
กมธ.งบฯ ถกเครียดจ่อปรับลดงบฯรัฐวิสาหกิจ
กมธ.งบฯ ถกเครียดจ่อปรับลดงบฯรัฐวิสาหกิจ จี้สคร.แจงเหตุทำรัฐวิสาหกิจขาดทุน ด้านผอ.สคร. ยอมรับ แบกภาระสูงเหตุ เงินเดือนพนักงานสูงกว่า ขรก. พร้อมบี้ สรรพากร แจงรายได้ ยึด-ขายทรัพย์สินทอดตลาด ข้องใจรัฐ ล่าช้า แก้ปัญหารัฐวิสาหกิจทำชาติขาดทุน 23รสก.จ่อขยับข
เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 26 มิ.ย.ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.)วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2553 มีนานไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองประธานกมธ.เป็นประธานการประชุม ซึ่งเป็นการพิจารณารายละเอียดงบประมาณของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) จำนวน 113 ล้านบาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กมธ.จากทุกพรรคอาทินางผุสดี ตามไท นายสุวโรช พะลัง ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ นางฐิติมา ฉายแสง ส.ส.ฉะเชิงเทรา พรรคเพื่อไทย นายวิรัช รัตนเศรษฐ กมธ.จากพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา ผลัดเปลี่ยนกันซักถามถึงการแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารรัฐวิสาหกิจ (บอร์ด) จำนวน 350 คน เพราะไม่ได้มาจากระบบคุณธรรม และไม่รู้เช็คข้อมูลเครดิตบูโรว์หรือไม่ เพราะบางคนทำธุรกิจตัวเองยังขาดทุน
ทั้งนี้บอร์ดมีความสำคัญมาก เปรียบเสมือนเป็นซีอีโอของซีอีโอของรัฐวิสาหกิจ โดยเฉพาะรัฐวิสาหกิจที่เกี่ยวกับการสื่อสาร การพลังงานและสาธารณูปโภค ที่เป็นรัฐวิสาหกิจสำคัญ มีขนาดธุรกิจและรายรับสูง ทำให้ในแต่ละปีมีการบริหารเหมือนเสือนอนกิน นอกจากนี้กรรมการบริหารรัฐวิสาหกิจบางแห่ง ผู้ดำรงตำแหน่งมีอำนาจสูงกว่าสคร.ซึ่งเป็นผู้แต่งตั้งกรรมเหล่านั้น จะมีการควบคุมดูแลการบริหารงานอย่างไร
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กมธ.ยังซักถามถึงการแก้ปัญหารัฐวิสาหกิจที่ขาดทุน เช่น บริษัทการบินไทยจำกัด (มหาชน) ที่อ้างว่า ขาดทุนเพราะการปิดสนามบินสุวรรณภูมิ รวมถึงอัตราค่าโดยสารของการบินไทย เมื่อเทียบกับสายการบินอื่นมีอัตราค่าบัตรโดยสารค่อนข้างแพง หรือการรถไฟแห่งประเทศไทย ที่เป็นหนี้มาก ควรต้องปรับปรุงประสิทธิภาพอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะการขยายรางรถไฟเพื่อให้เท่ากับมาตรฐานสากล รวมถึงรถไฟรางคู่ ซึ่งจะทำให้มีการขนส่งได้รวดเร็วขึ้น
