ข่าว

ทำบุญสะเดาะเคราะห์ เชิญช่องถัดไป

ทำบุญสะเดาะเคราะห์ เชิญช่องถัดไป

14 พ.ค. 2557

ทำบุญสะเดาะเคราะห์ เชิญช่องถัดไป : วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ กับ ประภัสสร เสวิกุล psevikul.com

 
                          ชีวิตสมัยใหม่มีความผูกพันกับศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้า ชนิดที่เข้าไปที่เดียวก็สามารถจับจ่ายข้าวของได้ตามความต้องการ ตั้งแต่ของใหญ่ๆ เช่น ตู้เย็น เครื่องซักผ้า ไปจนถึงเสื้อผ้า และกับข้าว นอกจากเป็นแหล่งรวมของสินค้านานาชนิดแล้ว ศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้า ยังเป็นสถานที่จัดงานเทศกาลต่างๆ เช่น คริสต์มาส ปีใหม่ วาเลนไทน์ ตรุษจีน สงกรานต์ สารทจีน ลอยกระทง ฯลฯ ตลอดทั้งปี แบบว่า ไม่ว่าเทศกาลงานประเพณีใดๆ ก็ไม่ต้องไปที่ไหน แค่แวะมาที่ศูนย์การค้าก็สามารถจะทำบุญทำทาน หรือร่วมการละเล่นรื่นเริงได้เสร็จสรรพ 
 
                          วันก่อนผมไปที่ศูนย์การค้าแห่งหนึ่ง และพบว่ากำลังมีการจัดงานวิสาขบูชา มีการจำลองพุทธคยามาตั้งในโถงใหญ่ชั้นล่างของห้อง มีพระพุทธรูปปางต่างๆ ให้ประชาชนได้กราบไหว้ รวมทั้งมีร้านขายสินค้าพื้นเมือง ทำให้ผมนึกถึงคำพูดของตลกในรายการโทรทัศน์ ที่ตั้งคำถามว่า “วัดอะไรอยู่ในห้าง” - คำตอบก็ คือ “วัดสายตาประกอบแว่น” หรือไม่ก็ร้าน “วัตสัน” ...แต่วันนี้ ได้พบว่าเขาเอาวัดมาไว้ในห้างกันได้แล้วครับ
 
                          การ “ยกวัดมาไว้ในห้าง” ตามจริงแล้วก็เหมาะกับยุคสมัยของคนในสังคมปัจจุบันที่รีบเร่ง และไม่มีเวลาหรือโอกาสที่จะไปไหว้พระหรือทำบุญสุนทานที่วัด เป็นกิจกรรมที่ครบวงจรทั้งของศูนย์การค้าหรือห้างสรรพสินค้า และประชาชนทั่วไป ที่สามารถจะ “วัน สต็อป ช็อป” ที่ซื้อของได้ครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นของเล็กของใหญ่ ของใช้ของกิน จนถึงการซื้อบุญกุศล
 
                          พูดก็พูดเถอะครับ การจัดงานเกี่ยวกับวันสำคัญทางศาสนาเช่นนี้ น่าจะเป็นประโยชน์แก่เด็กและเยาวชนตลอดจนผู้ใหญ่หลายๆ คน ได้ทราบหรือทบทวนความรู้ของตนเกี่ยวกับวันสำคัญทางพุทธศาสนา พุทธประวัติ และคำสั่งสอนของพระพุทธองค์ เพราะทุกวันนี้การศึกษาของไทยละเลยในเรื่องเหล่านี้ไปมาก ทั้งนี้ ผู้จัดจะต้องเน้นเนื้อหาของงาน มากกว่าปล่อยให้เป็นแค่กิจกรรมเพื่อส่งเสริมการขาย หรือหวังผลด้านการประชาสัมพันธ์เพื่อเรียกแขกเท่านั้น และขณะเดียวกันงานเช่นนี้ก็เป็นงานที่แสดงถึงศรัทธาและความเคารพต่อพระศาสดา มิใช่งานรื่นเริง หรือสนุกสนาน ดังนั้น บรรยากาศภายในงานจึงควรจะสงบ และถ่ายทอดธรรมะแก่ประชาชน
 
                          แต่เท่าที่ผมเห็น เจตนารมณ์ที่ดีของการจัดงานวันวิสาขบูชาในห้าง ถูกทำให้ผิดเพี้ยนไปและกลายเป็นงานวัดในชนบท ที่เอะอะอึกทึก ด้วยเสียงเจื้อยแจ้วแบบเมาน้ำลายของโฆษกซึ่งทำหน้าที่เป็นมัคนายก ซึ่งมิได้พูดจาให้ผู้เข้ามาในงานทราบถึงความเป็นมาหรือความสำคัญของวันวิสาขบูชา รวมทั้งพุทธประวัติ หรือสัจธรรมของพระพุทธองค์ หากแต่เชื้อเชิญให้ประชาชนเข้ามากราบไหว้เทพในศาสนาฮินดู หรือเทพเจ้าของจีน เพื่อขอโชคขอลาภซึ่งไม่น่าจะมาอยู่ในวาระนี้ด้วย
 
                          ผมเคยเขียนไว้ในคอลัมน์ “วันเว้นวันฯ” ว่าคนไทยนั้นนับถือพุทธ ผี พราหมณ์ ปนๆ กันไป อย่างไรก็ตาม น่าวันวิสาขบูชาน่าจะเป็นโอกาสในการได้ใกล้ชิดกับพุทธศาสนา หรืออย่างน้อยก็ควรที่จะรู้เรื่องราวของพุทธประวัติ และคำสอนของพระพุทธองค์ ตามสมควร และไม่สมควรอย่างยิ่งที่จะนำความเชื่อในทางที่ผิด หรือความเชื่อนอกพุทธศาสนามาปะปนให้แปดเปื้อน
 
                          สมัยนี้เมื่อคนไม่มีเวลาไปวัด ทำให้ต้องยกวัดมาไว้ในห้าง แต่ก็ควรที่จะยกมาแต่สิ่งที่ถูกต้องดีงามและเป็นแก่นเป็นสาร  อะไรที่นอกรีตนอกรอยหรือเป็นเพียงเปลือกและกระพี้ ก็ไม่ควรนำเข้ามาด้วย เพราะมิเช่นนั้นแล้ว ในอนาคตเราอาจเห็นวัดบางวัดมาเปิดสาขาตามศูนย์การค้าหรือห้างสรรพสินค้า เพื่อให้บริการรดน้ำมนต์ สะเดาะเคราะห์ ต่ออายุ เปลี่ยนชื่อเปลี่ยนนามสุกล ให้ฤกษ์ หรือเจิมรถ ก็ได้นะครับ
 
                          อย่าทำเป็นเล่นไป
 
 
 
 
-----------------------
 
(ทำบุญสะเดาะเคราะห์ เชิญช่องถัดไป : วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ กับ ประภัสสร เสวิกุล psevikul.com)