น ระบุว่า สาเหตุของการระเบิดอาจเกิดจากหม้อแปลงไฟฟ้า และแรงระเบิดทำให้อุโมงค์เหมืองพังถล่ม ขณะนี้หน่วยกู้ภัยพยายามปั๊มอากาศเข้าไปในเหมืองเพื่อช่วยผู้รอดชีวิต
รายงานคาดว่าคนงานเหมืองทุกคนสวมหน้ากากกันก๊าซพิษไว้ แต่ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าจะทำให้พวกเขาอยู่ภายในเหมืองที่เต็มไปด้วยฝุ่นเถ้าและควันได้นานแค่ไหน และหากพัดลมบนเพดานเหมืองไม่ทำงาน อาจเสียชีวิตได้ภายใน 1 ชม.
นายกรัฐมนตรีเรเจ๊ป ไตยิบ แอร์ดวน ยกเลิกกำหนดการเยือนประเทศแอลเบเนียในวันนี้และเตรียมลงพื้นที่ตรวจจุดเกิดเหตุ พร้อมกับกล่าวแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตและหวังว่าจะสามารถช่วยเหลือผู้สุญหายได้อย่างปลอดภัยทุกคน
ขณะทื่พื้นที่โดยรอบเหมืองมีประชาชนหลายร้อยคนเฝ้าดูปฏิบัติการช่วยเหลือและปรบมือต้อนรับคนงานที่ได้รับการช่วยเหลือขึ้นมาได้อย่างปลอดภัย และหลายคนเฝ้ารอสมาชิกในครอบครัวที่ติดอยู่ใต้ดินด้วยความกังวล และตำหนิว่าไม่ได้รับข้อมูลเท่าที่ควรจากทางการและบริษัทเหมือง นอกจากนี้ที่ด้านนอกโรงพยาบาลที่คนงานถูกส่งไปรักษาตัว ก็มีญาติเฝ้ารอจำนวนมาก ทำให้ตำรวจต้องตั้งรั้วกันและเฝ้าอารักขาเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย
อุตสาหกรรมเหมืองในตุรกีประสบอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ส่วนใหญ่เกิดจากสภาพแวดล้อมในการทำงานไม่ได้มาตรฐานความปลอดภัย และอุบัติเหตุครั้งร้ายแรงที่สุดเกิดขึ้นในปี 2535 โดยเกิดเหตุก๊าซระเบิดที่เหมืองใกล้เมืองซอนกูลดัก ทำให้มีคนงานเสียชีวิต 263 คน