ส่วนนายวิฑูรย์ นามบุตร ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ กมธ. ซักถามปัญหาการขาดทุนของการเคหะแห่งชาติในส่วนบ้านเอื้ออาทร โดยระบุว่า เห็นใจที่ขาดทุน เพราะมีการทุจริตในโครงการบ้านเอื้ออาทร แต่ถ้าปล่อยไป จะขาดทุนต่อเนื่องจนไม่มีทางหาเงินมาโปะได้ นอกจากนี้ไม่เห็นด้วยกรณีที่การไฟฟ้านครหลวง การประปานครหลวง ขอขึ้นค่าครองชีพเดือนละ 2 พัน โดยอ้างว่า มีผลกำไรว่ามากกว่ารัฐวิสาหกิจอื่น เพราะการบริหารแบบรัฐวิสาหกิจ เป็นการผูกขาดเพื่อการจัดทำบริการสาธารณะ และไม่มีคู่แข่ง น่าจะได้กำไรมากกว่านี้ และขอให้ปรับลดงบโครงการจ้างที่ปรึกษาในการบริหารหลักทรัพย์ และงบประชาสัมพันธ์รวม 22 ล้าน ลงไปเพราะไม่จำเป็น
นายวิทยา บุรณศิริ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน(วิปฝ่ายค้าน) กมธ. กล่าวว่า การแก้ปัญหาหนี้ของรัฐวิสาหกิจเช่น การรถไฟ รัฐบาลต้องคิดกลไกหรือเครื่องมือเช่น อาจการแก้กฎหมายที่เกี่ยวข้องให้แยกรัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่ ออกเป็นขนาดย่อย ๆ หลาย ๆ แห่ง ไม่ใช่ใครมาประท้วง รัฐบาลก็ตั้งท่าจะแก้ทั้งหมด แบบนี้ก็เจ๊ง และจะเอาเงินที่ไหนไปแจก
นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ผู้อำนวยการสคร.ชี้แจงว่า ที่มาที่ไปของคณะกรรมการบริหาร ตามระเบียบกำหนดไว้ 3 วิธี คือ มาจากเปิดประกาศสรรหา การเสนอรายชื่อ และการคัดเลือกบุคคล โดยทุกวิธีการมีการตรวจสอบประวัติอย่างละเอียด เช่น ต้องไม่มีคดีทุจริต ไม่มีสภาพล้มละลาย นอกจากนี้ เมื่อเสนอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังพิจารณา ก็จะมีการติดตามตลอด
นายอารีพงศ์ กล่าวว่า สำหรับการเพิ่มประสิทธิภาพรัฐวิสาหกิจ สคร.มีแผนการเพิ่มประสิทธิภาพและมีการกำหนดตัวชี้วัด อย่างไรก็ดี ที่รัฐวิสาหกิจบางแห่งยังขาดทุน ก็มีไม่กี่แห่ง ได้แก่ การรถไฟฯ การเคหะฯ เอสเอ็มอีแบงก์ ขสมก. ซึ่งขาดทุนมาตั้งแต่อดีต แต่ตอนนี้พยายามแก้ไขและดีขึ้นเรื่อย ๆ เช่น ขสมก. แต่เรื่องนี้ก็ต้องทำควบคู่กับกระทรวงต้นสังกัดคือกระทรวงคมนาคม ซึ่งตอนนี้มีแผนฟื้นฟูรถเมล์เอ็นจีวี 4 พันคันอยู่ หากทำสำเร็จจะช่วยแก้ปัญหาได้ระดับหนึ่ง แต่ต้องให้กระทรวงไปพิจารณาเส้นทางที่ไม่ทับซ้อนกับรถไฟฟ้าและรถใต้ดิน ส่วนการรถไฟฯ ที่ขาดทุนต่อเนื่องเพราะกำหนดอัตราค่าโดยสารต่ำกว่าต้นทุน ซึ่งเป็นไปตามนโยบายขององค์กรประเภทรัฐวิสาหกิจ ที่ต้องไม่แสวงหากำไร และบริการประชาชน ส่วนการเคหะฯในส่วนบ้านเอื้ออาทร ขาดทุนเพราะวางแผนผิดพลาด เพราะสร้างใกล้โรงงาน ทำให้คนส่วนใหญ่มาเช่า จึงไม่สามารถขายขาด
ขณะที่นางดนุชา ยินดีพิธ รองผู้อำนวยการสคร. ชี้แจงว่า เรื่องเพิ่มค่าครองชีพ 2 พันบาท ให้กับพนักงานการไฟฟ้า และการประปา ต้องรอครม.พิจารณา และต้องคุยกับรัฐมนตรีที่กำกับทั้งสองหน่วยงาน แต่กระทรวงการคลังเห็นว่า การจ่ายทุกคนทุกรัฐวิสาหกิจ ณ เพดานเงินเดือนต่ำกว่า 5 หมื่นบาท ที่มีพนักงานรวมกัน 2 แสนกว่าคน ต้องจ่าย 6.6 พันล้านบาทต่อปี แต่พนักงานรัฐวิสาหกิจ มีโครงสร้างสูงกว่าข้าราชการอยู่แล้ว มีโบนัสประจำปี มีสวัสดิการ กรณีนี้จึงเป็นภาระที่สูงมาก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่ประชุมอภิปรายนานกว่า 3 ชั่วโมง นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองประธานกมธ.