
'ผบ.ทบ.'รับทราบข้อเสนอคณะรัฐบุคคล
13 พ.ค. 2557
'ผบ.ทบ.' รับทราบข้อเสนอคณะรัฐบุคคล ให้ 'ผบ.เหล่าทัพ' เป็นคณะผู้ทูลเกล้าฯ และรับสนองพระบรมราชโองการ หาทางออกประเทศ ระบุรอศึกษาข้อมูล ชี้ต้องเป็นไปตามกฎกติกา
13 พ.ค.57 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.สายหยุด เกิดผล ประธานคณะรัฐบุคคล เสนอให้ผู้บัญชาการเหล่าทัพ เป็นคณะผู้ทูลเกล้าฯ และรับสนองพระบรมราชโองการ ในการหาทางออกประเทศ โดยจะรอคำตอบจาก ผู้บัญชาการเหล่าทัพ อีก 2 วัน ว่าจะยอมรับหรือไม่นั้น ได้รับหนังสือจากคณะรัฐบุคคลและได้อ่านแล้ว ซึ่งขอแค่รับทราบ เพราะเป็นเพียงแนวคิดของบุคคลดังกล่าว ไม่ได้บังคับใคร รวมถึงเป็นการเสนอมาให้พิจารณา และขอชื่นชมรัฐบุคคลที่จงรักภักดี หวังดีช่วยหาทางออกประเทศ ขอร้องให้สังคมอย่าเพิ่งตำหนิ แต่ควรปล่อยให้ทุกคนที่เป็นคนไทยได้คิด ได้พยายามในการหาทางออกก่อน
โดย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า คงไม่ใช่ว่าทหารเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยอย่างเดียวแล้วทำได้เลย แต่ต้องผ่านกระบวนการอีกมากมายและต้องมีผู้ที่มีหน้าที่โดยตรงตรวจสอบเรื่องนี้ให้ชัดเจนก่อนอยู่แล้ว ซึ่งจะต้องพิจารณาว่าเป็นไปตามกฎกติกาทำได้หรือไม่ และเป็นที่ยอมรับหรือไม่ โดยย้ำว่าต้องไม่ทำให้มีความขัดแย้งเพิ่มอีก
'ปลัดกห.' หนุน 'ผบ.ทบ.' ยึดมั่นกรอบกติกาของก.ม.
พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ปลัดกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีหนังสือและเอกสารร่างพระบรมราชโองการที่คณะรัฐบุคคลยื่นต่อบรรดาผู้นำเหล่าทัพ โดยเสนอให้เป็นคณะผู้ทูลเกล้าฯ และรับสนองพระบรมราชโองการ ในการหาทางออกประเทศ และให้ตั้งกองกำลัง 3 เหล่าทัพเพื่อปกป้องพระบรมราชโองการฯ และดูแลสถานการณ์ให้เป็นไปตามพระบรมราชโองการว่า เท่าที่ตนได้ติดตามข่าวสารและสิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. พูดออกไปนั้นต้องยอมรับว่ามีทิศทางพยายามให้สติยึดถือกฎหมายกติกา ต้องยอมรับว่า ผบ.ทบ.ในฐานะรอง ผอ.รมน.ที่มีอำนาจหลายอย่างอยู่ในมือพยายามประคับประคองสถานการณ์ร้ายแรง โดยให้สัมภาษณ์ทุกคำพูดให้ทุกกลุ่มทุกฝ่าย ยึดถือในกรอบกติกาของกฎหมาย ซึ่งเป็นการเตือนให้ทุกฝ่าย ไม่ทำอะไรนอกเหนือกรอบของกฎหมาย ซึ่งถ้าเป็นอย่างนี้ทุกอย่างก็จะเป็นไปตามครรลองของบ้านเมือง
พล.อ.นิพัทธ์ กล่าวอีกว่า ผบ.ทบ.มีความปราถนาดีที่จะทำอะไรให้บ้านเมืองโดยยึดกรอบกติกา และไม่ได้หักหาญน้ำใจ แสดงออกให้เห็นว่า ใครจะทำอะไรนอกเหนือจากกรอบกติกาไม่ได้ ส่วนที่คณะรัฐบุคคลเสนอให้ ผบ.เหล่าทัพ ตั้งคณะผู้ทูลเกล้าฯ และรับสนองพระบรมราชโองการ ในการหาทางออกประเทศนั้น ถือว่าเป็นวิจารณญาณของแต่ละบุคคล ซึ่งก็รู้ดีว่าทำได้หรือไม่ได้อย่างไร อย่างไรก็ตามคณะรัฐบุคคลได้ออกมาเคลื่อนไหวในลักษณะที่เปิดเผย เป็นการขยับตัวที่ไม่ได้นำไปสู่ความรุนแรง เป็นเรื่องที่เปิดเผย ส่วนกฎหมายจะเปิดช่องให้ทำได้หรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
"การไม่ทำตามกฎหมาย หรือใครจะทำอะไรก็ได้ 100 อย่าง 1,000 อย่างตามใจตนเอง จะทำให้เกิดความวุ่นวาย แต่หากทำตามกฎหมาย สามารถทำได้เพียงอย่างเดียว สังคมก็สามารถจะอยู่ได้โดยปราศจากความขัดแย้งรุนแรง เพราะฉะนั้น เราต้องคำนึงถึงกรอบของกฎหมายเป็นสำคัญ เพื่อสังคมจะสามารถเดินไปข้างหน้าได้อย่างสันติสุข"



