ข่าว

"สุเทพ"ย้ำรัฐบาลยกปัญหายาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติ

"สุเทพ"ย้ำรัฐบาลยกปัญหายาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติ

26 มิ.ย. 2552

เปิดงานวันต่อต้านยาเสพติด"สุเทพ"ย้ำรัฐบาลยกปัญหายาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติ เน้นปราบปรามกวาดล้างนักค้ารายสำคัญ

(26 มิ.ย.)นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง เป็นประธานในพิธีเปิดมหกรรม “ 5 รั้วล้อมไทย พ้นภัยยาเสพติด ” เนื่องในวันต่อต้านยาเสพติด ประจำปี 2552 ภายในงานมีการแสดงนิทรรศการ และกิจกรรมของภาคี 5 รั้วป้องกัน การเสวนา เรื่อง “ วัยทีน วัยใส ไม่ยุ่งยา ” โดย น้องพลอย ชิดจันทร์ ,น้องสอง (นักเทควันโด้) และการสาธิตการตรวจค้นยาเสพติดของสุนัขทหาร เป็นต้น นอกจากนี้ บริเวณซุ้มของกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ได้มีการนำโปสเตอร์ประกาศจับผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายสำคัญ มาติดประกาศด้วย อาทิ นายสุรชัย เงินทองฟู หรือบังรอน ค่าหัว 1 ล้านบาท และนักค้ารายเสพติดรายใหญ่ค่าหัวตั้งแต่ 1 แสนบาทขึ้นไป โดยมีประชาชนและนักเรียนให้ความสนใจจำนวนมาก

 นายสุเทพ กล่าวเปิดงานว่า ยาเสพติดเป็นภัยร้ายทำลายสมองและสุขภาพของผู้เสพ ทำลายครอบครัว ทำลายความสงบสุขของสังคม และทำลายความมั่นคงของชาติ เนื่องจากการแพร่ระบาดของยาเสพติดทำให้เด็กและเยาวชนถูกชักจูงให้เข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดทั้งในการเสพ และกระบวนการค้า อนาคตของเด็กๆ เหล่านี้ต้องดับมืดลง พ่อแม่พี่น้องและครอบครัวต้องเผชิญกับความวิตกทุกข์ร้อน เมื่อคนติดยาเสพติดแล้วมักจะก่อให้เกิดปัญหาอาชญากรรมตามมา การลักขโมย การปล้นฆ่าเพื่อเอาเงินไปซื้อยาเสพติด ส่งผลต่อสังคม ถ้าเราไม่รีบแก้ไขปัญหาปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไปอนาคตของประเทศต้องติดยาเสพติดแล้วเราจะฝากความหวังในการพัฒนาประเทศไว้กับใคร เราคงไม่สามารถที่จะไปแข่งกับใครในโลกนี้ได้เลย

 นายสุเทพ กล่าวต่อว่า รัฐบาลได้กำหนดการแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติเพื่อจะระดมสรรพกำลังทุกส่วนทั้งรัฐ เอกชน และประชาชน เพื่อร่วมเป็นพลังในการแก้ไขปัญหายาเสพติดให้หมดสิ้นไปจากสังคมไทยในระยะเวลาอันรวดเร็ว เพื่อเป็นการปกป้องอนาคตของลูกหลานเรา และเป็นการเพิ่มความเข้มแข็งของไทยให้ยั่งยืนต่อไป เพื่อให้นโยบายแก้ไขปัญหายาเสพติดประสบผลสำเร็จและปรากฏผลเป็นรูปธรรมชัดเจน รัฐบาลจึงได้วางแนวทางแก้ไขอย่างเป็นระบบบูรณาการทั้งการป้องกัน การปราบปราม และการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดควบคู่ไปกับการปรับปรุงกฎหมายให้สอดคล้องกับสถานการณ์ และการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งขยายความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านและนานาชาติโดยกำหนดให้มีให้มีแผนยุทธศาสตร์ 5 รั้วป้องกันเป็นยุทธศาสตร์ในการดำเนินงานให้ปรากฏผลเป็นรูปธรรม ซึ่งรั้วหมายถึงการสร้างภูมิคุ้มกัน การสร้างกิจกรรม เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายได้ร่วมกันบูรณาการการทำงานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

 “รั้วทั้ง 5 ประกอบด้วย รั้วชายแดน คือ การสร้างกระบวนการทำงาน กิจกรรมเพื่อสร้างความเข้มแข็งป้องกันการลักลอบนำเข้าตามแนวชายแดน รั้วชุมชน คือ การสร้างกระบวนการทำงานทุกมาตรการจะเสริมความเข้มแข็งภูมิคุ้มกันด้านยาเสพติดในหมู่บ้าน ชุมชน รั้วสังคม คือ การสร้างกิจกรรม กระบวนการทำงานจัดระเบียบสังคมแบบบูรณาการ รั้วโรงเรียน คือ การสร้างกิจกรรมและกระบวนการทำงานเสริมสร้างความเข้มแข็งในโรงเรียน สถานศึกษา ให้เยาวชนรุ่นใหม่มีภูมิคุ้มกันต่อต้านยาเสพติด และ รั้วครอบครัว คือ การกิจกรรมการทำงานเสริมสร้างความเข้มแข็งให้สถาบันครอบครัวให้มีภูมิคุ้นกันด้านยาเสพติดเพิ่มขึ้น ” นายสุเทพ กล่าว

  นอกจากนี้โครงการยังได้จัดให้มีอีก 2 โครงการเพื่อสนับสนุนยุทธศาสตร์ 5 รั้วป้องกัน คือ เรื่องของการปราบปรามและการบำบัดรักษา โดยการปราบปรามมุ่งที่จะปราบผู้ค้ายาเสพติดรายสำคัญ ลดความเดือดร้อนของประชาชนโดยใช้มาตรการทางกฎหมายในการสืบสวน ปราบปรามกลุ่มค้ายาเสพติดต่าง ๆ และดำเนินการตามมาตรการยึดทรัพย์สินแบบบูรณาการ ต่อเครือข่ายการค้าอย่างจริงจัง โดยมีผู้รับผิดชอบคือสตช. กระทรวงยุติธรรม และกระทรวงมหาดไทย ในด้านการบำบัดรักษาฟื้นฟูสมรรถภาพผู้เสพแบบบูรณาการเพื่อลดปริมาณความต้องการในการใช้ยาเสพติด ด้วยกระบวนการประชาคมหมู่บ้านนำผู้เสพเข้าสู่การบำบัดฟื้นฟูตามความเหมาะสมให้มากที่สุด

 นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า งานนี้จัดขึ้นเพื่อต่อต้านยาเสพติดโดยความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงมหาดไทย กองทัพไทย กระทรวงศึกษาการ กระทรวงแรงงาน กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงยุติธรรม โดยเป็นการดำเนินตามยุทธศาสตร์และกลไกการป้องกันยาเสพติดซึ่งเป็นนโยบายของรัฐบาล โดยประกอบด้วย 2 โครงการ คือ การป้องกันปราบปรามยาเสพติดและการบำบัดฟื้นฟู และอีก 5 รั้วป้องกันประกอบด้วย รั้วโรงเรียน รั้วชุมชน รั้วสังคม รั้วชายแดน และรั้วครอบครัว