สรุปว่า ให้สคร.ส่งรายละเอียดแผนการเพิ่มประสิทธิภาพของรัฐวิสาหกิจต่าง ๆ ให้กมธ.เพื่อให้ได้รายละเอียดที่ชัดเจนขึ้น ก่อนจะพิจารณาปรับลดงบอีกครั้ง
เมื่อเวลา 14.00 น. นางนฤมล ธารดำรง ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย โฆษกคณะกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2553 แถลงความคืบหน้าในการประชุมว่า ที่ประชุมได้พิจารณา งบประมาณของกระทรวงการคลัง จำนวน 5 กรม ได้แก่ กรมบัญชีกลาง สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กรมศุลกากร กรมสรรพสามิต และกรมสรรพากร โดยกมธ.ไม่ได้มีการปรับลด งบประมาณที่ตั้งไว้
ทั้งนี้ในส่วนของกรมศุลกากร ที่ตั้งงบไว้กว่า 2,480 ล้าน ไม่ได้มีการปรับลดลง แต่มีการตั้งข้อสังเกตให้หน่วยงานนี้เข้มงวดในการจัดเก็บภาษีสินค้าผ่านแดน เนื่องจากมีการลักลอบ นำเข้าบุหรี่และน้ำมัน มาขายในประเทศไทย โดยไม่เสียภาษี จึงอยากให้มีการออกมาตรการป้องกันอย่างเด็ดขาด
นางนฤมล กล่าวอีกว่า ในส่วนของกรมสรรพสามิต ตั้งงบไว้ที่ 1,982 ล้านบาท ไม่มีการปรับลดลง เช่นเดียวกับกรมสรรพากร ที่ตั้งงบไว้ 1,982 ล้านบาทก็ไม่มีการปรับลด แต่กมธ.ได้สั่งเรื่องไปยังอนุ กมธ. ให้พิจารณากรณีการยึดทรัพย์ออกขายทอดตลาด โดยขอให้กรมสรรพากร ชี้แจงรายละเอียดของทรัพย์สินที่ยึดและทรัพย์สินที่ขายทอดตลาด รวมถึงกรณีที่มีผู้ไม่เสียภาษี โดยให้ ทางกรมสรรพากร ชี้แจง ด้วยว่านำรายได้ที่ได้จากการขายทรัพย์สิน เข้าสู่กระทรวงการคลังแล้วหรือไม่ รวมถึงมีการจัดการอย่างไร
นางนฤมล กล่าวต่อว่า ที่ประชุมยังพิจารณางบของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ ถึงแม้จะมีงบประมาณแค่100 กว่าล้าน แต่เป็นหน่วยงานที่กำกับรัฐวิสาหกิจ ทั่วประเทศกว่า 58 แห่ง และมีบางแห่งขาดทุนและแบกหนี้สิน กว่า 1 แสนล้าน ซึ่ง กมธ.ไม่เข้าใจว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับสำนักงานนี้มากน้อยแค่ไหน และมีมาตรการเร่งด่วนแก้ไขเรื่องนี้อย่างไร
23รสก.จ่อขยับขึ้นค่าครองชีพตาม กปน.-กฟน
นายสมเกียรติ รอดเจริญ ประธานสหภาพแรงงานการท่าเรือแห่งประเทศไทย (สร.กทท.) ในฐานะคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (ครส.) กล่าวว่า ในวันที่ 29 มิ.ย. คณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ ที่มีนายไพฑูรย์ แก้วทอง รมว.