
'มาร์ค'จี้วุฒิฯทำหน้าที่แก้วิกฤตปท.
13 พ.ค. 2557
'อภิสิทธิ์' หนุนวุฒิสภาทำงาน ชี้ปัญหาแก้ยาก-ต้องตัดสินใจไม่ให้บ้านเมืองเดินไปสู่ทางไม่พึงประสงค์ วอนม็อบอย่ากดดัน-ให้โอกาสทำงานอย่างอิสระ
13 พ.ค. 57 เมื่อเวลา 18.47 น. ที่ประชุมวุฒิสภานอกรอบ เพื่อหาทางแก้ปัญหาบ้านเมือง วันที่สอง ได้เริ่มขึ้นอีกครั้งหลังจากที่พักการประชุมไปนาน 3 ชั่วโมง โดยเมื่อเริ่มเปิดประชุม นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานวุฒิสภา คนที่ 1 ฐานะปฏิบัติหน้าที่แทนประธานวุฒิสภา เป็นประธานการประชุม กล่าวว่า ทางสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาได้เชิญตัวแทนรัฐบาลรักษาการ , พรรคเพื่อไทย และกลุ่มนปช.เข้าชี้แจง แต่ยังไม่ได้รับการตอบรับ แต่ทางนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ตอบรับ จึงขอเข้าชี้แจงต่อที่ประชุม
นายอภิสิทธิ์ ชี้แจงว่า ตนไม่ใช่คนกลาง และทำหน้าที่เป็นกลางได้ ฐานะนักการเมืองคนหนึ่ง ถือว่าตนเองอยู่ในความขัดแย้ง และเป็นส่วนหนึ่งของปัญหา และมีส่วนทำให้สภาพบ้านเมืองเป็นอยู่ในปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม แผนที่ตนนำเสนอ เพื่อหาทางออกประเทศไปก่อนหน้านั้น เพื่อต้องการหลีกเลี่ยงการเกิดความรุนแรง จนเกิดการสูญเสียชีวิตของประชาชน หรือเกิดความสูญเสียประชาธิปไตย ที่เกิดขึ้นในภาวะที่บ้านเมืองถึงทางตัน อาจเกิดการเปลี่ยนแปลงนอกรัฐธรรมนูญขึ้นได้ หากเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองทำให้ฝ่ายมีอำนาจสูญเสียอำนาจ เชื่อว่าจะมีการสร้างเงื่อนไขให้เกิดความขัดแย้งรอบใหม่ เนื่องจากผู้ที่สนับสนุนรัฐบาล ไม่ยอมรับ ดังนั้นหากมีแนวทางออก คือ การปฏิเสธรัฐธรรมนูญบางมาตราแล้วไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขของรัฐธรรมนูญอย่างครบถ้วน ดังนั้นควรยึดบทบัญญัติเทียบเคียง หรือเจตนารมย์ โดยตนสนับสนุนวุฒิสภา ในการเข้าพบองค์กรต่างๆ และแก้ปัญหาโดยไม่ดึงสถาบันพระมหากษัตริย์ มายุ่งเกี่ยวกับการเมือง
จากนั้นที่ประชุมได้มีการซักถามความเห็นของนายอภิสิทธิ์ ในประเด็นการใช้ช่องทางตามกฎหมาย เพื่อคลี่คลายปัญหา โดยนายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนเห็นด้วยที่จะให้คณะกรรมการกฤษฎีกา ทั้ง 12 คณะ หารือโดยนำประสบการณ์ และความรู้ทางกฎหมาย มาชี้ทางออกให้กับสังคม และส่วนตัวมองว่า ปัญหาปัจจุบันมีวิธีแก้ไขปัญหาที่ดีที่สุด คือ ให้ผู้ที่มีอำนาจปัจจุบันเปิดทาง แต่ก่อนให้รัฐบาลเปิดทาง ต้องตอบคำถามที่สร้างความกังวลใจกับรัฐบาล คือ หากออกจากอำนาจ จะเลือกตั้งได้หรือไม่ และจะใช้เวลาอีกนานเท่าไร สถานการณ์จึงเข้าสู่ภาวะปกติ และหากนำรัฐธรรมนูญ มาตรา 7 มาใช้ วุฒิสภาจะตีความบทบัญญัติขนาดไหน เช่น วุฒิสภาจะทำหน้าที่แทนสภาผู้แทนราษฎรหรือไม่
"รัฐธรรมนูญกำหนดให้มีการสรรหา นายกฯ ภายใน 30 วัน หลังจากที่ไม่มีนายกฯ แต่ขณะนี้ไม่มีสภาผู้แทนราษฎร จึงถือเป็นเหตุสุดวิสัย และนายกฯ ที่ได้มาอาจจะไม่ได้เป็น ส.ส. ดังนั้นหากประเด็นนี้มีการโต้แย้ง เราสามารถโต้แย้งได้ว่า หากรัฐบาลลาออกทั้งหมดให้ปลัดกระทรวงขึ้นมารักษาการแทนรัฐบาล ดังนั้นกรณีที่ปลัดกระทรวงเข้ามาใช้อำนาจทางการเมืองแทนนักการเมือง ถือว่าขัดรัฐธรรมนูญเช่นกัน ดังนั้นการแก้ปัญหา อย่าเริ่มต้นที่มาตรา 3 หรือมาตรา 7 แต่มีสิ่งที่สำคัญมากกว่านั้น คือ คุณสมบัติของนายกฯ ใช่หรือไม่ หากใช่ต้องพิจารณา และใช้การเทียบเคียง ว่าใครควรจะทำ และเป็นไปตามเจตนารมย์ และใกล้เคียง เพราะวันนี้เราไม่สามารถยึดตามตัวบทลายลักษณ์อักษรได้ ดังนั้นควรพิจารณาเทียบเคียง คือ ให้สถาบันนิติบัญญัติที่เหลืออยู่ คือ วุฒิสภา หากไม่ทำอะไรเลย ก็จะไม่มีคำตอบ แต่เมื่อทำไป ก็มีการต่อต้าน ส่วนตัวมองว่า หากไม่ทำอะไร กังวลว่าบ้านเมืองก็จะไปสู่ทางเดินที่ไม่พึงประสงค์ ผมมองว่าตอนนี้เป็นการตัดสินใจที่ยาก แต่จำเป็นต้องทำ อย่างไรก็ตาม ตนขอเรียกร้องไปยังประชาชนภายนอก อย่าได้กดดันการทำงานของวุฒิสภา ควรให้วุฒิสภาได้ทำงานอย่างอิสระด้วย"