แรงงาน เป็นประธานจะมีการประชุมที่กระทรวงแรงงานเพื่อพิจารณาปรับเพิ่มค่าครองชีพตามข้อเสนอของรัฐวิสาหกิจ 7 แห่ง ได้แก่ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) องค์การเภสัชกรรม (อภ.) การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.)ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ซึ่งเป็นเรื่องที่พิจารณามาตั้งแต่สมัยนางอุไรวรรณ เทียนทอง เป็นรมว.แรงงาน แต่เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล โดยนายไพฑูรย์ เป็นรมว.แรงงานจึงต้องเสนอเรื่องเข้าไปใหม่ ทั้งนี้การขอขึ้นค่าครองชีพของรัฐวิสาหกิจทั้ง 7 แห่ง ได้ผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการกิจการสัมพันธ์ในแต่ละองค์กรแล้ว โดยขอให้มีการปรับค่าครองชีพแห่งละ 1 , 500 บาท นอกจากนี้ครส.จะนำเรื่องที่การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการประปานครหลวง (กปน.) เสนอเพิ่มเงินค่าครองชีพ 2,000 บาทสำหรับผู้ที่มีเงินเดือนต่ำกว่า 5 หมื่นบาทเข้าพิจารณาในที่ประชุมด้วย
นายสมเกียรติ กล่าวต่อว่า เชื่อว่าในที่ประชุมครส.จะพิจารณาอนุมัติให้ปับเพิ่มค่าครองชีพตามที่รัฐวิสาหกิจทั้ง 7 แห่งร้องขอ จากนั้นจะเสนอให้นายไพฑูรย์ ลงนามเพื่อเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบต่อไป ทั้งนี้ทราบว่ายังมีรัฐวิสาหกิจหลายแห่ง ได้ทยอยเสนอขอให้มีการพิจารณาปรับเพิ่มค่าครองชีพตามมา ซึ่งรัฐวิสาหกิจที่อยู่ในระบบบัญชีเดียวกับ กทท.มีทั้งหมด 43 แห่ง โดยคณะกรรมการกิจการสัมพันธ์ของแต่ละแห่งมีมติขอให้เพิ่มค่าครองชีพไปแล้ว มีเพียงรัฐวิสาหกิจที่ขาดทุนยังไม่ผ่านการพิจารณา เช่น องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) การเคหะแห่งชาติ (กคช.) เป็นต้น
“พนักงานรัฐวิสาหกิจก็ถือเป็นข้าราชการคนหนึ่ง มีหน้าที่บริหารกิจการให้เกิดผลกำไร ที่ผ่านมาสิทธิของพนักงานรัฐวิสาหกิจไม่ได้เท่ากับข้าราชการ เพราะเราไม่สามารถรับเครื่องราชย์อิสริยาภรณ์ได้ กฎหมายจึงให้รับค่าครองชีพที่สูงกว่าข้าราชการ 20 % แต่ขณะนี้มีความพยายามที่จะทำให้ค่าครองชีพที่ได้ต่ำลงเรื่อยๆ ” นายสมเกียรติ กล่าวและว่า ค่าตอบแทนของพนักงานรัฐวิสาหกิจในระดับปฎิบัติการถือว่าใกล้เคียงข้าราชการ มีเพียงผู้บริหารระดับสูงที่มีฐานเงินเดือนสูงกว่าข้าราชการ
ด้านนางเพลินพิศ ศรีศิริ รองเลขาธิการฝ่ายวิชาการ สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) กล่าวว่า ขณะนี้ มีรัฐวิสาหกิจ 23 แห่งกำลังรอให้เรื่องการปรับค่าครองชีพของกฟน.และกปน. ผ่านการพิจารณาจากครม.ก่อน จากนั้นรัฐวิสาหกิจทั้ง 23 แห่งก็จะมีการเสนอเรื่องให้ครส.พิจารณาเพิ่มค่าครองชีพเช่นกัน เนื่องจากค่าครองชีพที่กฟน.และกปน.เสนอขอเพิ่มเงิน 2,000 บาทนั้นถือเป็นบรรทัดฐานที่ต้องนำมาปฎิบัติกับทุกรัฐวิสาหกิจด้วย เพื่อไม่ให้เกิดข้อครหา 2 มาตราฐาน



